วันพุธ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2569
546.jpg
นายกฯ ย้ำ ห้ามพกปืนทุกคน ไม่ใช่แค่ สส. เหตุใบอนุญาตพกพาหมดอายุแล้ว แจงดรามาห้ามยิงโจร

นายกฯ ย้ำ ห้ามพกปืนทุกคน ไม่ใช่แค่ สส. เหตุใบอนุญาตพกพาหมดอายุแล้ว แจงดรามาห้ามยิงโจร

วันพุธ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 09.15 น.

นายกฯ ย้ำ ห้ามพกปืนทุกคน ไม่ใช่แค่ สส.ภูมิใจไทย เหตุใบอนุญาตพกพาหมดอายุแล้ว ชี้ นักการเมืองต้องทําเป็นตัวอย่าง หวั่นผิดจริยธรรม ตอบดรามา ห้ามยิงโจรในบ้าน รับสื่อสารสั้น แค่อยากชี้อันตรายของปืน ทั้งคนใช้และคนถูกยิง 

เมื่อเวลา 07.35 น. วันที่ 12 ส.ค.2569 ที่ท้องสนามหลวง นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีสั่งการในที่ประชุมสส.พรรคภูมิใจไทยห้ามพกปืน ว่า ไม่ใช่แค่สั่งการ สส.ตอนนี้ ใครก็พกปืนไม่ได้ เพราะไม่มีใบพกอีกแล้วในประเทศไทย ใบพกทุกใบในประเทศไทย ณ ขณะนี้หมดอายุหมดแล้ว ฉะนั้นไม่สามารถพกปืนอีกได้ 


เมื่อถามว่า ลูกพรรคหลายคนมีการสะสมอาวุธปืน นายกฯ กล่าวว่า มันเป็นเรื่องของเขา เพราะเขาก็ชี้แจงไปในบัญชีทรัพย์สิน จึงเน้นย้ำไปว่า โดยเฉพาะผู้ที่มีตําแหน่งทางการเมือง ไม่ใช่เฉพาะ สส. ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ที่จะมาลงเลือกตั้ง มีตำแหน่งทางการเมืองอะไรก็ตาม ถ้าเกิดมีเรื่องของอาวุธปืน มีการตรวจค้นแล้วพบว่ามีอาวุธปืนก็ผิดกฎหมาย  และเมื่อผิดกฎหมายอาจจะต้องถูกตีความ เป็นเรื่องของจริยธรรม ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องยุ่ง สำหรับอนาคตของพวกเขา เพราะเราไม่รู้ว่าจะเป็นเรื่องที่ผิดจริยธรรม ที่ถูกห้ามลงสมัครเลือกตั้ง ห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือไม่ ซึ่งเราเป็นบุคคลสาธารณะก็ต้องทําเป็นตัวอย่าง เพราะในเมื่อกฎหมายบอกว่าห้ามพกปืน บุคคลที่เป็นตัวแทนของปวงชนชาวไทยหรือเป็นบุคคลสาธารณะ เป็นบุคคลที่ประชาชนเลือกมาก็ต้องทําเป็นตัวอย่าง มันก็ไม่มีอะไร เพราะทําตามกฎหมาย 

เมื่อถามว่า  มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 11 ส.ค. ยกเลิกการออกใบ ป.3 แสดงว่าใครก็ตามจะซื้อปืนไม่ได้อีกแล้วใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า "ใช่ครับ จนกว่าจะมีคําสั่งเปลี่ยนแปลง เราก็ต้องจัดระเบียบปืนในเมืองไทยตอนนี้มีเป็นสิบล้านกระบอก มันไม่ไหว ประชากรมีเจ็ดสิบล้านคนเอง" 

เมื่อถามว่า กรณีที่นายกฯระบุว่า ห้ามยิงโจรในบ้าน ตอนนี้กลายเป็นกระแสดราม่าจนเกิดความเข้าใจผิด  นายกฯ ตอบว่า "ไม่มีการเข้าใจผิดหรอก หลักสําคัญคือผมพยายามที่จะทําให้ทุกคนให้เห็นว่า อาวุธปืนไม่มีประโยชน์กับใคร ถ้าถูกใช้เมื่อไหร่ไม่ว่าจะเหตุสุดวิสัย หรือควรแก่เหตุอะไรก็แล้วแต่  จะต้องไปพิสูจน์ในศาล ไม่ใช่พิสูจน์ด้วยตัวเอง ไม่ได้พิสูจน์โดยตํารวจ เพราะหากมีเหตุเช่นนี้ขึ้นมีการยิง ไม่ว่าจะเป็นการยิงคนที่มาประสงค์ร้ายอะไรก็แล้วแต่

อย่างไรก็ต้องถูกตั้งข้อกล่าวหาก่อน แล้วก็ไปหลุดในศาล ผมอาจจะสื่อสารสั้นไปนิดนึง แต่จุดประสงค์และเจตนารมณ์คือ ไม่อยากให้พวกเราอยู่ใกล้อาวุธปืน เพราะไม่เคยทําสิ่งที่ดีให้กับคนที่ถูกอาวุธปืนและคนที่ใช้อาวุธปืน เพราะคนที่ถูกอาวุธปืนอาจจะบาดเจ็บและเสียชีวิต คนที่ใช้อาวุธปืนก็ต้องไปขึ้นโรงขึ้นศาล แล้วกว่าจะมีคําพิพากษาว่า สิ่งที่คุณทําเป็นการป้องกันตัวเอง มันควรแก่เหตุแล้ว คุณต้องเสียเวลาไปขึ้นศาล ไปประกันตัว ทําอะไรต่างๆ มากมาย ผมต้องการจะพูดแค่เตือนสติกันเท่านั้น ไม่ใช่ว่าใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อ เพราะมันมีกฎหมายอยู่แล้ว กฎหมายไม่ได้ไปไหน กฎหมายไม่ได้ถูกเปลี่ยนแปลง อย่าอยู่ใกล้ปืนดีที่สุด"

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top