วันพฤหัสบดี ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2569
กสถ.ฟันฉับ5,925คน
ลบชื่อคนโกง
เพิกถอนสอบท้องถิ่น
จ่อประกาศบัญชีใหม่
โยงก.กลางไปลุยต่อ
‘ธีรุตม์’มอบตัว6ส.ค.
เดินหน้าสางมหกรรมโกงสอบ กสถ. ยกเลิกบัญชีสอบท้องถิ่นปี’68 ลบบัญชีคนโกง 5,925 คนออกหมด เตรียมขึ้นบัญชีใหม่ ชง ก.กลาง พิจารณาวิธีปฏิบัติแต่ละกลุ่ม แจงกลุ่มที่คะแนนผ่านแต่ถูกอัพเพิ่ม พบ 97 คน ขึ้นบัญชีไปแล้ว รอขึ้นเขียงถูกสอบ ยันทำตาม ข้อก.ม. ประกอบข้อมูลตร. สอยทีหลังได้ ด้าน “ปลัดมท.” เผยกว่า 100 ขรก.ระดับสูง-จนท.พบเอี่ยวทุจริตจากผลสรุปชุด “ปกรณ์” รอ“นายกฯ” สะบัดปากกาเซ็นรับรอง ด้าน ตำรวจสอบสวนกลางเผย “ธีรุตม์” อดีตอธิบดีสถ. เข้ามอบตัวรับทราบข้อหา 6 สิงหาคม ขณะที่ลูกสมุนแก๊งค์โกงสอบรับสารภาพแล้ว 1 ราย
เมื่อวันที่ 5 ส.ค.2569 เมื่อเวลา 16.30 น.ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น(สถ.) นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น(กสถ.) ครั้งที่10/2569 ที่หารือกันเป็นเวลากว่า2ชั่วโมงว่า การประชุมวันนี้เป็นการรับรองมติที่นายวันชัย จันทร์พร ประธาน กสถ. ได้ลงนามยกเลิกบัญชีการสอบแข่งขันพนักงานและข้าราชการส่วนท้องถิ่น ปี2568 และเตรียมขึ้นบัญชีใหม่
ลบชื่อคนโกงขึ้นบัญชีใหม่
นอกจากนี้ยังได้กำหนดวิธีการปฏิบัติ ภายหลังจากที่มีการขึ้นบัญชีใหม่แล้ว จะมีผู้ที่สอบได้โดยสุจริต ประมาณ 12,000 คน ได้ดำเนินการตามที่มีการบรรจุไปแล้ว ขณะที่กลุ่มที่มีคะแนนไม่ถูกต้อง มีความคลาดเคลื่อน หรือคะแนนสูงขึ้นผิดปกติ จะไม่ได้ถูกขึ้นบัญชี แล้วจะดำเนินการอย่างไรให้คนที่จะขึ้นบัญชีใหม่เข้ามาแทนที่เลย โดยในวันพรุ่งนี้(6ส.ค.) ที่จะมีการประชุมคณะกรรมการกลางข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น(ก.กลาง) ก็จะนำเรื่องดังกล่าวรายงานต่อ ก.กลางเพื่อทราบ และพิจารณาดำเนินการต่อไป
เมื่อถามถึงกลุ่มผู้ที่มีคะแนนสอบผ่านอยู่แล้ว แต่ถูกปรับคะแนนเพิ่มขึ้นไปอีก จะดำเนินการอย่างไร ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า มี2ส่วน 1.เกือบ500คนยังไม่ได้ขึ้นบัญชี ก็จะไม่ได้ขึ้นบัญชี 2.ส่วนที่มีการบรรจุไปแล้วเกือบ100คน จะมีการพิจารณาว่าจะมีวิธีปฏิบัติอย่างไร เพราะเมื่อเขาสอบผ่าน ตามกติกาต้องขึ้นบัญชีให้เขาก่อน ซึ่งทาง สถ. กำหนดแนวทางไว้แล้ว ขณะเดียวกันฝ่ายตำรวจก็จะสอบสวนด้วยว่าได้รับคะแนนเพิ่มขึ้นมาอย่างไร
เปิดทางปปช.ลุยงานต่อ
ด้านนายบุญประสงศ์ นวลสายย์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ในฐานะเลขานุการ ก.กลาง ชี้แจงในรายละเอียดสำหรับกลุ่มผู้ที่มีคะแนนสอบผ่านอยู่แล้ว แต่ถูกปรับคะแนนเพิ่มขึ้นไปอีกว่า มีทั้งหมดประมาณ 774 คน ขึ้นบัญชีรอบแรกไปแล้ว 561 คน ไม่มารายงานตัว 211 คน ใน 561 คน เมื่อแยกกลุ่มเพื่อเรียงลำดับจริงแล้วมีผู้ยังอยู่ในบัญชี แค่ 97 คน อีก 464 คน จะถูกเพิกถอนเพื่อไปรอคิวตามที่มีการจัดลำดับบัญชีใหม่
เมื่อถามกรณีผู้ที่อยู่ในบัญชี97คนที่ยังต้องหาแนวทางปฏิบัติอยู่ สังคมอาจตั้งคำถามว่าเขาโกงแต่ยังได้อยู่ในบัญชี จะตอบสังคมอย่างไร นายบุญประสงศ์ กล่าวว่า เราดำเนินการตามมาตรฐานของข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ส่วนการดำเนินการในชั้นตรวจสอบทุจริต เป็นชั้นของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อ
ตามสอยคนทุจริต
เมื่อถามต่อว่าหมายความว่าสอยทีหลังได้ใช่หรือไม่ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า แน่นอน เราจะประกอบกับข้อมูล เช่นที่ ผบ.ตร.ระบุว่า คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ชุดของนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้สรุปผลพบว่าผู้เกี่ยวข้องเป็น100คน บุคคลเหล่านี้ที่เกี่ยวข้อง เขาจะแจ้งมายังกระทรวงมหาดไทย เราก็จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนใหม่เพิ่มเติมจาก5คนที่เคยตั้งสอบวินัยร้ายแรงไปแล้ว เพราะฉะนั้นหากพบว่าใครเกี่ยวข้อง เราก็จะดำเนินการต่อไปตามกฎหมาย ใครที่มันไม่ถูกต้อง สุดท้ายก็คือไม่ถูกต้อง อยู่ไม่ได้อยู่ก็ไม่มีความสุข เขาก็รู้ตัวอยู่แล้ว
“หน้าที่ของ กสถ. ขณะนี้คือยกเลิกบัญชีเก่า แล้วขึ้นบัญชีใหม่ ตามคะแนนจริงที่ดำเนินการไม่เกิน5นาทีหลังจากที่มีใบคะแนน เราก็ขึ้นบัญชีตามนั้น ใครไม่ถูกต้อง ทำผิด หรือเกี่ยวข้องกับขบวนการนี้ พอเราสอบไปถึง คนเหล่านี้ก็จะอยู่ไม่ได้ ก็จะต้องถูกดำเนินการ แต่ก็ต้องให้สิทธิ์เขาโต้แย้ง คนมันต้องพูดอยู่แล้วว่า ไม่รู้เรื่องเลย แต่เมื่อสอบสวนแล้วพบว่าจ่ายเงินทุจริต มีการทำให้คะแนนเพิ่ม สุดท้ายก็อาจจะหนักกว่าเดิมด้วย ยิ่งรับราชการอยู่แล้วก็ต้องถูกให้ออกจากราชการ ถูกดำเนินคดี อาจไปถึงถูกจำคุกหรือไม่ก็ต้องดูที่กฎหมายด้วย” นายอรรษิษฐ์ กล่าว
เมื่อถามว่าใน97คนอาจมีบางส่วนเป็นผู้บริสุทธิ์ก็มีด้วยใช่หรือไม่ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า เขาได้รับคะแนนเพิ่มขึ้น แต่เรายังบอกไม่ได้ว่าเขาได้รับคะแนนเพิ่มขึ้นจากใคร คนไหนเพิ่มให้เขา เขาติดต่อใครเพื่อทำให้คะแนนเพิ่มขึ้น อาจไม่ใช่ตัวเขาก็ได้ อาจจะเป็นพ่อแม่ญาติพี่น้องเขา พอตำรวจสืบไปถึงใคร คนนั้นก็ต้องเกี่ยวข้องในคดีนี้ทั้งหมด ไม่มีใครสามารถหลุดรอดความผิดไปได้
สอบขรก.นับร้อยมีเอี่ยว
นายอรรษิษฐ์ กล่าวชี้แจงต่อว่า สำหรับรายชื่อข้าราชการกว่า100คน ที่คณะกรรมการฯชุดนายปกรณ์ สรุปมา กำลังเสนอไปที่นายกรัฐมนตรี นายกฯกำลังเซ็น ใน100คนเป็นเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมีตั้งแต่ระดับสูงจนถึงเจ้าหน้าที่ต่างๆ ไม่ใช่บุคคลที่เข้าสอบใน97คน ก็จะต้องดำเนินการต่อไป เพื่อส่งมาให้กระทรวงมหาดไทย ตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพิ่มตามที่ตนกล่าวไป
เมื่อถามถึงความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงข้าราชการในสังกัดจำนวน5ราย ในวัน ที่ 6ส.ค.มีรายงานว่านายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อดีตอธิบดี สถ. จะเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหากับทางตำรวจ จะสามารถมีผลกับการสอบวินัยร้ายแรง หรือชี้มูลได้เลยหรือไม่ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ต้องอยู่ที่ประธานคณะกรรมการสอบสวนฯ คือนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) พิจารณาตามอำนาจหน้าที่ ถ้าสอบสวนแล้ว มันไม่ต้องสอบเพิ่มเติม ก็สามารถดำเนินการได้ตามอำนาจหน้าที่ แล้วเสนอมาที่กระทรวงมหาดไทย หากมันมีโทษหนัก ก็จะต้องเข้าคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน(อ.ก.พ.)กระทรวงมหาดไทยพิจารณาโทษตามที่คณะกรรมการฯเสนอมา ทางอธิบดี ปภ. ก็รายงานความคืบหน้าว่าในวัน6ส.ค. จะเชิญนายธีรุตม์ มาให้ปากคำ
ก่อนหน้านี้ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนอธิบดีสถ.เปิดเผยก่อนการประชุม กสถ. เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงรายชื่อที่พบคะแนนผิดปกติและจะมีการเพิกถอนยังอยู่ที่5,925คนเหมือนเดิมหรือไม่ นายนิรัตน์ กล่าวว่า ตัวเลขยังเหมือนเดิม
อนุทินบอกไม่ต้องห่วง
ผู้สื่อข่าวรายงานในช่วงเช้า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ ถึงคดีโกงสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่นว่า ไม่ต้องกังวลไม่มีการปกป้องใครมีความชัดเจนไม่ต้องมานั่งคิดว่าคนนี้คนนั้นจะได้รับการปกป้อง คำว่าปิดชื่อถือพฤติกรรมค่อนข้างกระจายไปในระบบราชการโดยเฉพาะระบบที่ต้องสืบสวนสอบสวนดำเนินคดี เปิดมาแจ็คพอตโดนคนไหนก็คนนั้นไม่ว่าจะใหญ่จะเล็กจะเป็นการเมืองเป็นประจำก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย โทษหนักก็เข้าคุกโทษไม่หนักก็ลดหลั่นลงแค่นั้นเอง
โดนใครก็ต้องคนนั้น
เมื่อถามย้ำว่าข้อมูลขณะนี้ยังไม่มีนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่าโดนใครก็คนนั้น ตนจะไปถามทำไมว่ามีนักการเมืองหรือไม่ เพราะว่าตนมอบหมายให้คณะกรรมการแต่ละชุดมีอำนาจตนไม่สามารถไปบังคับได้เลยเช่น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งนอกเหนือการกำกับดูแลของตนเลย หรือแม้กระทั้งคณะกรรมการที่ตนตั้งไปก็ไม่ไปก้าวก่ายไม่ถามใดๆทั้งสิ้น ตนยังบอกว่าในการรายงานต่างๆให้ระบุสิ่งที่ต้องดำเนินการต่อไปให้ชัดเจน
เมื่อถามถึงความคืบหน้าการรีเซ็ตกระทรวงมหาดไทยจะเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีรอบหน้าได้เลยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “ก็ไม่เกิน 30 ก.ย.นี้”
ปรับแก้แฟ้มก่อนส่งนายกฯ
ด้านนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ว่า หลังคณะกรรมการสรุปผล และมีมติเมื่อวันที่ 4 ส.ค. ยังไม่ได้รายงานให้นายกรัฐมนตรีรับทราบ อยู่ระหว่างการปรับแก้ ซึ่งหลังจากนี้จะรายงานให้นายกรัฐมนตรีรับทราบ แต่ไม่ได้แจ้งในที่ประชุม ครม.
บช.ก.ให้ข้อมูลต่อกมธ.
วันเดียวกัน พล.ต.ต.มนตรี เทศชัน รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ชี้แจงข้อมูลต่อกมธ.ฯ การพัฒนาการมือง การสื่อสารมวลชน การมีส่วนร่วมของประชาชนสภาผู้แทนราษฎร เกี่ยวกับความคืบหน้าในคดีโกงสอบ ว่า
พล.ต.ต.มนตรี กล่าวต่อว่า ในวันที่ 27 ก.ค.ตำรวจได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหา 3 คน คือหมายเรียกนายธีรุตม์ นายเรืองเดช และกลุ่มผู้ต้องหาร่วมกันแก้ไขกระดาษคำตอบจำนวน 11 คน ก่อนหน้าหน้านั้นในวันที่ 13 ก.ค. ผู้ต้องหา 13 คนทราบหมายและมาพบปรากฎตัวต่อเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายวิอาญามาตรา 134 จำนวน 5 คน โดยนายเรืองเดชได้เข้าพบ พนักงานสอบสวนแล้วและแจ้งข้อกล่าวหาซึ่งให้การปฏิเสธ
พล.ต.ต.มนตรี กล่าวอีกว่า ส่วนผู้ต้องหากลุ่มบริษัทเอกชนที่ร่วมแก้ไขข้อสอบมีเข้าพบตำรวจ 4 คน ซึ่งให้การปฏิเสธ 3 คน และรับสารภาพ 1 คน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนสอบสวน จากนั้นแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกับผู้ต้องหา 3 คนแรก คือ จ่าสิบตรีพิชิต ทั้งพรม นายวิน ธนพชรโภคิน และน.ส.ศตพร ธนพชรโภคิน ที่เรือนจำกรุงเทพมหานคร เพิ่มเติมในฐานะสนับสนุนเจ้าพนักงานซึ่งให้การปฏิเสธ
ธีรุตม์รับทราบข้อหา6สค.
พล.ต.ต.มนตรี กล่าวว่า โดยนายธีรุตม์ ได้นัดวันที่ 6 ส.ค. เวลา 11.00 น. กลุ่มผู้ต้องหาสามเมืองอีก 7 คนนัดวันที่ 10ส.ค. เวลา 10.00 น. ส่วนวันที่ 3 ส.ค.ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนได้รายงานสำนักงาน ปปง. เพิ่มเติมในกรณีที่มีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม ซึ่งคดีนี้ผู้การกองปราบได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนรับผิดชอบในการสอบสวน โดยในขั้นต่อไปจะดำเนินการขอตัวผู้ต้องหาที่เหลือจากศาลอาญาไปอยู่ในอำนาจของศาลอาญาทุจริต ขณะนี้อยู่ในชั้นการฝากขังพลัด 2 วันที่ 7 สิงหาคม ในชั้นต่อไปจะรวบรวมหลักฐานและส่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. ต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี