533.jpg
ไอซ์ รักชนก จี้ ตร. แจง 7 ข้อกังขา มาตรฐานจับกุม ฉลอง เรี่ยวแรง

ไอซ์ รักชนก จี้ ตร. แจง 7 ข้อกังขา มาตรฐานจับกุม ฉลอง เรี่ยวแรง

วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 21.43 น.

ไอซ์ รักชนก จี้ ตร. แจง 7 ข้อกังขา มาตรฐานจับกุม ฉลอง เรี่ยวแรง 

เมื่อวันที่ 10 ส.ค.2569 น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยเรียกร้องให้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลโดยตรงของนายกรัฐมนตรี ออกมาชี้แจงมาตรฐานการปฏิบัติต่อผู้ก่อเหตุสังหาร โดยระบุว่า 


1) เหตุการณ์ที่ ‘นายฉลอง เรี่ยวแรง' อดีต สส.นนทบุรี บุกยิง นายกอบจ.นนทบุรี ศึกเป็นเหตุอุกอาจร้ายแรง วันนี้เรื่องสำคัญที่ประชาชนต้องสนใจไม่ใช่เค้าโทรหาใครหลังก่อเหตุ แต่เป็นวิธีที่ตำรวจปฏิบัติกับผู้ก่อเหตุสังหารบุคคล

2) จากคลิปการเข้าจับกุมจะเห็นได้ว่า ตำรวจไม่ได้เข้าจู่โจมนายฉลองแต่อย่างใด ไม่มีการให้นอนคว่ำหน้าเอามือไพล่หลัง ไม่มีการใส่กุญแจมือ

ไม่แม้แต่การใช้เครื่องพันธะนาการ มือของนายฉลองยันทำอะไรได้อิสระ จากคลิปขณะเข้าจับกุมนายฉลองยังคงยืนคุยโทรศัพท์ และตำรวจยังปล่อยให้นายฉลองค่อยๆควักสิ่งของจากกางเกงออกมา ดูในคลิปเข้าใจว่าสิ่งนั้นคือแม๊กที่ใส่ลูกปืน ไว้

แล้วถ้าในกางเกงเกิดเป็นปืนอีกกระบอกจะเกิดอะไรขึ้น? ถ้าหากนายฉลองมีปืนจริงๆแล้วก่อเหตุซ้ำกับคนในบริเวณนั้นจะเกิดอะไรขึ้น? ทำไมตำรวจถึงหละหลวมเช่นนี้?

3)ได้มีโอกาสคุยกับ สารวัตโอต ธีรวัตร์ ปัญญาณ์ธรรมกุล - Thirawat Panyatammakul เหตุร้ายแรงเช่นนี้อย่างน้อยที่สุดตำรวจต้องมีเครื่องพันธะนาการมือและต้องทำการตรวจค้นร่างกายว่ายังมีอาวุธอื่นๆอีกหรือไม่ แต่ตามที่เห็นในคลิปข่าวก็ไม่ได้ทำเช่นนั้นแต่อย่างใด กลับเป็นผู้ต้องหาที่ยืนคุยโทรสบายๆและหยิบของที่ติดตัวออกมาให้ตำรวจด้วยตัวเอง ขณะที่อาวุญที่ใช้ก่อเหตุยังอยู่ใกล้ๆ

4) ทุกท่านคงนึกภาพตามดิฉันได้ กรณีอื่นๆถ้าเกิดเหตุแบบเดียวกัน ยังมีอาวุธอยู่ใกล้มือ เผลอๆโดนตำรวจวิสามัญไปแล้ว แต่ในกรณีนี้ ตำรวจไม่ได้กระทำการควบคุมตัวนายฉลองให้เหมาะสมแต่อย่างใด กิริยาท่าทางดูเป็นท่าทีสบายๆ เหมือนกลุ่มเพื่อนที่อู้งานออกมาแวะดูดบุหรี่ข้างตึก มาตรฐานการจัดการสถานการณ์ร้ายแรงทำเช่นนี้จริงๆหรือ? นี่คือโปรโตคอลการควบคุมสถานการณ์ปกติหรือไม่?

5) การจัดการกับเหตุเฉพาะหน้าว่าแย่แล้ว แต่ที่แย่ไปกว่านั้นเหตุใดนายฉลองถึงได้รับอภิสิทธิ์ในการดูดบุหรี่ในสถานที่ราชการ ยังอยู่ในอิริคสบายๆและดูดบุหรี่ในสถานที่ที่ตำรวจเอาไปควบคุมตัว มาตรฐานการทำงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอยู่ที่ไหน? ในเคสอื่นๆตำรวจให้ทำเช่นนี้ได้หรือไม่?

6) หากเทียบในกรณีอื่นๆที่ร้ายแรงแต่น้อยกว่าเคสนี้ เช่น มีการทำร้ายร่างกาย มีอาวุธมีด/ปืน มีคนเมายา หรือแม้กระทั่งการชุมชุน จะเห็นว่าหลายเคสตำรวจเข้าจู่โจมรุนแรง บางเคสต้องมีการใส่กุญแจมือ บางเคสแม้ผุ้ต้องหาสงบแล้วแต่ตำรวจยังมีเครื่องพันธะนาการ บางเคสตำรวจถึงขั้นทำร้ายร่างกายให้ได้รับความบาดเจ็บ 

7) การละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ การไม่ทำตามโปรโตคอลที่เหมาสมเช่นนี้ จากที่สังคมไม่ไว้วางใจอยู่แล้วเพราะผู้ก่อเหตุก็เป็นบุคคลที่เชื่อมโยงกับพรรคการเมืองที่มีอำนาจบริหารราชการแผ่นดินณขณะนี้ มันทำให้สังคมยิ่งตั้งคำถามหนักเข้าไปอีกว่า คดีนี้ตำรวจจะดำเนินการในมาตรฐานใด? เพราะตั้งแต่จุดเริ่มต้น ดูเหมือนผู้ก่อเหตุจะได้อภิสิทธิ์เหนือคดีที่ผ่านๆมาในอดีตมากทีเดียว ต่อหน้ายังขนาดนี้ลับหลังจะขนาดไหน
สำนักงานตำรวจแห่งชาติควรแถลงเพื่อชี้แจงมาตรฐานในการเข้าควบคุมเหตุ เพราะสิ่งที่ตำรวจปฏิบัติกับผู้ก่อเหตุ เมื่อเทียบกับความร้ายแรงของเหตุแล้ว ทำให้ประชาชนตั้งคำถามมากทีเดียว
 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top