วันอาทิตย์ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2569
9 สิงหาคม 2569 ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการยกระดับการอาชีวศึกษาไทย โดยมุ่งผลักดันระบบการเรียนรู้ให้เชื่อมโยงกับโลกการทำงาน เพื่อสร้างแรงงานที่ตรงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและตลาดแรงงานยุคใหม่ ภายใต้แนวคิดที่ว่า “อาชีวะไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นทางหลัก” และเป็นแนวทางสำคัญที่ช่วยสร้างทั้งโอกาส รายได้ และความมั่นคงให้กับผู้เรียน
ทั้งนี้ รัฐบาลจะเดินหน้าปรับโครงสร้างสัดส่วนผู้เรียนสายอาชีวะและสายสามัญให้เข้าใกล้ตัวเลข 45 : 55 คือจำนวนผู้เรียนสายสามัญ 45% และ สายอาชีวศึกษา 55% จากเดิมที่เป็นสัดส่วน 70 : 30 เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการผลิตบุคลากรสายวิชาการกับสายวิชาชีพ และผลิตแรงงานที่มีทักษะสูงให้ตรงกับความต้องการของตลาดเศรษฐกิจและภาคอุตสาหกรรมในปัจจุบันมากขึ้น
นอกจากนี้ รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบอาชีวศึกษาทวิภาคี โดยส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสถานศึกษากับภาคเอกชน เพื่อกำหนดมาตรฐานสมรรถนะร่วมกันในสาขาเป้าหมาย อาทิ ยานยนต์ไฟฟ้า ระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ ดิจิทัล อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ เซมิคอนดักเตอร์ และพลังงานสะอาด เพื่อให้ผู้เรียนมีทักษะตรงกับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต รวมทั้งจะผลักดันให้ผู้บริหารสถานศึกษาอาชีวศึกษา ปรับบทบาทเป็นผู้นำด้านทุนมนุษย์ สามารถวิเคราะห์แนวโน้มตลาดแรงงานและสร้างเครือข่ายกับภาคธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลยังสนับสนุนระบบคลังหน่วยกิตแห่งชาติ เพื่อเปิดทางให้ผู้เรียนสะสมประสบการณ์จากการทำงาน นำไปเทียบโอนเป็นวุฒิการศึกษาได้ รวมถึงดูแลกลุ่มเด็กและเยาวชนที่มีความเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา ให้สามารถเรียนไป ทำงานไป และมีรายได้ควบคู่กัน ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการพัฒนาทักษะและยกระดับคุณภาพชีวิต
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี