533.jpg
กสถ. เคาะยกเลิก บัญชีสอบท้องถิ่นปี 68 เตรียมขึ้นบัญชีใหม่ พบ 97 คนคะแนนผ่านแต่ถูกอัพเพิ่ม รอขึ้นเขียงถูกสอบ

กสถ. เคาะยกเลิก บัญชีสอบท้องถิ่นปี 68 เตรียมขึ้นบัญชีใหม่ พบ 97 คนคะแนนผ่านแต่ถูกอัพเพิ่ม รอขึ้นเขียงถูกสอบ

วันพุธ ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 18.25 น.
Tag :

สางโกงสอบท้องถิ่น! ’กสถ.’ เคาะยกเลิก ’บัญชีสอบท้องถิ่นปี 68’ เตรียมขึ้นบัญชีใหม่ ชง ’ก.กลาง‘ พิจารณาวิธีปฏิบัติแต่ละกลุ่มพรุ่งนี้ แจง ‘กลุ่มที่คะแนนผ่านแต่ถูกอัพเพิ่ม’ พบ ‘97คน‘ ขึ้นบัญชีไปแล้ว รอขึ้นเขียงถูกสอบ ตอบครหาโกงแต่ยังได้ไปต่อ ยันทำตามข้อกม. ประกอบข้อมูลตร. สอยทีหลังได้ ด้าน ’ปลัดมท.’ เผยกว่า100ขรก.ระดับสูง-จนท.พบเอี่ยวทุจริตจากผลสรุปชุด ‘ปกรณ์’ รอ ‘นายกฯ‘ สะบัดปากกาเซ็นรับรอง ก่อนชง ’มหาดไทย’ ตั้งคกก.สอบเพิ่มจาก5คนล๊อตแรก ลั่นใครผิดไม่ถูกต้องอยู่ไม่ได้แน่นอน 

วันที่ 5 สิงหาคม 2569 เมื่อเวลา 16.30 น. ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น(สถ.) นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น(กสถ.) ครั้งที่10/2569 ที่หารือกันเป็นเวลากว่า2ชั่วโมงว่า การประชุมวันนี้เป็นการรับรองมติที่นายวันชัย จันทร์พร ประธาน กสถ. ได้ลงนามยกเลิกบัญชีการสอบแข่งขันพนักงานและข้าราชการส่วนท้องถิ่น ปี2568 และเตรียมขึ้นบัญชีใหม่ นอกจากนี้ยังได้กำหนดวิธีการปฏิบัติ ภายหลังจากที่มีการขึ้นบัญชีใหม่แล้ว จะมีผู้ที่สอบได้โดยสุจริต ประมาณ 12,000 คน ได้ดำเนินการตามที่มีการบรรจุไปแล้ว ขณะที่กลุ่มที่มีคะแนนไม่ถูกต้อง มีความคลาดเคลื่อน หรือคะแนนสูงขึ้นผิดปกติ จะไม่ได้ถูกขึ้นบัญชี แล้วจะดำเนินการอย่างไรให้คนที่จะขึ้นบัญชีใหม่เข้ามาแทนที่เลย โดยในวันพรุ่งนี้(6ส.ค.) ที่จะมีการประชุมคณะกรรมการกลางข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น(ก.กลาง) ก็จะนำเรื่องดังกล่าวรายงานต่อ ก.กลางเพื่อทราบ และพิจารณาดำเนินการต่อไป 


เมื่อถามถึงกลุ่มผู้ที่มีคะแนนสอบผ่านอยู่แล้ว แต่ถูกปรับคะแนนเพิ่มขึ้นไปอีก จะดำเนินการอย่างไร ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า มี2ส่วน 1.เกือบ500คนยังไม่ได้ขึ้นบัญชี ก็จะไม่ได้ขึ้นบัญชี 2.ส่วนที่มีการบรรจุไปแล้วเกือบ100คน จะมีการพิจารณาว่าจะมีวิธีปฏิบัติอย่างไร เพราะเมื่อเขาสอบผ่าน ตามกติกาต้องขึ้นบัญชีให้เขาก่อน ซึ่งทาง สถ. กำหนดแนวทางไว้แล้ว ขณะเดียวกันฝ่ายตำรวจก็จะสอบสวนด้วยว่าได้รับคะแนนเพิ่มขึ้นมาอย่างไร

ด้านนายบุญประสงศ์ นวลสายย์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ในฐานะเลขานุการ ก.กลาง ชี้แจงในรายละเอียดสำหรับกลุ่มผู้ที่มีคะแนนสอบผ่านอยู่แล้ว แต่ถูกปรับคะแนนเพิ่มขึ้นไปอีกว่า มีทั้งหมดประมาณ 774 คน ขึ้นบัญชีรอบแรกไปแล้ว 561 คน ไม่มารายงานตัว 211 คน ใน 561 คน เมื่อแยกกลุ่มเพื่อเรียงลำดับจริงแล้วมีผู้ยังอยู่ในบัญชี แค่ 97 คน อีก 464 คน จะถูกเพิกถอนเพื่อไปรอคิวตามที่มีการจัดลำดับบัญชีใหม่ 

เมื่อถามกรณีผู้ที่อยู่ในบัญชี97คนที่ยังต้องหาแนวทางปฏิบัติอยู่ สังคมอาจตั้งคำถามว่าเขาโกงแต่ยังได้อยู่ในบัญชี จะตอบสังคมอย่างไร นายบุญประสงศ์ กล่าวว่า เราดำเนินการตามมาตรฐานของข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ส่วนการดำเนินการในชั้นตรวจสอบทุจริต เป็นชั้นของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อ 

เมื่อถามต่อว่าหมายความว่าสอยทีหลังได้ใช่หรือไม่ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า แน่นอน เราจะประกอบกับข้อมูล เช่นที่ ผบ.ตร.ระบุว่า คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ชุดของนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้สรุปผลพบว่าผู้เกี่ยวข้องเป็น100คน บุคคลเหล่านี้ที่เกี่ยวข้อง เขาจะแจ้งมายังกระทรวงมหาดไทย เราก็จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนใหม่เพิ่มเติมจาก5คนที่เคยตั้งสอบวินัยร้ายแรงไปแล้ว เพราะฉะนั้นหากพบว่าใครเกี่ยวข้อง เราก็จะดำเนินการต่อไปตามกฎหมาย ใครที่มันไม่ถูกต้อง สุดท้ายก็คือไม่ถูกต้อง อยู่ไม่ได้อยู่ก็ไม่มีความสุข เขาก็รู้ตัวอยู่แล้ว 

“หน้าที่ของ กสถ. ขณะนี้คือยกเลิกบัญชีเก่า แล้วขึ้นบัญชีใหม่ ตามคะแนนจริงที่ดำเนินการไม่เกิน5นาทีหลังจากที่มีใบคะแนน เราก็ขึ้นบัญชีตามนั้น ใครไม่ถูกต้อง ทำผิด หรือเกี่ยวข้องกับขบวนการนี้ พอเราสอบไปถึง คนเหล่านี้ก็จะอยู่ไม่ได้ ก็จะต้องถูกดำเนินการ แต่ก็ต้องให้สิทธิ์เขาโต้แย้ง คนมันต้องพูดอยู่แล้วว่า ไม่รู้เรื่องเลย แต่เมื่อสอบสวนแล้วพบว่าจ่ายเงินทุจริต มีการทำให้คะแนนเพิ่ม สุดท้ายก็อาจจะหนักกว่าเดิมด้วย ยิ่งรับราชการอยู่แล้วก็ต้องถูกให้ออกจากราชการ ถูกดำเนินคดี อาจไปถึงถูกจำคุกหรือไม่ก็ต้องดูที่กฎหมายด้วย” นายอรรษิษฐ์ กล่าว 

เมื่อถามว่าใน97คนอาจมีบางส่วนเป็นผู้บริสุทธิ์ก็มีด้วยใช่หรือไม่ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า เขาได้รับคะแนนเพิ่มขึ้น แต่เรายังบอกไม่ได้ว่าเขาได้รับคะแนนเพิ่มขึ้นจากใคร คนไหนเพิ่มให้เขา เขาติดต่อใครเพื่อทำให้คะแนนเพิ่มขึ้น อาจไม่ใช่ตัวเขาก็ได้ อาจจะเป็นพ่อแม่ญาติพี่น้องเขา พอตำรวจสืบไปถึงใคร คนนั้นก็ต้องเกี่ยวข้องในคดีนี้ทั้งหมด ไม่มีใครสามารถหลุดรอดความผิดไปได้

นายอรรษิษฐ์ กล่าวชี้แจงต่อว่า สำหรับรายชื่อข้าราชการกว่า100คน ที่คณะกรรมการฯชุดนายปกรณ์ สรุปมา กำลังเสนอไปที่นายกรัฐมนตรี นายกฯกำลังเซ็น ใน100คนเป็นเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมีตั้งแต่ระดับสูงจนถึงเจ้าหน้าที่ต่างๆ ไม่ใช่บุคคลที่เข้าสอบใน97คน ก็จะต้องดำเนินการต่อไป เพื่อส่งมาให้กระทรวงมหาดไทย ตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพิ่มตามที่ตนกล่าวไป

เมื่อถามถึงความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงข้าราชการในสังกัดจำนวน5ราย ในวันพรุ่งนี้(6ส.ค.)มีรายงานว่านายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อดีตอธิบดี สถ. จะเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหากับทางตำรวจ จะสามารถมีผลกับการสอบวินัยร้ายแรง หรือชี้มูลได้เลยหรือไม่ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ต้องอยู่ที่ประธานคณะกรรมการสอบสวนฯ คือนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) พิจารณาตามอำนาจหน้าที่ ถ้าสอบสวนแล้ว มันไม่ต้องสอบเพิ่มเติม ก็สามารถดำเนินการได้ตามอำนาจหน้าที่ แล้วเสนอมาที่กระทรวงมหาดไทย หากมันมีโทษหนัก ก็จะต้องเข้าคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน(อ.ก.พ.)กระทรวงมหาดไทยพิจารณาโทษตามที่คณะกรรมการฯเสนอมา  ทางอธิบดี ปภ. ก็รายงานความคืบหน้าว่าในวันพรุ่งนี้(6ส.ค.) จะเชิญนายธีรุตม์ มาให้ปากคำ 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top