533.jpg
สานต่อไทยช่วยไทยพลัส เอกนิติสั่งลุย เผยเงินกู้ยังมีอีกเพียบ อนุทินเปิดทางช่วยปชช.

สานต่อไทยช่วยไทยพลัส เอกนิติสั่งลุย เผยเงินกู้ยังมีอีกเพียบ อนุทินเปิดทางช่วยปชช.

วันอาทิตย์ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

สานต่อไทยช่วยไทยพลัส
เอกนิติสั่งลุย
เผยเงินกู้ยังมีอีกเพียบ
อนุทินเปิดทางช่วยปชช.

“เอกนิติ” ชี้เงินกู้พ.ร.ก. 2 แสนล้านหลัง โฟกัสเปลี่ยนผ่านพลังงานเป็นหลักทั้งอุดหนุนติดแผงโซลาร์-เปลี่ยนผ่านรถโดยสารเป็น EV ส่วนเงินกู้ส่วน 2 แสนล้านแรก เหลือ 4หมื่นล้าน พร้อมให้ใช้กับ‘ไทยเที่ยวไทยพลัส’ส่วน‘ไทยช่วยไทยพลัส’เฟส2ใช้ได้ รอประเมินความเหมาะสม นายกฯควงภริยา ตรวจความเรียบร้อยงาน”โอทอปศิลปาชีพ”แม่ค้าชมเปาะ“ไทยช่วยไทยพลัส”สุดยอด นายกฯบอกจะพยายามสานต่อเฟส 2’

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงการใช้เงินในพระราชกำหนด( พ.ร.ก.)กู้เงิน 4แสนล้านบาท ในส่วนที่เหลือว่าจะมีการจัดลำดับความสำคัญในการใช้งบประมาณอย่างไร เนื่องจากขณะนี้มีการขอโครงการเข้ามาจำนวนมาก ทั้งโครงการ ไทยเที่ยวไทยพลัสและการเปลี่ยนผ่านพลังงาน


โดยกล่าวว่าที่แน่ๆ200,000ล้านที่เหลือ ต้องนำมาใช้ในโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ส่วนงบประมาณในส่วน 200,000ล้านบาทแรกขณะนี้เหลืออยู่ประมาณ40,000ล้านบาทซึ่งนายกรัฐมนตรีให้นโยบายว่า ขอประเมินสถานการณ์ก่อนเพราะมีงบประมาณที่จำกัด จึงต้องใช้อย่างระมัดระวังและตรงเป้ามากที่สุด ก่อนย้ำว่าส่วนตัวมองว่าสิ่งสำคัญคือการเปลี่ยนผ่านพลังงาน

แบ่งใช้‘ไทยเที่ยวไทยพลัส’

เมื่อถามถึงกรณีที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเล็งของบประมาณจากพ.ร.ก.กู้เงินเพื่อใช้ในโครงการไทยเที่ยวไทยพลัส ประมาณ 1,750-2,000ล้านบาท นายเอกนิติ กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่าไม่ได้ใช้งบประมาณเยอะ ซึ่งตนได้ให้นโยบายไปว่าจะต้องใช้ให้ตรงกับวัตถุประสงค์ เพื่อเยียวยาร้านค้าต่างๆ พร้อมยอมรับว่าแม้จะมีจำนวนเงินพอเหลือ แต่ก็ต้องใช้ให้ถูกกับวัตถุประสงค์ แต่จะต้องใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดด้วย เหมือนกับไทยช่วยไทยพลัส

เมื่อถามว่าอาจจะมีเสียงวิจารณ์ว่าโครงการไทยเที่ยวไทยพลัส อาจจะไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์เงินกู้คือจำเป็นเร่งด่วน หากสถานการณ์เศรษฐกิจดีขึ้น นายเอกนิติ กล่าวว่าเรื่องนี้ขอประเมินสถานการณ์ก่อน

เฟส2แค่รอประเมินใหม่

ผู้สื่อข่าวถามว่าหากต้องต่อโครงการไทยช่วยไทยพลัส ในเฟส 2 จะใช้เงินในส่วนของ 200,000 ล้านบาทหลังในการเปลี่ยนผ่านพลังงานมาใช้แทนในโครงการนี้ได้หรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า ในทางกฎหมายใช้ได้ แต่ในทางปฏิบัติอยากจะเก็บไว้ใช้ในเรื่องการเปลี่ยนผ่านพลังงาน พร้อมยอมรับว่าเงินจำนวน 50,000-60,000ล้านบาท จะใช้ในการเปลี่ยนผ่านพลังงาน โครงการโซลาร์รูฟท็อป เพื่อช่วยประชาชนในการเปลี่ยนผ่านพลังงานโซล่าร์ โดยจะมีสถาบันทางการเงินอย่างธนาคารออมสินและธนาคารอาคารสงเคราะห์ เข้ามาช่วยในเรื่องสินเชื่อ

เมื่อถามว่าโครงการไทยช่วยไทยพลัส หลังจากหมดโครงการในช่วงสิ้นเดือนกันยายนนี้แล้ว จะทำต่อในเฟส 2 ทันทีเลยหรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า“ขอพิจารณาให้ครบถ้วนก่อน”

ลุยทำรถขนส่งสาธารณะเป็นรถEV

นายเอกนิติยังกล่าวว่า นอกจากนี้ยังจะมีการเปลี่ยนผ่านพลังงาน เพราะเราใช้น้ำมันและก๊าซธรรมชาติจำนวนมากซึ่งในส่วนของก๊าซธรรมชาติ คือ การผลิตไฟฟ้ารวมถึงการขายไฟคืน เปลี่ยนมิเตอร์ไฟฟ้าเป็นสมาร์ทมิเตอร์และเรื่องระบบสายส่ง เพราะเราต้องคิดทั้งระบบ ไม่เช่นนั้นอาจเหมือนในต่างประเทศที่ทำเรื่องพลังงานสะอาด และเมื่อไฟตกก็จะดับทั้งเมือง

นอกจากนี้ยังจะมีการเปลี่ยนผ่านด้านคมนาคม โดยรัฐบาลอยากทำเรื่องรถขนส่งสาธารณะให้เป็นรถ EVใน 7 กลุ่ม เพราะรถเหล่านี้มีอายุการใช้งานมายาวนานซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้มีการลงรายละเอียดและงบประมาณ

โชว์ช่วยร้านค้ายอดขายเพิ่ม 86%

นายเอกนิติยังกล่าวถึงการหารือกับประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทแกร๊บโฮลดิ้งส์จำกัด (ประเทศสิงคโปร์)ว่าเขามาขอบคุณในการที่มีส่วนร่วมกับโครงการไทยช่วยไทยพลัสซึ่งเป็นการพัฒนาระบบเอไอ คล้ายกับแอปพลิเคชั่น นกกระซิบ ส่งผลให้ยอดขายของพ่อค้า แม่ค้าสูงขึ้นกว่า68%ซึ่งนี่เป็นการพิสูจน์ว่าคำว่า “พลัส”ที่ใช้”เอไอ”เป็นการเพิ่มศักยภาพทำให้ร้านค้าเก่งขึ้น และเพิ่มรายได้ให้กับร้านค้าเหล่านั้น และหลังจากนี้ตนจะไปพูดคุยกับประชาชนและร้านค้าเพื่อนำมาต่อยอด

‘อนุทิน”เดินงานโอทอปฯ

วันเดียวกัน เวลา14.35น.ที่อาคารชาเรนเจอร์ อิมแพ็คเมืองทองธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมงาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี”ปี2569 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8–16 สิงหาคมนี้ ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1–3 อิมแพ็ค เมืองทองธานีซึ่งนายกรัฐมนตรีจะเดินทางมาเปิดงานอย่างเป็นทางการในวันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม ซึ่งบรรยากาศได้มีประชาชนเดินทางมาอุดหนุนสินค้าโอทอปโดยมีนางธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยา นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ร่วมด้วย

โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวเชิญชวนว่าขอเชิญประชาชนชาวไทยทุกคนได้ซื้อของจับจ่ายในงานโอทอปศิลปาชีพซึ่งเปรียบเสมือนกับงานโอทอป แต่เน้นเรื่องสินค้าของโครงการศิลปาชีพที่สมเด็จพระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์ทรงให้การสนับสนุน

สานต่อไทยช่วยไทยเฟส2

จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้เดินชมสินค้าต่างๆภายในงานทั้งอาหาร เครื่องประดับ ผ้าไทย สินค้างานฝีมือ ที่มาออกบูธสินค้าภายในงานนี้โดยได้หยุดที่บูธแรกคือร้านเพชรไอศกรีมโดยได้สั่งเป็นไอศกรีมกะทิสด จากนั้นได้อุดหนุนพร้อมชิมชาข้าวกล้อง อุดหนุนผลิตภัณฑ์สินค้าจากย่านลิเภา อุดหนุนทุเรียนหลินลับแล ระหว่างทางนายกฯได้แวะบูธผ้ามัดย้อม ซึ่งระหว่างนั้นมียูทูบเบอร์คนจีนที่กำลังไลฟ์ขายสินค้าอยู่ นายกฯได้ยืนดูด้วยความสนใจ ก่อนโผล่หน้าทักทายชาวเน็ตด้วยภาษาจีน โดยได้ทักทายร้านค้าต่างๆ และอวยพรขอให้ขายได้ดีๆ

โดยมีประชาชนที่พบเห็นได้เข้ามาขอถ่ายรูปและร่วมพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีและมีแม่ค้าหลายร้านกล่าวชื่นชมโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60:40 นายกฯถามกลับว่าดีหรือไม่ ด้านแม่ค้าบอกว่าสุดยอดมากเลยจะมีต่ออีกหรือไม่ นายกฯกล่าวตอบว่า”เดี๋ยวจะพยายาม”

รัฐบาลเดินหน้าลดค่าครองชีพ

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลยังคงเดินหน้าดูแลค่าครองชีพประชาชนอย่างต่อเนื่อง หลังดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมิถุนายน 2569 ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 50.2 เป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน ทั้งนี้ ข้อมูลตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่ากำลังซื้อเริ่มฟื้นจากมาตรการของรัฐบาล แต่สถานการณ์เศรษฐกิจยังมีความเปราะบาง รัฐบาลจึงต้องทำงานควบคู่กันทั้งด้านการเติมรายได้ การลดภาระค่าใช้จ่าย และการดูแลราคาพลังงานไม่ให้กระทบชีวิตประจำวัน รัฐบาลไม่ได้กระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการอัดฉีดเพียงด้านเดียว แต่ใช้มาตรการเป็นชุด โดยโครงการไทยช่วยไทย พลัส ช่วยให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจประมาณ 1 แสนล้านบาท ลดภาระค่าครองชีพ และกระจายเม็ดเงินลงสู่เศรษฐกิจฐานรากทั่วประเทศ

ตรึงLPG 423บาทต่อถัง15กิโลกรัม

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า จุดสำคัญของไทยช่วยไทย พลัส คือเงินไม่ได้กระจุกอยู่เฉพาะกรุงเทพฯ เพราะสัดส่วนการใช้จ่ายในกรุงเทพฯ อยู่เพียง 15-16% สะท้อนว่าเม็ดเงินไหลถึงต่างจังหวัด ร้านค้ารายย่อย และชุมชนจริง ในอีกด้านหนึ่ง กระทรวงพลังงานยังใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงดูแลราคาก๊าซหุงต้ม หรือ LPG ไม่ให้ปรับขึ้นตามราคาตลาดโลก โดยเพิ่มการชดเชยจาก 7.2209 บาทต่อกิโลกรัม เป็น 9.8642 บาทต่อกิโลกรัม ทำให้ราคาขายปลีกยังอยู่ที่ถังละ 423 บาท ขนาด 15 กิโลกรัม การตรึงราคา LPG เป็นมาตรการที่กระทบต่อประชาชนโดยตรง เพราะก๊าซหุงต้มเป็นต้นทุนของครัวเรือน ร้านอาหาร และผู้ค้ารายย่อย หากปล่อยให้ราคาพลังงานขยับขึ้น จะส่งต่อไปยังราคาอาหาร สินค้า และบริการทันที

“รัฐบาลตระหนักว่าการดูแลราคาพลังงานมีต้นทุน โดยฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 7 สิงหาคม 2569 ติดลบ 71,826.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนประมาณ 2,044 ล้านบาท จึงต้องบริหารอย่างระมัดระวัง

รัฐบาลทำเต็มที่ในการดูแลค่าครองชีพบนพื้นฐานศักยภาพทางการคลังของประเทศ เป้าหมายคือให้เงินหมุนถึงฐานราก เศรษฐกิจฟื้นอย่างมั่นคง และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” นางสาวรัชดา กล่าวย้ำ

วิปฝ่ายค้านจ่อเปิดหลักฐานคดีฮั้วสว.ชุด4

ส่วนความเคลื่อนไหวของพรรคฝ่ายค้าน น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.สมุทรปราการ พรรคประชาชน(ปชน.)กล่าวถึงการจัดกิจกรรมเจาะลึกหลักฐานคดีฮั้ว สว.ครั้งที่ 4โดยวิปฝ่ายค้านในวันที่ 9 สิงหาคมนี้ว่า ไฮไลต์ของกิจกรรมคือภาพของเส้นเงินที่ชัดเจนขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้จะเห็นการพูดถึงเส้นเงินจากตัวพยานบางราย แต่ครั้งนี้จะมีพยานจากกลุ่มจังหวัดที่แตกต่างไปจากเดิมเพิ่มขึ้น มายืนยันถึงการปรากฏเส้นเงิน และการจัดตั้งเป็นขบวนการโกงเลือกสว.และเส้นเงินจะโยงไปถึงบุคคลใหม่ที่ยังไม่เคยเปิดเผยซึ่งเป็นบุคคลที่มีความใกล้ชิดกับพรรคการเมือง นอกจากนี้ยังมีข้อมูลในเรื่องการเสนอผลประโยชน์ต่างตอบแทนซึ่งผิดกฎหมายอย่างแน่นอน

หวั่นกกต.มีหลักฐานครบแต่เป่าคดีไร้ผิด

น.ส.พนิดา กล่าวต่อว่า ต้องมีการตั้งคำถามกับหน่วยงานว่า ท่านมีข้อมูลเหล่านี้อยู่ในมือหรือไม่ และจะยังมองว่าไม่มีหลักฐานอันพึงเชื่อได้ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นไปอย่างสุจริตยุติธรรมหรือไม่ เพราะพยานได้ไปให้ปากคำ และเรื่องต่างๆก็อยู่ในสำนวนอยู่แล้ว เราถึงยังไม่ไว้วางใจคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)เขามีข้อมูลจำนวนมาก แต่คณะอนุกรรมการชุดที่ 36 ของ กกต. ยังเป่าให้ไม่มีความผิดได้ จึงกังวลว่ากกต.ชุดใหญ่ จะเห็นชอบตามคณะอนุกรรมการชุดที่ 36 ทั้งที่ เราเห็นเอกสารหลักฐานข้อมูลทั้งหมด ยังไงก็ไม่มีทางที่ไม่มีใครมีความผิดแน่นอน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top