วันอาทิตย์ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2569
533.jpg
เช็กด่วน รัฐเร่งตาม 8.3 แสนคน ยืนยันตัวตนบัตรสวัสดิการฯ จี้อีก 5 ล้านคน รีบยื่นทบทวนสิทธิก่อนหมดเขต

เช็กด่วน รัฐเร่งตาม 8.3 แสนคน ยืนยันตัวตนบัตรสวัสดิการฯ จี้อีก 5 ล้านคน รีบยื่นทบทวนสิทธิก่อนหมดเขต

วันอาทิตย์ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 11.32 น.

โฆษกรัฐบาลเผย เร่งตามอีก 8.3 แสนคน ยืนยันตัวตนรับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ อีก 5 ล้านคนยังไม่ยื่นทบทวนสิทธิ

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2569 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ด้วยความตั้งใจของรัฐบาลที่ต้องการดูแลประชาชนกลุ่มผู้ยากไร้ให้เข้าถึงสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอย่างทั่วถึง จึงได้บูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งอำนวยความสะดวกทั้งการยืนยันตัวตน (e-KYC) และการยื่นขอทบทวนสิทธิ รวมถึงการลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์เชิงรุก เพื่อไม่ให้ประชาชนที่มีสิทธิได้รับสวัสดิการต้องตกหล่นหรือเสียสิทธิเพียงเพราะไม่ทราบขั้นตอนหรือไม่สะดวกในการดำเนินการ


ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2569 พบว่าตัวเลขการยืนยันตัวตนและการอุทธรณ์เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากความพยายามของหน่วยงานในพื้นที่และช่องทางบริการที่เข้าถึงง่าย

ปัจจุบัน ผู้ได้รับสิทธิรายใหม่มีจำนวน 3.1 ล้านคน โดยยืนยันตัวตนแล้ว 2.3 ล้านคน (73%) เพิ่มขึ้นจากวันที่ 2 สิงหาคม ซึ่งมีผู้ยืนยันตัวตน 2.2 ล้านคน (68%) ขณะที่ผู้ที่ยังไม่ยืนยันตัวตนลดลงเหลือ 8.3 แสนคน (27%) จากเดิม 9.8 แสนคน (31%) รัฐบาลขอเชิญชวนให้ผู้ได้รับสิทธิรายใหม่เร่งยืนยันตัวตน เพื่อให้สามารถเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ทั้งนี้ กระทรวงการคลังเปิดให้ยืนยันตัวตนได้จนถึงวันที่ 12 มกราคม 2570

จังหวัดที่มีผู้ยังไม่ยืนยันตัวตนมากที่สุด ได้แก่ นครราชสีมา นครศรีธรรมราช อุบลราชธานี บุรีรัมย์ และขอนแก่น ซึ่งรัฐบาลได้กำชับหน่วยงานในพื้นที่เร่งประชาสัมพันธ์และอำนวยความสะดวก เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิได้ครบถ้วน

สำหรับการยื่นขอทบทวนสิทธิ ล่าสุดมีผู้ยื่นคำร้องแล้ว 4.2 ล้านคน เพิ่มขึ้นจาก 4.1 ล้านคน เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม ขณะที่มีผู้ยังไม่ได้ยื่นขอทบทวนสิทธิอีกประมาณ 5 ล้านคน จึงขอเชิญชวนให้เร่งดำเนินการภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 เพื่อรักษาสิทธิของตนเอง

จังหวัดที่มีสัดส่วนการยื่นขอทบทวนสิทธิสูงที่สุด ได้แก่ ลำปาง (60%) นราธิวาส (59%) ปัตตานี (58%) ยะลา (54%) และแพร่ (53%) สะท้อนว่าการลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์และการอำนวยความสะดวกของหน่วยงานในพื้นที่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิได้มากขึ้น

นางสาวรัชดา กล่าวว่า รัฐบาลได้เตรียมช่องทางให้บริการไว้อย่างครอบคลุม ทั้งผ่านแอปพลิเคชัน ทางรัฐ แอปพลิเคชัน เป๋าตัง เว็บไซต์โครงการ ธนาคารของรัฐทั้ง 5 แห่ง และศูนย์ One Stop Service (OSS) ณ ที่ว่าการอำเภอทั้ง 878 แห่งทั่วประเทศ พร้อมมอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ร่วมลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้สูงอายุ ผู้พิการ และประชาชนกลุ่มเปราะบางที่ไม่สะดวกใช้บริการออนไลน์

“ยอดผู้ยืนยันตัวตนและยื่นทบทวนสิทธิเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง รัฐบาลจะติดตามและอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่จนถึงวันสุดท้าย จึงขอเชิญชวนผู้ที่ยังไม่ได้ดำเนินการ รีบใช้สิทธิภายในระยะเวลาที่กำหนด เพื่อไม่ให้พลาดสวัสดิการที่ควรได้รับ” นางสาวรัชดา กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top