546.jpg
ดาหน้าโต้ปมหนี้เลือด11ล.  รุมซัดฉลอง

ดาหน้าโต้ปมหนี้เลือด11ล. รุมซัดฉลอง

วันพุธ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ดาหน้าโต้ปมหนี้เลือด11ล.

รุมซัดฉลอง

อบจ.นนท์อ้างไม่จริง

ถามกลับใครช่วยใคร

อดีตสส.วืดยื่นประกัน

ส่งตัวเข้านอนเรือนจำ

ตำรวจจัดกำลังหน่วยปฏิบัติการพิเศษ เฝ้าระวังห้องขัง สภ.รัตนาธิเบศร์ ตลอดทั้งคืน ก่อนใช้หน่วยสวาทควบคุมตัว “ฉลอง เรี่ยวแรง” ขึ้นรถกันกระสุนส่งศาลจังหวัดนนทบุรี ศาลไม่ให้ประกัน เหตุเป็นคดีร้ายแรงและอุกอาจ มีโทษสูง ส่งตัวเข้าเรือนจำ ลูกสาวเศร้ารับศพ“พ.ต.อ.ธงชัย”ลั่นความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว คนนนท์รู้ว่าพ่อเป็นอย่างไร ถ้าไม่ดีจริงไม่ได้ตำแหน่ง 4-5 สมัย ขณะที่“กลุ่มผึ้งหลวง” อบจ.นนทบุรี แถลงทวงความเป็นธรรมให้“พ.ต.อ.ธงชัย” ยันหนี้ 11 ล้านไม่มีจริง ชี้ปมแค้นเรื่องเงิน-ปมสละสิทธิ์เลือกตั้งเก่า ด้านคนสนิทนายก อบจ.นนทบุรี เผยทั้งคู่รู้จักและใกล้ชิดกันมานาน เชื่อปมเงิน 11 ล้าน ไม่ใช่ต้นเหตุหลักของความขัดแย้ง ผบ.ตร.สั่งล้อมคอก ยกระดับคุมเข้มอาวุธปืนและรักษาความปลอดภัยทั่วประเทศ

จากกรณี นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(สส.)จังหวัดนนทบุรี ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี เสียชีวิต ขณะที่คนขับรถได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดในช่วงสายของวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ก่อนตำรวจควบคุมตัวนายฉลองมาสอบสวนที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ และนำตัวเข้าห้องขัง หลังสอบปากคำนานกว่า 5 ชั่วโมง โดยนายฉลองให้การภาคเสธ โดยอ้างว่าเป็นการยิงเพื่อป้องกันตัว หลังเห็นคนขับรถของ พ.ต.อ.ธงชัย ชักอาวุธปืนออกมาก่อน ขณะที่ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาหนักรวม 4 ข้อหาตามที่เสนอข่าวไปนั้น


วางกำลังคุมเข้มป้องกันล้างแค้น‘ฉลอง’

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จัดกำลังหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ภ.จว.นนทบุรี ประมาณ 20 นาย พร้อมอาวุธครบมือ เข้ารักษาความปลอดภัยบริเวณหน้าห้องขัง สภ.รัตนาธิเบศร์ อย่างเข้มงวดตลอดทั้งคืน โดยการรักษาความปลอดภัยดังกล่าวมีขึ้น เนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับรายงานเกี่ยวกับความเป็นไปได้ว่าอาจมีผู้ที่ไม่พอใจหรือมีความเคียดแค้นต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และอาจเข้ามาก่อเหตุแก้แค้นกับนายฉลอง ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงเพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัยเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดคิด

สำหรับนายฉลอง หลังจากถูกควบคุมตัวและสอบปากคำแล้ว เจ้าหน้าที่เตรียมนำตัวส่งศาลจังหวัดนนทบุรีในวันนี้ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย โดยมีรายงานว่าพนักงานสอบสวนจะยื่นคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์และมีผู้เสียชีวิต

หน่วยสวาทคุมตัวไปฝากขัง

เมื่อเวลา 09.20 น. วันที่ 11 สิงหาคม 2569 ที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ เจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษ หรือ S.W.A.T ทั้งในและนอกเครื่องแบบกว่า 10 นาย พร้อมอาวุธครบมือ จัดกำลังรถยนต์ 4 คัน และรถจักรยานยนต์ 2 คัน โดยมีทั้งรถนำขบวนและรถปิดท้ายขบวน เพื่อรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัว นายฉลอง เรี่ยวแรง ออกจากห้องควบคุมตัว ก่อนนำขึ้นรถกระบะกันกระสุนของหน่วยปฏิบัติการพิเศษ เพื่อไปฝากขังที่ศาลจังหวัดนนทบุรี

พยักหน้ารับเครียด-เป็นห่วงลูกสาว

ระหว่างการควบคุมตัว ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามนายฉลองว่า มีอะไรอยากจะพูดหรือไม่ เจ้าตัวไม่ได้ตอบคำถามและส่ายหน้า แต่เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าเครียดหรือไม่ และเป็นห่วงลูกสาวหรือไม่ นายฉลองพยักหน้าตอบ ก่อนถูกควบคุมตัวขึ้นรถ โดยมีสีหน้าฝืนยิ้มและแสดงความกังวล

ทั้งนี้ ในท้ายคำร้องของพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัวนายฉลอง โดยให้เหตุผลว่าเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ และเป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน

ศาลไม่ให้ประกัน-ส่งนอนเรือนจำ

ที่ศาลจังหวัดนนทบุรี พนักงานสอบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์ ยื่นคำร้องฝากขังหมายเลขดำ ฝ.823/2569 ขอฝากขังครั้งแรก นายฉลอง ในความผิดข้อหาฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา, พยายามฆ่าผู้อื่น, พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร และ ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมนุมชน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 32, 33, 80, 91, 288, 371, 376 และพ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธ พ.ศ. 2490 มาตรา 4 ,7, 8 ทวิ 72 , 72 ทวิ ทั้งนี้ภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการฝากขังแล้ว ผู้ต้องหาได้ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้

โดยศาลจังหวัดนนทบุรี มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว เนื่องจากพฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องร้ายแรงและอุกอาจ คดีมีอัตราโทษสูง ประกอบกับพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวเกรงว่าจะหลบหนี หรือก่อเหตุประการอื่น ให้ยกคำร้อง และหมายขัง

ลูกสาวเศร้ารับศพ‘พ.ต.อ.ธงชัย’

เวลา 09.30 น. ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ครอบครัวของ พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายกฯ อบจ.นนทบุรี และคนสนิท เดินทางมาติดต่อขอนำร่างไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา โดนครอบครัวได้นำชุดสีขาวมาเปลี่ยนให้กับ พ.ต.อ.ธงชัย ด้วย

น.ส.พรรษพร เย็นประเสริฐ อายุ 37 ปี ลูกสาวคนเล็กของ พ.ต.อ.ธงชัย กล่าวว่า ประเด็นเรื่องการมาทวงเงิน 11 ล้าน จากคุณพ่อนั้น ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว และชาวจังหวัดนนทบุรีรู้ดีทุกท่านและทราบเป็นอย่างดีว่าคุณพ่อเป็นคนยังไง คุณพ่อมีแต่ให้และก็ช่วยเหลือชาวนนทบุรีมาตลอดชีวิตการทำงานของท่าน

ถ้าไม่ดีจริงไม่ครอง5สมัยรวด

“ถ้าเกิดคุณพ่อดีไม่จริง คุณพ่อก็คงไม่ได้เป็นนายกอบจ. 4-5 สมัย คุณพ่อมีความพร้อมทั้งหน้าที่การงานและก่อนที่จะมาทำหน้าที่เสียสละเพื่อประชาชนชาวนนทบุรี” น.ส.พรรษพร กล่าว และว่า ในส่วนประเด็นที่ทั้งสองคนเป็นเพื่อนตามที่อีกฝ่ายกล่าวอ้างหรือไม่นั้น อันนี้ขอให้เป็นเรื่องของคดีความ ให้ตำรวจเป็นคนหาคำตอบแล้วกัน

ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่า ถ้าหากอีกฝ่ายอยากจะไปแสดงความเสียใจในงานศพ สามารถไปได้หรือไม่นั้น ทางครอบครัวไม่ได้ตอบคำถามใดๆ กับสื่อมวลชน หลังจากสัมภาษณ์เสร็จแล้วก็เข้าไปภายในห้องรับรองทันที

ทีมอบจ.นนทบุรีทวงความเป็นธรรม

เวลา 11.30 น. ห้องประชุมชั้น 3 องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นนทบุรี นายภคิน วรวรรณปรีชา ประธานสภา อบจ.นนทบุรี พร้อมด้วย น.ส.วิภาวัลย์ วรวรรณปรีชา เลขานุการนายก อบจ.นนทบุรี, นายเฉลิมพล นิยมสินธุ์ อดีตประธานสภาและอดีตเลขานุการนายก อบจ.นนทบุรี รวมถึงสมาชิก ส.อบจ.กลุ่มผึ้งหลวง ได้ร่วมกันแถลงข่าวเพื่อทวงคืนเกียรติยศและศักดิ์ศรีให้กับ พ.ต.อ.ธงชัยที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ถูกนายฉลองบุกยิง

นายเฉลิมพล เปิดเผยว่า ข้อกล่าวอ้างของนายฉลองที่ระบุว่า นายก อบจ.นนทบุรี ติดหนี้สิน 11 ล้านบาทนั้น ไม่เป็นความจริงอย่างแน่นอน จากการถอดข้อความในการพูดคุยในห้องเกิดเหตุ นายฉลองไม่ได้เข้ามาทวงเงินกู้ แต่เข้ามาทวงถามเรื่องความรับผิดชอบกรณีที่ตนเองสละสิทธิ์ไม่ลงสมัครเลือกตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2552

นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาจากเอกสารบัญชีทรัพย์สินที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. นายฉลอง เรี่ยวแรง (ยื่นเมื่อปี 2554) มีเงินสดในบัญชีไม่เกิน 200,000 บาท และ พ.ต.อ.ธงชัย (ยื่นล่าสุด) มีทรัพย์สินและเงินสดรวมกว่า 300 ล้านบาท ข้อเท็จจริงจึงขัดแย้งกับคำกล่าวอ้างอย่างสิ้นเชิง อีกทั้งตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา พ.ต.อ.ธงชัย ไม่เคยรับเงินสนับสนุนจากภายนอกเพราะเกรงเรื่องระบบบุญคุณ และไม่เคยมีเรื่องหนี้สิน 11 ล้านบาทปรากฏขึ้นมาก่อนเลย

ชี้พ.ต.อ.ธงชัยต่างหากที่คอยช่วยเหลือ

ขณะที่ น.ส.วิภาวัลย์ และ นายภคิน ร่วมกันชี้แจงเพิ่มเติมว่า พ.ต.อ.ธงชัย และนายฉลอง มีความสัมพันธ์เป็นเพื่อนกันมานาน แม้จะมีปัญหาระหองระแหงทางการเมือง แต่ พ.ต.อ.ธงชัย ก็คอยช่วยเหลือเรื่องการเงินแก่นายฉลองมาโดยตลอด โดยเฉพาะในช่วงหลังที่นายฉลองป่วยด้วยโรคเกี่ยวกับระบบเลือดข้น ต้องใช้เงินรักษาตัว พ.ต.อ.ธงชัย ก็ให้การสนับสนุนค่าใช้จ่ายเรื่อยมา ส่วนประเด็นความขัดแย้ง คาดว่าเกิดจากการที่นายฉลองประสบปัญหาหนี้สินอย่างหนัก และพยายามเดินทางมาหยิบยืมเงินหลายครั้ง ทั้งที่บ้านและที่ทำงาน เมื่อไม่ได้รับการตอบสนองตามที่ต้องการจึงเกิดอาการฉุนขาด

ยันคนขับรถไม่ได้ชักปืนก่อน

นอกจากนี้ คณะผู้แถลงข่าวได้ตอบโต้ข้อกล่าวอ้างของนายฉลองที่ว่าคนขับรถของนายก อบจ. จะชักปืนยิงก่อน โดยระบุว่า จากการตรวจสอบพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่า อาวุธปืนของคนขับรถยังคงเสียบอยู่ในซองและยังไม่ได้ทำการขึ้นลำกล้อง ขณะที่ภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกได้อย่างชัดเจนว่า นายฉลองได้ถืออาวุธปืนเตรียมพร้อมไว้ในมือตั้งแต่ก่อนเดินเข้ามาในจุดเกิดเหตุแล้ว

คนสนิทพ.ต.ท.ธงชัยไม่เชื่อติดหนี้11ล.

ส่วนที่วัดสะพานสูง ต.คลองพระอุดม อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นายจำลอง ขำสา รองเลขาธิการสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย และคนสนิทของ พ.ต.อ.ธงชัย เปิดเผยถึงความสัมพันธ์ระหว่าง พ.ต.อ.ธงชัย กับนายฉลอง ว่า ตนทำงานร่วมกับ พ.ต.อ.ธงชัย มาตั้งแต่ปี 2547 และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเห็นว่าทั้งสองฝ่ายมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันมาโดยตลอด รวมถึงครอบครัวของทั้งสองฝ่ายก็รู้จักและมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน

ส่วนกรณีนายฉลองให้ข้อมูลก่อนหน้านี้ว่า เดินทางไปทวงเงินจำนวน 11 ล้านบาท นายจำลองมองว่า ไม่น่าจะเป็นสาเหตุหลักของความขัดแย้ง โดยระบุว่า ครอบครัวของ พ.ต.อ.ธงชัย มีทั้งธุรกิจและทรัพย์สินหลายอย่าง จึงไม่น่ามีความจำเป็นที่จะปล่อยให้เกิดหนี้สินจำนวนมากตามที่มีการกล่าวอ้าง

ขอสังคมฟังข้อมูลรอบด้าน

อย่างไรก็ตาม นายจำลองยอมรับว่า รายละเอียดความขัดแย้งส่วนตัวระหว่างบุคคลทั้งสองอาจมีเรื่องที่ทีมงานไม่ทราบ จึงไม่ขอพูดแทนคู่กรณี แต่ในประเด็นเรื่องเงิน ยืนยันว่าเชื่อว่า พ.ต.อ.ธงชัย ไม่น่ามีพฤติการณ์ตามที่ถูกกล่าวอ้าง ตนรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะเมื่อทั้งสองฝ่ายเคยมีความสัมพันธ์และร่วมงานทางการเมืองกันมาเป็นเวลานาน พร้อมขอให้สังคมรับฟังข้อมูลจากทั้งสองฝ่ายอย่างรอบด้าน

สำหรับการดำเนินคดี นายจำลอง กล่าวว่า เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม และขอให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการอย่างเต็มที่ ตรวจสอบข้อเท็จจริงทุกประเด็น เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย รวมถึงผู้เสียชีวิต

ผบ.ตร.สั่งสอบปมสูบบุรี่-ไม่ใส่กุญแจมือ

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. เปิดเผยถึงกรณีปรากฏภาพขณะ นายฉลอง กำลังสูบบุหรี่ระหว่างเข้าสอบปากคำที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ และไม่ได้ถูกใส่กุญแจมือว่า เรื่องดังกล่าวนายกรัฐมนตรีได้โทรศัพท์กำชับถึงการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ ทั้งเรื่องการแถลงข่าว การใช้เครื่องพันธนาการ รวมถึงการสูบบุหรี่ระหว่างควบคุมตัวผู้ต้องหา ซึ่งตนน้อมรับข้อสั่งการดังกล่าว และจะนำไปปฏิบัติ โดยได้สั่งการให้ พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประสิทธิ์ จเรตำรวจแห่งชาติ ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว คาดว่าจะทราบผลโดยเร็ว ซึ่งระเบียบดังกล่าวนั้นมีมาหลายยุคสมัยแล้ว ตั้งแต่สมัย พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ อดีต ผบ.ตร. แม้แต่ พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1จะเป็นรุ่นพี่ ก็ยืนยันว่าไม่รู้สึกกระอักกระอ่วน เพราะทุกอย่างต้องดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบ หากพบเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 157 ก็ต้องตรวจสอบอย่างรอบคอบ

ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรีได้กำชับเรื่องมาตรการตรวจค้นอาวุธและการตั้งด่านตรวจค้น ยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก แต่ตำรวจต้องใช้ทั้งทักษะ ความรู้ และข้อมูลด้านการข่าว เพื่อป้องกันการพกพาอาวุธและสร้างความปลอดภัยให้ประชาชน

ผบ.ตร.สั่งล้อมคอกสกัดอาชญากรรม

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ผบ.ตร. ได้สั่งการไปยังทุกหน่วยทั่วประเทศ กำชับมาตรการเกี่ยวกับอาวุธปืนและยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันเกิดเหตุการณ์ความรุนแรง โดยผู้ก่อเหตุมีการนำอาวุธปืน/วัตถุระเบิดมาใช้ในการก่อเหตุในพื้นที่ต่างๆ หลายคดี เป็นเหตุให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตร่างกายและทรัพย์สินของประชาชน ซึ่งเป็นนโยบายที่เร่งด่วนของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ให้ความสำคัญในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน โดยมอบหมาย รอง ผบ.ตร. กำกับดูแลและควบคุมการปฏิบัติ

ลุยกวาดล้างอาวุธปืน-กระสุน-ระเบิด

ทั้งนี้ ผบ.ตร.มอบหมาย พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร.(รับผิดชอบงานด้านสืบสวนสอบสวน) ระดมกวาดล้างความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน และวัตถุระเบิด โดยตรวจสอบและกำหนดเป้าหมาย เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นอาวุธปืน อาวุธสงคราม เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด และสิ่งเทียมอาวุธ รวมถึงการจำหน่ายโดยผิดกฎหมายทั้งในพื้นที่ (On Ground) และผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์

ยกระดับความปลอดภัยพื้นที่สาธารณะ

พร้อมมอบหมาย พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร.(รับผิดชอบงานด้านป้องกันปราบปรามอาชญากรรม) ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยและยกระดับการรักษาความปลอดภัยสถานที่สาธารณะ (Soft target) เช่น โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า สวนสาธารณะ ฯลฯ โดยเน้นการแสดงกำลังตรวจตรา (Stop Walk Talk) และการตรวจค้นเกี่ยวกับอาวุธปืน บุคคลยานพาหนะต้องสงสัย รวมทั้งการรับแจ้งเหตุ การไปถึงที่เกิดเหตุ และใช้ชุดปฏิบัติการพิเศษทางยุทธวิธีเข้าระงับยับยั้งเหตุ เสริมมาตรการรักษาความปลอดภัย ตลอดจนให้ทุกหน่วยตรวจสอบและควบคุมอาวุธปืนของทางราชการให้เป็นไปตามระเบียบ

นอกจากนี้ ผบ.ตร.กำชับผู้บัญชาการ ผู้บังคับการ และผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น บูรณาการกำลังของฝ่ายสืบสวน และฝ่ายป้องกันปราบปราม ในการดำเนินการมาตรการระดมกวาดล้างความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนและวัตถุระเบิด อย่างเป็นรูปธรรม โดยยึดหลักยุทธวิธีตำรวจและกฎหมายอย่างเคร่งครัด

สธ.ดำเนินคดีสูบบุหรี่บนโรงพัก

ก่อนหน้านี้ ในช่วงเช้าวันเดียวกันเจ้าหน้าที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เกือบ 10 คน เดินทางมายัง สภ.รัตนาธิเบศร์ เพื่อดำเนินคดีกับนายฉลอง ผู้ต้องหาในคดียิงนายก อบจ.นนทบุรีเสียชีวิต ซึ่งการดำเนินการครั้งนี้ สืบเนื่องจากกรณีปรากฏภาพนายฉลองสูบบุหรี่ภายในสถานีตำรวจเมื่อวันที่ 10 ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเข้าข่ายความผิดสูบบุหรี่ในสถานที่ราชการ โดยมีอัตราโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท ภายหลังเจ้าหน้าที่ดำเนินการเปรียบเทียบปรับนายฉลองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงเดินทางออกจาก สภ.รัตนาธิเบศร์ และกลับไป

ยืนยันไม่ได้เลือกปฏิบัติ

นายยุทธนา หอมเกตุ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ เปิดเผยว่า การพิจารณาดำเนินการในกรณีนี้ เนื่องจากมีหลักฐานเป็นภาพอย่างชัดเจน จึงนำมาพิจารณาประกอบการตั้งข้อกล่าวหา ตามมาตรา 42 ซึ่งเกี่ยวข้องกับสถานที่ราชการ ซึ่งตามปกติ หากเจ้าหน้าที่พบเห็นการกระทำความผิด ก็สามารถแจ้งและดำเนินการเปรียบเทียบปรับได้ โดยสถานที่ราชการก็อยู่ภายใต้หลักเกณฑ์เดียวกัน พร้อมยืนยันว่าไม่ได้เป็นการเลือกปฏิบัติ เพราะทุกกรณีที่มีการแจ้งหรือพบเห็นลักษณะดังกล่าว จะดำเนินการเปรียบเทียบปรับตามปกติ

ปรับทั้งฉลองและสน.รัตนาธิเบศร์

สำหรับอัตราค่าปรับ หากเป็นผู้กระทำผิด มีอัตราไม่เกิน 5,000 บาท ส่วนกรณีสถานที่ราชการ มีอัตราค่าปรับไม่เกิน 3,000 บาท โดยกรณีนี้เจ้าหน้าที่พิจารณาปรับในอัตราสูงสุดทั้ง 2 ส่วน คือ ปรับนายฉลอง ในฐานะผู้กระทำผิด จำนวน 5,000 บาท และปรับสถานที่ราชการ จำนวน 3,000 บาท รวมเป็นเงิน 8,000 บาท

นายยุทธนา กล่าวว่า สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรีได้ออกใบสั่งเรียบร้อยแล้ว และผู้เกี่ยวข้องจะต้องเดินทางไปดำเนินการชำระค่าปรับ โดยในส่วนของสถานที่ราชการ ดำเนินการเปรียบเทียบปรับแล้ว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top