533.jpg
อาสพลธ์ ออกโรงโต้ โรม จับโยงอนุทิน เอี่ยวปมทุจริตสอบท้องถิ่น แจงยิบขบวนการก่อตัวมานานตั้งแต่ปี 62-64

อาสพลธ์ ออกโรงโต้ โรม จับโยงอนุทิน เอี่ยวปมทุจริตสอบท้องถิ่น แจงยิบขบวนการก่อตัวมานานตั้งแต่ปี 62-64

วันศุกร์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 14.32 น.

"อาสพลธ์"ออกโรงโต้"โรม" จับโยง"อนุทิน"เอี่ยวปม"ทุจริตสอบท้องถิ่น" แจงยิบขบวนการก่อตัวมานานตั้งแต่ปี 62-64 ยกเคส"ศรีสะเกษ"มีเรียกเงินแลกตำแหน่ง 5-8 แสน บี้"สถ."ส่ง 5 หน่วยงานสอบ 5,925 ราย ดันสาวให้ถึง"ตัวเป้ง"แท้จริง ข้องใจกลุ่ม 97 คน ถูกอัพคะแนน แต่ยังบริสุทธิ์ ทำเกิดช่องว่าง เผย"ภท."เตรียมชงแก้กฎหมายปิดช่องโกง สอบเอาผิดทุกหน่วยงาน

7 สิงหาคม 2569 ที่รัฐสภา นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร แถลงกรณีที่ นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธาน กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาฯ ออกมาระบุ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ซึ่งในขณะที่ดำรงตำแหน่งรองนายกฯ และรมว.มหาดไทย อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบท้องถิ่น เนื่องจากเมื่อปี 2567 ได้มีการเปลี่ยนผู้รับจ้างการสอบจากเดิมมหาวิทยาลัยบูรพา มาเป็นมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ว่า ในฐานะที่ตนเป็น สส.ศรีสะเกษ ในปี 2566 มีชาวบ้านมาร้องเรียนเกี่ยวกับการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการท้องถิ่นว่ามีนายหน้าในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ ได้พูดกับชาวบ้านในพื้นที่ว่า หากใครอยากรับราชการส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น อบต.หรือเทศบาล ให้หาเงินมาจ่าย 5 - 8 แสนบาท แล้วแต่ตำแหน่ง ซึ่งตนได้รับเรื่องร้องเรียนในลักษณะนี้จำนวนมาก จึงทำให้ตนนำประชาชนในศรีสะเกษมาร้องเรียนต่อกระทรวงมหาดไทย ในวันที่ 5 ม.ค.67 และในวันที่ 26 ม.ค.67 ได้มีการทำ MOU ระหว่างกระทรวงมหาดไทย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง


นายอาสพลธ์ กล่าวต่อว่า ดังนั้น การที่นายรังสิมันต์ กล่าวหานายอนุทิน ได้มีการยกเลิกมหาวิทยาลัยบูรพานั้น ต้องเรียนว่าในปี 62 และ 64 มีการจัดสอบข้าราชการท้องถิ่น 2 ครั้ง โดยมีผู้รับจ้างคือมหาวิทยาลัยบูรพา และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งการที่ตนได้รับเรื่องร้องเรียนก็เกิดจาก 2 มหาวิทยาลัยนี้เป็นผู้รับจ้างจัดการสอบ และเมื่อตนทราบว่ามหาวิทยาลัยบูรพาจะได้เป็นผู้รับจ้างให้ดำเนินการสอบอีกครั้งหนึ่ง จึงได้นำประชาชน จ.ศรีสะเกษ ไปร้องเรียน โดยเรื่องนี้สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สถ.และตนได้ไปให้ปากคำกับกรรมการใน สถ.แล้ว แต่จากนั้นตนได้รับโทรศัพท์อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของ สถ.บอกว่า ตนให้การเท็จอาจจะถูกฟ้องได้ ซึ่งตนยืนยันไปว่า ถ้าจะฟ้องก็ฟ้อง เพราะตนทราบว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นจริงในศรีสะเกษ แม้ในช่วงเวลานี้ จะเห็นว่ามีกลุ่มบุคคลที่จ่ายเงิน สอบภาค ก. ภาค ข. ไม่ผ่านแล้วปรับแก้ให้ผ่าน ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่จ่ายเงินเพื่อให้สอบผ่าน ซึ่งในศรีสะเกษมีคนที่จ่ายเงินแล้วสอบไม่ผ่านก็ได้ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจเรียบร้อยแล้ว ทั้งหมด 19 คดี ซึ่งมี 2 คดีที่ตำรวจส่งฟ้องพนักงานอัยการไปแล้วและในอีกไม่กี่วันข้างหน้าจะมีเจ้าหน้าที่จากส่วนกลาง ลงไปสอบปากคำกับผู้เสียหายเพิ่มเติม และเมื่อผู้ถูกกล่าวหา 19 คดีทราบวา่จะมีเจ้าหน้าที่ส่วนกลางลงพื้นที่จ.ศรีสะเกษ เขารับติดต่อนำเงินไปคืนผู้เสียหายเหล่านั้น

“สิ่งที่ผมพูดมา ต้องการจะยืนยันว่าการโกงสอบท้องถิ่น เกิดขึ้นตั้งแต่ในอดีต แต่จับไม่ได้ เพราะคนที่เกี่ยวข้องเล็กมาก เพราะใน สถ. คนที่สามารถโกงสอบท้องถิ่นได้ มีตำแหน่งที่เกี่ยวข้องเพียงแค่ 5 ตำแหน่ง คือ อธิบดี สถ. รองอธิบดี สถ. ที่เกี่ยวข้อง ผอ.กอง ผอ.กลุ่ม และผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งในการจัดสอบปี 62 และ 64 ที่จับไม่ได้ เพราะผลประโยชน์ลงตัว แต่ในการจัดสอบปี 68 จับได้ เนื่องจากมีการเปลี่ยนอธิบดี สถ.หลายคน โควตาที่ไปรับมาอาจจะมีผลประโยชน์ไม่ลงตัว แต่ถือว่าเป็นโอกาสดีที่ทำให้รู้ว่าขบวนการนี้มีอยู่จริง” นายอาสพลธ์ กล่าว

นายอาสพลธ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่ สถ.ประกาศว่ามีผู้ที่แก้ไขคะแนน 5,925 ราย แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ 1.กลุ่มที่สอบตก แล้วแก้เป็นสอบผ่าน 5,145 ราย และ 2. กลุ่มที่สอบผ่านอยู่แล้ว แต่แก้คะแนนให้สูงขึ้นมี 774 ราย ซึ่งกลุ่มที่ 2 ที่แก้ไขคะแนนให้สูงขึ้น ให้ได้บรรจุเร็วขึ้นมีทั้งหมดที่ผ่าน 97 ราย หลายคนสงสัยว่าในเมื่อเรารู้อยู่แล้วว่าคนเหล่านี้และมีหลักฐานชัดเจนว่ามีการแก้ไขคะแนนให้สูงขึ้นทำไม 97 รายนี้ได้บรรจุเป็นข้าราชการท้องถิ่นอีกในเวลาต่อไป

“ทั้งที่เรารู้ว่าทั้ง 97 คน มีการแก้ไขคะแนนแต่เราไม่สามารถทำอะไรเขาได้เนื่องจากเขายังเป็นผู้บริสุทธิ์ เรื่องนี้เป็นช่องว่างของกฎหมาย ซึ่งพรรคภูมิใจไทย กำลังอยู่ในระหว่างการร่างกฎหมายเพื่อเสนอต่อสภาฯ ว่าต่อไปหากพบการทุจริตที่เกิดขึ้นจากการจัดสอบ ไม่ว่าจะเป็นท้องถิ่น ตำรวจ ทหารหรือหน่วยงานไหนก็ตาม กลุ่มคนที่แก้ไขคะแนนถือเป็นการโกง ต้องไม่ได้รับการบรรจุเพื่ออุดช่องไหว่ของกฎหมายในขณะนี้” นายอาสพลธ์ กล่าว

นายอาสพลธ์ กล่าวอีกว่า เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะไม่ว่าทั้ง 5,925 ราย จะทำหรือไม่ทำ แต่เขาคือผู้ได้รับผลประโยชน์ ซึ่งคล้ายกับนอมินีที่มีปัญหาเกิดขึ้นในพื้นที่ภูเก็ต สมุย พะงัน เพราะมีผู้ได้รับผลประโยชน์ กรณีการสอบท้องถิ่นก็เช่นกัน แต่วันนี้เรายังไม่มีกฎหมายที่จะเอาผิดกับคนเหล่านี้ได้ จึงเป็นหน้าที่ของหนวยงานที่บังคับใช้กฎหมายเช่นตำรวจ หรือ ป.ป.ช.ที่ต้องทำคดีอาญาต่อไป โดยขอให้กรม สถ.ส่งรายชื่อทั้ง 5,925 ราย ไปยังทั้ง 5 หน่วยงานที่ทำ MOU ร่วมกัยให้ตรวจสอบทั้งหมดและในส่วนของ ปปง.จะต้องตรวจสอบธุรกรรมการเงินของคนที่อยู่ระดับสูงกว่าระดับ 10 ที่ดำเนินการไปแล้วได้หรือไม่ เพราะ ปปง.บอกว่าสามารถตรวจสอบได้หมด ดังนั้น ตนจึงมีความเชื่อมั่นในหน่วยงาน ปปง.และ ป.ป.ช.ว่าจะทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเต็มที่

เมื่อถามว่า คนที่สอบได้แต่มีการแก้คะแนนถือว่าความผิดสำเร็จแล้ว ควรถูกลงโทษหรือไม่ นายอาสพลธ์ กล่าวว่า ทั้ง 97 รายสามารถอ้างได้ว่าเขาไม่รู้เรื่อง ทำให้กฎหมายเอาผิดเขาไม่ได้ จนกว่าจะเห็นว่าเขาจ่ายเงินเพื่อไปจูงใจให้ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องไปแก้ไขคะแนนให้เขา ฉะนั้น ไม่ว่าจะเป็น 97 ราย หรือ 5,925 ราย คนเหล่านี้ได้ประโยชน์ จึงทำให้พรรคภูมิใจไทยจะต้องร่างกฎหมายใหม่ เพื่อหาผู้ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงจากการจัดสอบ ซึ่งบุคคลเหล่านี้ต้องมีความผิดด้วยรวมถึงผู้ให้การช่วยเหลือ ส่วนทั้ง 97 ราย ได้บรรจุและรับเงินเดือนไปแล้ว แต่คดีจะพิพากษาจนถึงที่สุดใช้เวลา 3-5 ปี หากปรากฏว่าทั้ง 97 รายนี้มีความผิดจึงเป็นหน้าทีของกรม สถ. จะต้องเรียกเงินคืนทั้งหมด แต่บัญชีผู้สอบผ่านมีอายุแค่ 2 ปี ขณะที่กระบวนการพิจารณา 97 คน ที่แก้คะแนนให้สูงขึ้นต้องใช้เวลาถึง 5 ปี และอาจทำให้ 97 คนที่อยู่ในบัญชีถัดมา และยังไม่ได้บรรจุอาจกลับมาฟ้อง สถ.ซึ่งจะเป็นเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพราะเขาเสียประโยชน์โดยตรง ทั้งหมดที่เกิดขึ้นเพราะมีคนโกงสอบท้องถิ่น

เมื่อถามถึงกรณีที่ฝ่ายค้านพยามโยงฝ่ายการเมือง โดยเฉพาะนายอนุทิน นายอาสพลธ์ กล่าวว่า ทุกคนมีสิทธิ์สงสัย เพียงแต่วันนี้เราเห็นว่ามีการแก้คะแนน 5,925 ราย ซึ่งการพิสูจน์ก็ต้องการเวลา แต่ทั้งหมดเป็นข้อกล่าวหา และข้อสันนิฐานเท่านั้น ไม่มีอะไร เพราะกระบวนการเรียกรับเงินเกิดขึ้นมานานแล้ว

เมื่อถามย้ำว่าใน กมธ.ป.ป.ช.ที่ได้ตรวจสอบเรื่องนี้ เชื่อว่ามีฝ่ายการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่ นายอาสพลธ์ กล่าวว่า วันนี้ข้อมูลยังไปไม่ถึง แต่ขอถามว่าระดับ 10 จะกล้าทำเพียงลำพังหรือ เพราะเป็นเรื่องใหญ่ เราจึงเชื่อว่ามีทั้งระดับ 11 หรือสูงกว่า 11 ซึ่งเขาอาจจะไม่ทำ แต่เขาทราบ แล้วปล่อยให้ทำหรือไม่ แต่ทั้งนี้จะทำอย่างไรให้คนที่เหนือกว่าระดับ 10 หากทำจริง มารับโทษทางกฎหมายได้

“การทำงานของ ป.ป.ช.และ ปปง.ทุกอย่างจะมาบรรจบกัน และคดีทางแพ่งและอาญาก็แยกกัน ซึ่งในส่วนของ ปปง. ผมเชื่อว่าอีกไม่นาน เราก็จะได้เห็นการแถลงข่าวว่ามีการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินเชิงลึกกับใครบ้าง โดยใช้เวลาประมาณ 90 วัน ก็จะมีการอายัดทรัพย์และส่งฟ้องคดี” ประธาน กมธ.ป.ป.ช.กล่าว

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top