533.jpg
เอกนิติ ชี้เงินกู้ 2 แสนล้าน เน้นเปลี่ยนผ่านพลังงาน  ประเดิมทำโซลาร์รูฟท็อป-รถโดยสารอีวี

เอกนิติ ชี้เงินกู้ 2 แสนล้าน เน้นเปลี่ยนผ่านพลังงาน ประเดิมทำโซลาร์รูฟท็อป-รถโดยสารอีวี

วันเสาร์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 14.17 น.

 

‘เอกนิติ‘ ชี้เงินกู้ตาม พ.ร.ก.2 แสนล้านหลังโฟกัสเปลี่ยนผ่านพลังงานเป็นหลัก ทั้งอุดหนุนติดแผงโซลาร์-เปลี่ยนผ่านรถโดยสารเป็น EV  เผยเงินกู้ส่วน 2 แสนล้านแรกเหลือ 4 หมื่นล้านพร้อมให้ใช้กับไทยเที่ยวไทยพลัส ส่วนไทยช่วยไทยพลัสเฟส 2 รอประเมินความเหมาะสม เผย ผู้บริหารแกร๊บ เข้าพบโชว์ช่วยร้านค้ายอดขายเพิ่ม 86% 


วันที่ 8 สิงหาคม 2569 นายเอกนิติ​ นิติ​ทัณฑ์​ประภาส​ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง​ กล่าวถึงการใช้เงินในพ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ในส่วนที่เหลือ ว่าจะมีการจัดลำดับความสำคัญในการใช้งบประมาณอย่างไร เนื่องจากขณะนี้มีการขอโครงการเข้ามาจำนวนมาก ทั้งโครงการ​ ไทยเที่ยวไทยพลัส​  และการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ว่า ที่แน่ๆ 200,000 ล้านที่เหลือ​ ต้องนำมาใช้ในโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน​  ส่วนงบ ประมาณในส่วน 200,000 ล้านบาทแรก ขณะนี้เหลืออยู่ประมาณ 40,000 ล้านบาท ซึ่งนายกรัฐมนตรีให้นโยบายว่า ขอประเมินสถานการณ์ก่อน เพราะมีงบประมาณที่จำกัด จึงต้องใช้อย่างระมัดระวัง และตรงเป้ามากที่สุด ก่อนย้ำว่าส่วนตัวมองว่าสิ่งสำคัญคือการเปลี่ยนผ่านพลังงาน

ผู้สื่อข่าวถามถึง กรณีที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เล็งของบประมาณจากพ.ร.ก.กู้เงิน​ เพื่อใช้ในโครงการไทยเที่ยวไทยพลัสประมาณ 1,750  -​2,000 ล้านบาท​  นายเอกนิติ​ กล่าวว่า​ ส่วนตัวมองว่าไม่ได้ใช้งบประมาณเยอะ​ ซึ่งตนได้ให้นโยบายไปว่า จะต้องใช้ให้ตรงกับวัตถุประสงค์ เพื่อเยียวยาร้านค้าต่างๆ​ พร้อมยอมรับว่า​ แม้จะมีจำนวนเงินพอเหลือแต่ก็ต้องใช้ให้ถูกกับวัตถุประสงค์ แต่จะต้องใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดด้วย เหมือนกับไทยช่วยไทยพลัส  เมื่อถามว่าอาจจะมีเสียงวิจารณ์ว่าโครงการไทยเที่ยวไทยพลัสอาจจะไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์เงินกู้คือจำเป็นเร่งด่วน หากสถานการณ์เศรษฐกิจดีขึ้น นายเอกนิติ​ กล่าวว่า เรื่องนี้ขอประเมินสถานการณ์ก่อน

ผู้สื่อข่าวถามว่าหากต้องต่อโครงการไทยช่วยไทยพลัสในเฟส​ 2 จะใช้เงินในส่วนของ 200,000 ล้านบาทหลัง ในการเปลี่ยนผ่านพลังงานมาใช้แทนในโครงการนี้ได้หรือไม่​ นายเอกนิติ​ กล่าวว่า​ ในทางกฎหมายใช้ได้​ แต่ในทางปฏิบัติอยากจะเก็บไว้ใช้ในเรื่องการเปลี่ยนผ่านพลังงาน​ พร้อมยอมรับว่า เงินจำนวน 50,000​ -​60,000  ล้านบาท  จะใช้ในการเปลี่ยนผ่านพลังงาน โครงการโซลาร์รูฟท็อป เพื่อช่วยประชาชนในการเปลี่ยนผ่านพลังงานโซล่า​ร์  โดยจะมีสถาบันทางการเงินอย่างธนาคารออมสิน และธนาคารอาคารสงเคราะห์ เข้ามาช่วยในเรื่องสินเชื่อ

นายเอกนิติ​ ยังกล่าวว่า​ นอกจากนี้ยังจะมีการเปลี่ยนผ่านพลังงาน เพราะเราใช้น้ำมันและก๊าซธรรมชาติจำนวนมาก ซึ่งในส่วนของก๊าซธรรมชาติคือการผลิตไฟฟ้า รวมถึงการขายไฟคืน​ เปลี่ยนมิเตอร์ไฟฟ้าเป็น สมาร์ทมิเตอร์​ และเรื่องระบบสายส่ง เพราะเราต้องคิดทั้งระบบ ไม่เช่นนั้นอาจเหมือนในต่างประเทศที่ทำเรื่องพลังงานสะอาด และเมื่อไฟตกก็จะดับทั้งเมือง​  

นายเอกนิติ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังจะมีการเปลี่ยนผ่านด้านคมนาคม​ โดยรัฐบาลอยากทำเรื่องรถขนส่งสาธารณะ ให้เป็นรถ​ EV ใน​ 7 กลุ่ม​ เพราะรถเหล่านี้มีอายุการใช้งานมายาวนาน ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้มีการลงรายละเอียดและงบประมาณ​ 

นายเอกนิติ ยังกล่าวถึงการหารือกับ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท แกร๊บ​โฮลดิ้งส์​ จำกัด​ (ประเทศสิงคโปร์)​ ว่า เขามาขอบคุณในการที่มีส่วนร่วมกับโครงการไทยช่วยไทยพลัส​ ซึ่งเป็นการพัฒนาระบบเอไอ คล้ายกับแอปพลิเคชั่น นกกระซิบ​  ส่งผลให้ยอดขายของพ่อค้า แม่ค้า สูงขึ้นกว่า​ 68% ซึ่งนี่เป็นการพิสูจน์ว่า คำว่า "พลัส"ที่ใช้"เอ​ไอ" เป็นการเพิ่มศักยภาพทำให้ร้านค้าเก่งขึ้น และเพิ่มรายได้ให้กับร้านค้าเหล่านั้น​ และหลังจากนี้ตนจะไปพูดคุยกับประชาชนและร้านค้าเพื่อนำมาต่อยอด

เมื่อถามว่าโครงการไทยช่วยไทยพลัส​ หลังจากหมดโครงการในช่วงสิ้นเดือนกันยายนนี้แล้ว จะทำต่อในเฟส 2 ทันทีเลยหรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า​ ขอพิจารณาให้ครบถ้วนก่อน

/////

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top