วันอังคาร ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2569
“คปท.-หมอตุลย์ บุกทำเนียบฯ ยื่น “อนุทิน” จี้ตั้งกรรมการสอบผู้เกี่ยวข้องเพิ่ม หวังสาวถึงกระบวนการทั้งหมด
วันที่ 11 สิงหาคม 2569 เวลา 11.00 น. ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาล กลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) นำโดย นายพิชิต ไชยมงคล และ นายนัสเซอร์ ยีหมะ ร่วมกับ นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ เดินทางมาเยอะหนังสือถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทยโดยขอให้ขยายขอบเขตการสอบวินัยร้ายแรงกรณีทุจริตการสอบแข่งขันบุคคล เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น
ตามที่กระทรวงมหาดไทยได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงกับข้าราชการระดับสูง และเจ้าหน้าที่สังกัดกรมการปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) 5 ราย ในคดีทุจริตการสอบแข่งขันการสอบแข่งขันบุคคล เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่นและเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 โดยนายกฯ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่าเรื่องมันจบแล้ว ซึ่งคำสัมภาษณ์นี้สร้างความคลางแคลงใจและความกังวลใจกับตนและคนไทยจำนวนมาก ว่าการสอบสวนการทุจริตครั้งนี้จะไม่สามารถสอบสวนถึงผู้ร่วมกระทำความผิดทั้งหมดได้ และเกรงว่าจะมีการปล่อยให้ผู้กระทำความผิดบางส่วนลอยนวล ไม่ถูกลงโทษตามกฎหมาย ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

1. แม้การสอบแข่งขันการสอบแข่งขันบุคคลเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น จัดขึ้นเมื่อ 7 ธันวาคม 2568 และประกาศผลผู้ที่ผ่านการสอบภาค ก. และภาค ข. เมื่อ 23 ธันวาคม 2568 จะเป็นช่วงที่ นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล ดำรงตำแหน่งเป็นอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) ก็ตาม แต่เนื่องจากนายธีรุตม์ เพิ่งย้ายมาเป็นอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น เมื่อ 12 พฤศจิกายน 2568 เพียง 3 สัปดาห์เศษก่อนการจัดสอบ การย้ายนายธีรุตม์มาประจำกระทรวงมหาดไทย และตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงนายธีรุตม์ และข้าราชการอื่นรวม 5 คน จึงมีความเหมาะสม แต่เมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริงให้ครบถ้วน จะพบว่าการสอบแข่งขันครั้งนี้เริ่มขึ้นมาตั้งแต่สมัยอธิบดีกรม สถ. คนก่อนหน้า คือ นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ (ดำรงตำแหน่ง 17 พฤศจิกายน 2567- 28 กรกฎาคม 2568) และ ร้อยตำรวจโท ภพชนก ชลานุเคราะห์ (29 กรกฎาคม -11 พฤศจิกายน 2568) ทั้งนี้ เมื่อ 13 กุมภาพันธ์ 2568 นายนฤชา ได้ประกาศยกเลิกการประกาศให้ม.บูรพา เป็นผู้ชนะการเสนอราคาในการจัดสอบแข่งขัน และเปิดประมูลครั้งใหม่ รวมถึงประกาศให้มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เป็นผู้ชนะการเสนอราคา เมื่อ 26 มิถุนายน 2568
ดังนั้นหากการสอบสวนข้อเท็จจริงเริ่มที่นายธีรุตม์ แต่เพียงผู้เดียว จึงไม่น่าจะครบถ้วน คณะกรรมการสอบสวน (ซึ่งก่อนจะสอบวินัยร้ายแรง จะต้องตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงก่อน) ควรสอบสวน นายนฤชา อดีตอธิบดี สถ. ในช่วงเวลาดังกล่าวด้วย (ไม่ได้หมายความว่า นายนฤชา มีความผิดในคดีนี้ไปแล้ว)

2. ควรสอบสวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติมจากข้าราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้อง (นอกจากนายธีรุตม์ และรองอธิบดี ธนนท์ แล้ว) ได้แก่
2.1 รองอธิบดี สถ. โดยเฉพาะ นายศิริพันธ์ ศรีกงพลี ผู้ร่วมร่าง TOR
2.2 อดีตผู้ตรวจราชการ สถ. โดยเฉพาะนายมนัส สุวรรณรินทร์ ผู้ร่วมร่าง TOR
2.3 คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ที่เป็นข้าราชการกระทรวงมหาดไทย กรม สถ. และที่เป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น
ตนจึงขอให้นายกฯ ได้สั่งการให้คณะกรรมการสอบสวนของกระทรวงมหาดไทย ขยายขอบเขตการสอบสวนไปถึงบุคคลต่างๆ ข้างต้น เพื่อให้ทราบข้อเท็จจริงครบถ้วนมากขึ้น และอาจขยายผลไปถึงบุคคลอื่นที่ร่วมกระทำความผิดต่อไป จึงจะทำให้สาธารณชนยุติความคิดที่ว่า นายกฯ กำลังมีการตัดตอนไม่ให้ถึงผู้กระทำความผิดบางส่วน โดยเฉพาะผู้ที่มีอิทธิพลทางการเมืองบางคน
ทั้งนี้ มีนายสมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้แทนนายกรัฐมนตรี รับเรื่องไว้ เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี