วันพฤหัสบดี ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2569
เปิดแฟ้มลับโกงสอบ
แฉเอื้อทุจริต
พบรูโหว่ทุกขั้นตอน
ทีโออาร์ยันขออัตรา
จี้ดำเนินคดีเด็ดขาด
ชงสาวถึงเครือข่าย
มท.4ยันไม่ยื้อเวลา
เปิดผลสอบทุจริตโกงสอบท้องถิ่น ชุด“ปกรณ์” พบผิดปกติเอื้อทุจริตเกือบทุกขั้นตอน บกพร่องตั้งแต่ TOR-บรรจุอัตราเกินร้องขอกว่าเท่าตัว-แก้คะแนนช่วยคนสอบตก พร้อมชง มท.-สถ. ดำเนินคดีเด็ดขาดทุกราย สั่งป.ป.ท.-ปปง.สาวลึกทลายเครือข่าย“วรศิษฎ์”ยันไม่ได้ยื้อเวลาตรวจโกงสอบท้องถิ่น ชี้ข้อมูลกว่า3แสนคนอยู่ระหว่างส่งป.ป.ช.-แฟลชไดรฟ์ ตรวจพิสูจน์เสร็จแล้ว ลั่นไม่ปกป้องใคร เปิดข้อมูลตรวจสอบได้ พร้อมส่งรายชื่อผู้สอบ 5,925 รายถึงจังหวัด สั่งเข้มไม่จ้างผู้ทุจริตสอบ
เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานรองนายกรัฐมนตรี นายปกรณ์ นิลประพันธ์ มีหนังสื่อที่ กงน.(กร6) 0030 / 2569 วันที่ 6 สิงหาคม 2569 เรื่องงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีการทุจริตสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 ถึงนายกรัฐมนตรีว่าตามที่มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 263/2569 ลงวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 เรื่องตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 โดยให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อการทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 รายงานเสนอต่อนายกรัฐมนตรีภายใน 30 วันนั้น
เปิดผลสอบชุด‘ปกรณ์’ส่อผิดทุกขั้นตอน
บัดนี้ คณะกรรมการดำเนินการเสร็จและขอกราบเรียนสรุปผลการดำเนินการ ดังนี้
1. คณะกรรมการตรวจสอบได้ตรวจสอบ ตั้งแต่ขั้นตอน (1)การกำหนดอัตราว่างที่จะสอบบรรจุ (2) การอนุมัติให้มีการสอบ (3)การจัดทำ TOR เพื่อจัดหาผู้รับจ้างดำเนินการสอบ (4) การจัดหาผู้รับจ้าง (5) การดำเนินการของผู้รับจ้างในการจัดสอบ และการตรวจผลการสอบ (6) การจัดทำและประกาศผลการสอบ (7) การเรียกบรรจุ และ (8) การดำเนินการของผู้เกี่ยวข้อง เมื่อเกิดการจับกุมขบวนการทุจริต และพบช่องว่างที่เอื้อต่อการทุจริตและมีลักษณะที่ส่อไปในทางที่อาจขัดต่อกฎหมายในเกือบทุกขั้นตอน
บรรจุอัตราเกินร้องขอกว่าเท่าตัว
2. การกำหนดอัตราว่างที่จะสอบบรรจุ พบว่า ก. กลาง อนุมัติอัตราว่างอันเป็นที่มาของการสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุเพียง 8,548 อัตรา แต่มีการบรรจุจริงถึง 15,520 อัตรา โดย ก. กลาง มีมติให้ ทั่วไปแก่ ก.จ. ก.ท. และ ก.อบต. ที่จะเรียกบรรจุได้เองหากมีอัตราว่าง โดยให้เรียกจากบัญชีที่มีการขึ้นทะเบียนไว้ โดยไม่ต้องผ่าน ก. กลาง อีก ซึ่งไม่สอดคล้องกับหลักปฏิบัติของหน่วยทั่วไปในการควบคุมค่าใช้จ่ายเงินเดือน ประโยชน์ตอบแทนอื่น และค่าจ้าง โดยจะมีการบรรจุตามอัตราว่างที่ได้รับอนุมัติเท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้อาจไม่สอดคล้องกับการควบคุมค่าใช้จ่ายเงินเดือน ประโยชน์ตอบแทนอื่น และค่าจ้าง ซึ่งต้องไม่เกินร้อยละ 40 ของงบประมาณรายจ่ายประจำปีขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นด้วย ซึ่งกระทรวงมหาดไทยต้องตรวจสอบให้เป็นไปตามกฎหมายต่อไป
3.การอนุมัติให้มีการจัดสอบ พบว่า ก.สถ. อนุมัติให้มีการจัดสอบโดยให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เป็นผู้ดำเนินการ และไม่ปรากฏว่ามีการนำประเด็นการทุจริตเรียกรับสอบอันเป็นเหตุให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเคยมีคำสั่งให้ยกเลิกการสอบครั้งก่อนมาพิจารณาเพื่อกำหนดแนวทางการป้องกันการทุจริตด้วยทั้งที่เป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง
ชี้จัดทำ TORบกพร่องชัดเจน
4.การจัดทำ TOR เพื่อจัดหาผู้รับจ้างดำเนินการสอบ พบว่า ก.สถ.มีมติให้ฝ่ายเลขานุการ (สถ.) เป็นผู้ดำเนินการ โดยมิได้พิจารณารายละเอียดของ TOR เอง ทั้งที่เป็นองค์กรที่มีหน้าที่และอำนาจในการจัดให้มีการสอบที่ต้องรับผิดชอบความถูกต้อง เป็นธรรม และเที่ยงธรรมในการสอบซึ่งเป็นความบกพร่องชัดเจน นอกจากนี้ TOR ยังกำหนดให้ผู้รับจ้างรับผิดชอบข้อสอบด้วย ทำให้ก.สถ.ไม่สามารถควบคุมคุณภาพของข้อสอบซึ่งควรต้องมีมาตรฐานด้านคุณภาพไม่ต่ำกว่าคุณภาพข้อสอบเข้ารับของสำนักงาน ก.พ. ด้วย และ ก. สถ.ต้องมีระบบงานที่เข้มงวดในการควบคุมและกำกับการดำเนินงานของผู้รับจ้าง แต่กรณีนี้ไม่มีระบบที่ชัดเจนซึ่งต่างไปจากการจัดการสอบของหน่วยงานอย่างมาก
อนึ่ง แม้ TOR จะกำหนดให้ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบการสอบทั้งหมด ในลักษณะเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ทั้งทางแพ่ง อาญา และปกครอง ก็ไม่ทำให้ ก.สถ. พ้นจากความรับผิดชอบอันเป็นหน้าที่และอำนาจกฎหมายไปได้ ทั้งนี้ การพิจารณาความรับผิดชอบในรายละเอียดของ ก.สถ. และกลุ่มผู้จัดทำTOR.เป็นหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทยที่จะต้องดำเนินการตรวจสอบต่อไป
ทบทวนบทบาทก.สถ.ในการจัดสอบ
5. การจัดหาผู้รับจ้าง พบว่า เป็นไปตามกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง
6 . การดำเนินการของผู้รับจ้างในการจัดสอบและการตรวจผลการสอบ พบว่าผู้รับจ้างดำเนินการรับจ้างช่วงเป็นผู้ตรวจผลการสอบ และเจ้าหน้าที่ของผู้รับจ้างมีการสั่งให้ผู้รับจ้างช่วงสำเนาข้อมูลผลการสอบเพิ่มเติมอีก 1 ชุดให้แก่ตน อันเป็นความเสี่ยงที่จะเกิดการทุจริต และเมื่อ TOR กำหนดให้ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบการสอบทั้งหมดในลักษณะเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ทำให้ ก.สถ.ไม่เคร่งครัดที่จะตรวจสอบการดำเนินการของผู้รับจ้าง จึงเป็นข้อบกพร่องที่ต้องตรวจสอบต่อไปว่าเกิดขึ้นโดยเจตนาหรือไม่ แต่ไม่ว่าอย่างไร ก.สถ. ซึ่งมีหน้าที่และความรับผิดชอบตามกฎหมาย ในกรณีนี้ก็ไม่อาจยกขึ้นปฏิเสธสิ่งที่เกิดขึ้นตามมาได้
พบแก้คะแนนช่วยคนสอบตก
7. การจัดทำและประกาศผลการสอบ พบว่า ผลการตรวจทันทีภายหลังการสอบภาค ก. และ ข. ไม่ตรงกับผลสอบภาค ก. และ ข. ที่มีการประกาศ และในการรับรองผลการสอบ ก.สถ. ไม่ได้พิจารณาในรายละเอียดโดยอ้างเหตุว่าเป็นเรื่องลับทั้งที่เป็นผู้กำหนดชั้นความลับเอง เป็นองค์กรที่มีหน้าที่และอำนาจในการจัดการสอบและต้องรับผิดชอบผลการสอบด้วย คงจำนวนผู้สอบได้ตามที่ฝ่ายเลขานุการนำเสนอเท่านั้น ถือเป็นความบกพร่องร้ายแรง นอกจากนี้ ยังปรากฏจาก digital footprint และการให้ปากคำของผู้เกี่ยวข้องว่ามีการสั่งการและประสานงานให้เจ้าหน้าที่ สถ.แก้ไขข้อมูลผลการสอบหลายครั้ง และจากการให้ถ้อยคำของผู้เกี่ยวข้อง พบว่าผู้เกี่ยวข้องบางรายได้
มอบหมายและประสานกับ “บุคคลภายนอก” ที่มิได้มีหน้าที่และอำนาจใด ๆ ในการแก้ไขผลการสอบที่มีการประกาศนั้นด้วย อันเป็นพฤติกรรมที่ผิดปกติและทุจริตอย่างชัดแจ้ง ปราศจากความละอาย และไม่เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบของทางราชการ สำหรับการแก้ไขคะแนน มีทั้งการแก้ไขคะแนนจากผู้สอบตกให้เป็นผู้สอบได้ และการแก้คะแนนผู้สอบได้อยู่แล้ว ให้มีคะแนนมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อลำดับของการขึ้นทะเบียนเพื่อเรียกบรรจุ
ผิดปกติยังสั่งบรรจุไม่กลัวถูกฟ้อง
8. การเรียกบรรจุพบว่า มีการบรรจุอัตราว่าว่างตามที่กราบเรียนแล้วในข้อ 2.ซึ่งต้องมีการตรวจสอบต่อไปว่าเป็นการดำเนินการที่ชอบด้วยกฎหมาย และระเบียบของทางราชการหรือไม่ ถ้าไม่ชอบจะต้องมีการแก้ไขเสียให้ถูกต้อง 9. การดำเนินการของผู้เกี่ยวข้องเมื่อเกิดการจับกุมขบวนการทุจริต พบว่า ก.สถ.ยังมีการเรียกบรรจุเพิ่มแม้จะปรากฏว่า มีการจับกุมขบวนการทุจริตโดยไม่คำนึงถึงข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้มีอำนาจกำกับดูแลการดำเนินการของ ก. กลาง และ ก.สถ. รวมทั้ง สถ.โดยอ้างเหตุว่าเกรงจะถูกฟ้องร้อง และหลังจากนั้นกลับมีคำสั่งให้บรรจุ โดยไม่กลัวถูกฟ้อง ถือเป็นเรื่องผิดปกติ
เร่งแก้ปัญหาหวั่นกระทบเชื่อมั่น
ทั้ง 32 กระบวนการเกณฑ์คุณภาพข้อสอบ หรือการใช้ผลภาค ก. ของ ก.พ. รวมทั้งให้ขึ้นบัญชีเท่ากับจำนวนตำแหน่งว่างที่เปิดรับ และเสนอข้อมูลผู้เกี่ยวข้องกับการทุจริตให้สำนักงาน ก.พ. เพื่อรวบรวมเป็นฐานข้อมูลกลางป้องกันมิให้สมัครสอบเข้ารับราชการหรือหน่วยงานของรัฐอื่นได้อีก และมีความล่าช้าในการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการทำความจริงให้ปรากฏและการตรวจสอบความต้องของการจัดการสอบครั้งนี้ ซึ่งผิดไปจากปกติของหน่วยงานของรัฐที่จะต้องเร่งรีบตรวจสอบปัญหาที่เกิดขึ้น อันเป็นผลให้สาธารณชนขาดความเชื่อมั่นในระบบราชการโดยรวม (Trust in Government)สร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ระบบราชการทั้งระบบ ซึ่งต้องตรวจสอบเชิงลึกต่อไปถึงแรงจูงใจในความบกพร่องดังกล่าว โดยเฉพาะการไม่ปฏิบัติตามข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และความล่าข้าในการจัดการกับเรื่องอื้อฉาวที่เกิดขึ้น แสดงให้เห็นถึงปัญหาในระบบการสั่งการและบังคับบัญชาของกระทรวงมหาดไทย
ทั้งนี้ รายละเอียดปรากฏตามรายงานการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีทุจริตสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 จำนวน 1เอกสารภาคผนวก จำนวน 11 เล่ม ที่แบบเสนอมา พร้อมนี้ในการนี้ คณะกรรมการขอกราบเรียนข้อเสนอแนะเพื่อสั่งการ ดังนี้
จี้มท.-สถ.ดำเนินคดีเด็ดขาดทุกราย
1. กระทรวงมหาดไทย (มท.) และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.)
1.1 ดำเนินคดีกับบุคคลตามข้อ 4.2 (ตามที่ปรากฏในรายงานผลการตรวจสอบฯ (หน้าที่ 20-36) ทั้งทางแพ่ง อาญา ปกครอง และมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างเด็ดขาดทุกราย 1.2 ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมว่ามีผู้เกี่ยวข้องกับการพูดอีกหรือไม่ เพราะการทุจริตครั้งนี้มีลักษณะการทำเป็นขบวนการอย่างชัดเจน และให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินคดีแพ่ง อาญา ปกครองและมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างเด็ดขาดทันที 1.3 ทบทวนว่าควรให้ ก.สถ. จัดสอบต่อไปหรือไม่ เพราะสาธารณชนเห็นว่าความเชื่อมั่นในการจัดสอบของ ก.สถ. พังทลายลงแล้ว หรือสมควรมอบหมายหน่วยงานอื่น และในการจัดการต่อไป จะต้องมีกลไกและโครงสร้างการจัดการที่มีธรรมาภิบาล
สถ.ตามเรียกเงินเดือน-ค่าตอบแทนคืน
2. กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) 2.1ในฐานะเลขานุการ กสถ. จัดทำคะแนนและบัญชีรายชื่อผู้สอบผ่านภาค ก. และภาค ข.ใหม่ จากฐานข้อมูล OMR โดยคัดแยกผู้ที่ปรากฎหลักฐานว่ามีการแก้ไขคะแนนดิบโดยมิชอบออก และเสนอกสถ.ทบทวนมติการรับรองผลการสอบ (ครั้งที่ 16/2568 และครั้งที่ 4/2569 ) และเพิกถอนการประกาศผลการขึ้นบัญชี หรือการบรรจุแต่งตั้งผู้ไม่มีสิทธิ พร้อมติดตามเรียกเงินเดือนและค่าตอบแทนคืน เพื่อบรรเทาความเสียหายแก่ราชการโดยเร่งด่วน ทั้งนี้ตามแนวคำวินิจฉัยศาลปกครองสูงสุด(ที่ประชุมใหญ่) ในคดีหมายเลขแดงที่ อบ.418/2565
2.2 ในฐานะคู่สัญญาจ้างกับ มศว ดำเนินการตามสัญญาจ้าง และกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง เนื่องจากบุคลากรของคู่สัญญามีส่วนร่วมอย่างชัดแจ้งในการทุจริตขั้นตอนหลังสอบข้อเขียนที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลและจัดทำบัญชีผู้สอบผ่าน 2.3 ใช้งานระบบ LHR บันทึกและปรับปรุงข้อมูลอัตราตำแหน่งว่างให้ครบถ้วน ถูกต้องเป็นปัจจุบัน เพื่อเป็นฐานข้อมูลกลาง พร้อมกำหนดมาตรการทางปกครองบังคับกรณี อปท. ละเลย 2.4 ในฐานะเลขานุการ ก.จ. ก.ท. และ ก.อบต. เสนอปรับปรุงแก้ไขมาตรฐานการสอบแข่งขัน พ.ศ. 2560 ให้ชัดเจนครอบคลุมทั้งกรอบอัตรากำลัง ขอบเขตอำนาจและชั้นตอนของ กสถ.
สั่งป.ป.ท.-ปปง.สาวลึกทลายเครือข่าย
3. สำนักงาน ก.พ.เป็นหน่วยงานหลักในการจัดทำระบบและฐานข้อมูลกลางผู้ทุจริตการสอบเข้าราชการ ให้หน่วยงานต่างๆ ตรวจสอบได้ เพื่อตัดกลุ่มผู้ทุจริตออกตั้งแต่ขั้นตอนการสมัครสอบ
4. สำนักงาน ป.ป.ท.สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงาน ปปง.บูรณาการความร่วมมือในการสืบสวนและขยายผลกับบุคคล หรือเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตในครั้งนี้อย่างจริงจัง และสนับสนุนการไต่สวนของสำนักงาน ป.ป.ช.ในส่วนที่อยู่ระหว่างการใช้อำนาจตามกฎหมาย
5. กรมบัญชีกลางร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำมาตรฐานกลางในการกำหนด TOR สำหรับการจัดจ้างดำเนินการสอบครอบคลุมทุกกระบวนงาน ความมั่นคงปลอดภัยของระบบไอที การคุ้มครองข้อมูล การควบคุมการเข้าถึง การจัดทำ Audit Log และการตรวจสอบผลคะแนน แล้วเสนอคณะรัฐมนตรีให้หน่วยงานของรัฐถือปฏิบัติ
ชงปรับแก้ก.ม.-โทษทุจริตสอบ
6. สำนักงาน ก.พ. สำนักงาน ป.ป.ท. สตช. มท. และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ร่วมกันศึกษาและจัดทำ ปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม ฐานความผิดและบทกำหนดโทษสำหรับการทุจริตในการสอบแข่งขันเข้ารับราชการ หรือหน่วยงานของรัฐให้ชัดเจนและเหมาะสมกับลักษณะการกระทำผิดในปัจจุบัน จึงกราบเรียนมาเพื่อกรุณาพิจารณา หากเป็นการชอบด้วยดำริขอได้ไปรดมีข้อสั่งการตามที่เสนอและให้ส่งรายงานนี้ให้แก่กระทรวงมหาดไทย สำนักงาน ก.พ. สำนักงาน ป.ป.ท. สตช. มท. และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปและรายงานนายกรัฐมนตรีทราบทุกสามเดือน
“วรศิษฎ์”ยันไม่ได้ยื้อโกงสอบ
ที่ท้องสนามหลวง นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย กล่าวถึงกรณี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ตั้งข้อสังเกตว่ากระบวนการการตรวจสอบ ทุจริตสอบท้องถิ่น มีความพยายามยื้อเวลา ว่า เราไม่ได้ยื้อเวลา และทีมทำงานอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ต้องชื่นชม และขอบคุณกรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่น เพราะที่ผ่านมาปริมาณข้อมูลที่เราทำค่อนข้างเยอะจำนวนกว่า 3 แสนคนที่เราดำเนินการตรวจสอบ ขณะนี้อยู่ในกระบวนการส่งข้อมูล และกระบวนการตรวจสอบได้ส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ (ปปช.)
ย้ำเร่งส่งป.ป.ช.ให้เร็วที่สุด
นายวรศิษฎ์กล่าวว่าในส่วนของแฟลชไดรฟ์ ก่อนหน้านี้ที่ มีความล่าช้าเพราะต้องส่งให้กองพิสูจน์หลักฐาน เพื่อจะเอาสำเนามาตรวจสอบ ซึ่งตอนนี้เสร็จสิ้นทั้งหมดแล้วจะมีการส่งให้ ป.ป.ช.โดยเร็วที่สุด ยืนยันว่า ทุกอย่างไม่ได้ล่าช้า ทั้งหมดทำตามกระบวนการ
“ท่านอาจจะมองว่ามันช้า แต่จริงๆแล้วทุกคนทำงาน เราไม่ได้นั่งวิจารณ์อย่างเดียว เพราะฉะนั้นต้องว่าไปตามกระบวนการจะส่งให้ ป.ป.ช.อย่างเร็วที่สุด”นายวรศิษฐ์ กล่าว
ลั่นยืนกรานไม่ปกป้องใคร
เมื่อถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะมีความพยายามปกป้องใครหรือไม่ นายวรศิษฎ์ ยืนยันว่า ไม่ปกป้อง ตอนนี้ข้อมูลเปิดออกทั้งหมด ทุกคนสามารถตรวจสอบได้ซึ่งในรายละเอียดที่บอกว่าไปถอดถอนผู้สอบ 5,925 คน เป็นการไปแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ จริงๆแล้วมันไม่ใช่ เราแก้ในทุกจุดที่สามารถแก้ได้ หากเราต้องการที่จะยื้อและปกป้องคนจริงๆ จะไม่มี 5,000กว่ารายชื่อออกมา ซึ่งตอนนี้รายชื่อส่งถึงจังหวัดทั้งหมดแล้ว
นายวรศิษฐ์กล่าวอีกว่าในส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่ากรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจะไปใช้วิธีจ้างเหมาให้กับบุคคลที่ทุจริตการสอบ ทางกรมฯได้ส่งหนังสือแจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดรวมถึงกรมปกครองส่วนท้องถิ่นทุกที่ให้มีความเข้มงวดในเรื่องนี้ เพราะเป็นบุคคลที่ไม่พึงประสงค์ และมีโอกาสเข้าข่ายในฐานทำความผิดด้วย
เมื่อถามว่าการที่ออกมาระบุเช่นนี้จะเป็นการทำให้ภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือลดน้อยลงหรือไม่นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า“ไม่หรอกครับ ต้องบอกว่าการตรวจสอบทุกคนมีสิทธิ์ตั้งคำถาม และตรวจสอบ แต่เรายืนยันว่ามีการทำงานอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีอะไรอยู่ข้างในทั้งสิ้น”
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี