533.jpg
ยศชนัน นำ 5 กระทรวง กาง 6 แผน ดันมาตรฐานความปลอดภัยสถานศึกษา 90 วัน ป้องกันก่อเหตุรุนแรง

ยศชนัน นำ 5 กระทรวง กาง 6 แผน ดันมาตรฐานความปลอดภัยสถานศึกษา 90 วัน ป้องกันก่อเหตุรุนแรง

วันเสาร์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 18.51 น.
Tag :

"ยศชนัน" นำ 5 กระทรวง กาง 6 แผน ดัน "มาตรฐานความปลอดภัยสถานศึกษา 90 วัน" ยกเครื่องคัดกรองสุขภาพจิต-ชู Zero Tolerance สกัดปมบูลลี่-ตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิ ป้องกันการก่อเหตุรุนแรง-สะเทือนขวัญซ้ำรอย

ความคืบหน้ากรณีเหตุการณ์สะเทือนขวัญ เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ที่ผ่านมา ซึ่งเกิดเหตุคนร้ายซึ่งเป็นนักเรียนโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงครูและเพื่อนนักเรียนภายในสถานศึกษาจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บหลายราย


8 สิงหาค เวลา 13.00 น.  ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม  ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางและมาตรการความปลอดภัยในสถานศึกษา ร่วมกับ นายประเสริฐ  จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.), นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน (รมว.รง., นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) พร้อมปลัดทั้ง 4 กระทรวง และรองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ที่ห้องประชุมราชวัลลภกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อร่วมกันกำหนดมาตรการฉุกเฉินและกรอบป้องกันความปลอดภัยอย่างยั่งยืนในโรงเรียนทั่วประเทศ

ศ.ดร.ยศชนัน แถลงภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมว่า ทุกฝ่ายจะร่วมมือกันทำอย่างดีที่สุดเพื่อคืนความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ปกครองและประชาชน โดยยืนยันว่าลูกหลานทุกคนต้องมีความปลอดภัยในรั้วโรงเรียน และเหตุการณ์สะเทือนขวัญเช่นนี้จะต้องไม่เกิดขึ้นอีก สำหรับกรอบการทำงานได้แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก

ส่วนแรกคือ "แผนเปิดโรงเรียน" ซึ่งเป็นมาตรการระยะสั้นฉุกเฉิน มุ่งเน้นการฟื้นฟูสภาพจิตใจและการคัดกรองความปลอดภัยเบื้องต้น ประกอบด้วย

1.การจัดช่องทางขอความช่วยเหลือด้านสุขภาพจิตทั่วประเทศ ผ่านกรมสุขภาพจิต และของกระทรวง พม. อาทิ สายด่วน 1300 และ 1323 ระบบแชต และระบบนัดหมาย ร่วมกับนักจิตวิทยาประจำพื้นที่ของกระทรวงศึกษาธิการ สถาบันการศึกษาในสังกัด อว. และกระทรวง พม.

     2.จัดส่งทีมอาสาสมัครสุขภาพจิตลงพื้นที่เชิงรุกในโรงเรียนที่เกิดเหตุ เพื่อดูแลนักเรียน ครู และผู้ปกครองอย่างใกล้ชิด โดยในวันแรกของการเปิดเรียนจะมีการจัดกิจกรรมเยียวยาจิตใจตามมาตรฐานสากล3. มีคำสั่งให้ปิดห้องเรียนจุดเกิดเหตุชั่วคราว และ 4. จัดพื้นที่เฉพาะสำหรับผู้ปกครองเข้ามาสังเกตการณ์บุตรหลานโดยต้องผ่านการลงทะเบียนเพื่อความปลอดภัย 5. เปิดโอกาสให้ครูและนักเรียนที่ได้รับผลกระทบทางจิตใจรุนแรงสามารถย้ายสถานศึกษาได้ตามความเหมาะสม และ 6. กำหนดมาตรการชั่วคราวในการตรวจคัดกรองสิ่งผิดกฎหมายก่อนเข้าโรงเรียนทันที

ศ.ดร.ยศชนัน แถลงต่อไปถึงการจัดทำ "มาตรฐานความปลอดภัยโรงเรียนแห่งชาติ" ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมภายใน 90 วัน เพื่อเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ทุกกระทรวงยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติเดียวกัน โดยมาตรการระยะยาวนี้ครอบคลุม 
1.การคัดกรองสุขภาพจิตของนักเรียนและครูเป็นประจำ  2. การวางระบบส่งต่อนักเรียนกลุ่มเสี่ยงไปยังแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างมีประสิทธิภาพ 3. การจัดหลักสูตรอบรมครูแนะแนวและครูที่ปรึกษา (Train the Trainer) ให้มีความรู้ในการประเมินและปฐมพยาบาลทางใจเบื้องต้น 4. การเปิดช่องทางแจ้งเหตุผ่านศูนย์พิทักษ์สิทธิบนแพลตฟอร์ม Traffy Fondue เพื่อเป็นพื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone) ให้เด็กและบุตรหลานระบายหรือแจ้งปัญหาที่ไม่อาจพูดในพื้นที่อื่นได้ 5. การฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุในหลากหลายมิติพร้อมตรวจสอบจุดเสี่ยง

6.การยึดหลัก Zero Tolerance ไม่เพิกเฉยต่อการกลั่นแกล้งกันในโรงเรียน (Bullying) 7. การส่งเสริมความผูกพันระหว่างครูกับนักเรียน  8.ตลอดจนการคัดกรองบุคคลและสิ่งของผิดกฎหมายก่อนเข้าสถานศึกษาอย่างรัดกุม

“ฝากถึงผู้ปกครองขอให้ร่วมกันสอดส่องพฤติกรรมของลูกหลาน หากพบความเปลี่ยนแปลง ควรรีบปรึกษาจิตแพทย์  เพื่อคัดกรองและได้รับคำปรึกษา การไปพบจิตแพทย์ไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่เป็นการดูแลสุขภาพจิตอย่างถูกวิธี“ ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว

ด้าน นายประเสริฐ  กล่าวแสดงความห่วงใยและเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ความสูญเสียที่เกิดขึ้น พร้อมส่งกำลังใจให้ครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบ โดยระบุว่าหลังเสร็จสิ้นการประชุมร่วม 4 กระทรวงนี้แล้ว  ในเวลา 14.30 น. กระทรวงศึกษาธิการได้จัดการประชุมทางไกลผ่านระบบออนไลน์ด่วนที่สุดร่วมกับสถานศึกษาและหน่วยงานในสังกัดศธ.ทั่วประเทศ ทั้ง สพฐ., อาชีวศึกษา, สช., และ สกร. เพื่อถ่ายทอดแนวทางและประกาศยกระดับมาตรการความปลอดภัย โดยเตรียมออกประกาศกระทรวง อย่างเป็นทางการในการให้อำนาจผู้บริหารและครูฝ่ายปกครอง สามารถตรวจค้นกระเป๋าและสิ่งของของนักเรียนในกลุ่มเสี่ยงได้ เพื่อป้องกันการพกพาอาวุธทุกประเภท ทั้งมีดและปืน นอกจากนี้ ได้สั่งการให้โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ปิดการเรียนการสอนตลอดทั้งสัปดาห์หน้า เพื่อประเมินสถานการณ์และปรับปรุงมาตรการภายใน ส่วนการช่วยเหลือบุคลากร ศธ. ได้เตรียมมาตรการเยียวยาครอบครัวของคุณครูที่เสียชีวิตอย่างเต็มที่ ทั้งจากกองทุนของกระทรวง สวัสดิการ ช.พ.ค. เงินสงเคราะห์จากรัฐบาล รวมถึงการพิจารณาเลื่อนขั้นเป็นกรณีพิเศษในฐานะผู้เสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่

รมว.ศธ. ได้ทิ้งท้ายว่า โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี จะเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ที่มีนักเรียนราว 3,500 คน และมีมาตรการรักษาความปลอดภัยเดิมอยู่แล้ว แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่เคยรุนแรงขนาดนี้มาก่อน รัฐบาลและทุกหน่วยงานจึงจำเป็นต้องยกระดับมาตรการป้องกันให้เข้มงวดที่สุดเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ เพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียซ้ำรอยขึ้นในสังคมไทยอีกต่อไป

ขณะที่ นายนิกร ได้แถลงถึงบทบาทการเข้ามาเสริมการทำงานใน 3 ประเด็นสำคัญ โดยประเด็นแรก พม. จะจัดส่งทีมนักสังคมสงเคราะห์และนักจิตวิทยาของกระทรวง เข้าร่วมกับทีมกรมสุขภาพจิตและกระทรวงศึกษาธิการเพื่อลงพื้นที่ดูแลสภาพจิตใจของเด็กและครอบครัวอย่างครอบคลุม ประเด็นที่สอง คือการบูรณาการระบบรับแจ้งเหตุ โดยจะเชื่อมโยงศูนย์รับแจ้งเหตุสายด่วน 1300 ของกระทรวง พม. เข้ากับแพลตฟอร์ม Traffy Fondue เพื่อให้การประสานงานและส่งต่อข้อมูลกับกระทรวงศึกษาธิการเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด และประเด็นที่สาม กระทรวง พม. จะนำโศกนาฏกรรมครั้งนี้มาเป็นกรณีศึกษาเพื่อทบทวนและยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยในสถานรองรับเด็กและสถานศึกษาในสังกัดของ พม. ทั่วประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดช่องโหว่หรือเหตุร้ายในลักษณะเดียวกันขึ้นอีก

นอกจากนี้ รองอธิบดี กรมสุขภาพจิต ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางการดูแลจิตใจเด็กและสถาบันครอบครัว โดยเน้นย้ำว่าการดูแลเด็กหนึ่งคนให้เติบโตอย่างปลอดภัยต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกคนในชุมชน ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการได้นำระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน HERO OBEC Care มาใช้ครอบคลุมกว่าร้อยละ 85 ของโรงเรียนทั้งหมดแล้ว เพื่อช่วยประเมินและคัดกรองปัญหาสุขภาพจิตของเด็กในมิติต่างๆ อย่างมีระบบ อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดในขณะนี้คือการส่งเสริมการสื่อสารแบบสองทาง (Two-way Communication) เพื่อสร้างคนรับฟังที่เด็กไว้วางใจ แทนการปล่อยให้เด็กเสพสื่อฝ่ายเดียวจนเกิดความกดดันสะสม
 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top