Logo วันพฤหัสบดี ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
546.jpg
หน้าแรก / การเมือง
‘หนู’ลั่นห้ามพกทุกคน  จัดระเบียบปืน  สั่งคุม10ล้านกระบอก

‘หนู’ลั่นห้ามพกทุกคน จัดระเบียบปืน สั่งคุม10ล้านกระบอก

วันพฤหัสบดี ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.
Tag : จัดระเบียบปืน หนูลั่นห้ามพกทุกคน คุม10ล้านกระบอก
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

‘หนู’ลั่นห้ามพกทุกคน

จัดระเบียบปืน

สั่งคุม10ล้านกระบอก

แจงยิงโจรในบ้านผิด

ไม่อยากให้ใกล้อาวุธ

เร่งดันแก้กม.เข้าสภา

เล็งต่อใบอนุญาต3ปี

นายกฯสั่งจัดระเบียบปืน 10 ล้านกระบอก ย้ำห้ามพกปืนทุกคน คาดโทษสส.ภูมิใจไทย ถ้าแหกคอกหมดอนาคตทางการเมืองแน่ สยบปมดราม่าปมยิงโจรในบ้านผิด ยอมรับพูดสั้นไปหน่อยแต่เจตนาไม่อยากให้อยู่ใกล้อาวุธ ด้าน“ปกรณ์”ลุยแก้กฎหมาย เล็งให้ต่อใบอนุญาตทุก 3 ปี ด้าน‘ศุภชัย’เด้งรับทันควันโชว์ร่างเสร็จแล้วพร้อมเสนอสภาฯ กรมการปกครองสั่งด่วนนายทะเบียนทั่วประเทศคุมเข้มทั้งระบบ อึ้งเปิดกรุนักการเมืองดังชอบสะสมทั้งนั้น

เมื่อเวลา 07.35 น.วันที่ 12 สิงหาคม 2569 ที่ท้องสนามหลวง นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีสั่งการในที่ประชุม สส.พรรคภูมิใจไทยห้ามพกปืนว่า ไม่ใช่แค่สั่งการสส. ตอนนี้ใครก็พกปืนไม่ได้ เพราะไม่มีใบพกอีกแล้วในประเทศไทย ใบพกทุกใบในประเทศไทย ณ ขณะนี้หมดอายุหมดแล้ว ฉะนั้น ไม่สามารถพกปืนอีกได้


นายกฯย้ำห้ามพกปืนทุกคนไม่ใช่แค่สส.

เมื่อถามว่าลูกพรรคหลายคน มีการสะสมอาวุธปืน นายกฯ กล่าวว่ามันเป็นเรื่องของเขา เพราะเขาก็ชี้แจงไปในบัญชีทรัพย์สิน จึงเน้นย้ำไปว่าโดยเฉพาะผู้ที่มีตำแหน่งทางการเมือง ไม่ใช่เฉพาะสส.ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ที่จะมาลงเลือกตั้ง มีตำแหน่งทางการเมืองอะไรก็ตาม ถ้าเกิดมีเรื่องของอาวุธปืนมีการตรวจค้นแล้วพบว่ามีอาวุธปืนก็ผิดกฎหมาย และเมื่อผิดกฎหมาย อาจจะต้องถูกตีความ เป็นเรื่องของจริยธรรม ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องยุ่ง สำหรับอนาคตของพวกเขา เพราะเราไม่รู้ว่าจะเป็นเรื่องที่ผิดจริยธรรมที่ถูกห้ามลงสมัครเลือกตั้ง ห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือไม่ ซึ่งเราเป็นบุคคลสาธารณะก็ต้องทําเป็นตัวอย่าง เพราะในเมื่อกฎหมายบอกว่าห้ามพกปืน บุคคลที่เป็นตัวแทนของปวงชนชาวไทยหรือเป็นบุคคลสาธารณะ เป็นบุคคลที่ประชาชนเลือกมาก็ต้องทําเป็นตัวอย่าง มันก็ไม่มีอะไร เพราะทําตามกฎหมาย

สั่งจัดระเบียบปืน10ล้านกระบอก

เมื่อถามว่า มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 11 ส.ค. ยกเลิกการออกใบ ป.3 แสดงว่าใครก็ตามจะซื้อปืนไม่ได้อีกแล้วใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “ใช่ครับ จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง เราก็ต้องจัดระเบียบปืนในเมืองไทย ตอนนี้มีเป็นสิบล้านกระบอก มันไม่ไหว ประชากรมีเจ็ดสิบล้านคนเอง”

แจงดรามาปมห้ามยิงโจรในบ้าน

เมื่อถามว่ากรณีที่นายกฯระบุว่า ห้ามยิงโจรในบ้าน ตอนนี้กลายเป็นกระแสดราม่าจนเกิดความเข้าใจผิด นายกฯ ตอบว่า”ไม่มีการเข้าใจผิดหรอก หลักสําคัญคือผมพยายามที่จะทําให้ทุกคนให้เห็นว่า อาวุธปืนไม่มีประโยชน์กับใคร ถ้าถูกใช้เมื่อไหร่ไม่ว่าจะเหตุสุดวิสัย หรือควรแก่เหตุอะไรก็แล้วแต่ จะต้องไปพิสูจน์ในศาล ไม่ใช่พิสูจน์ด้วยตัวเอง ไม่ได้พิสูจน์โดยตํารวจ เพราะหากมีเหตุเช่นนี้ขึ้นมีการยิง ไม่ว่าจะเป็นการยิงคนที่มาประสงค์ร้ายอะไรก็แล้วแต่

“อย่างไรก็ต้องถูกตั้งข้อกล่าวหาก่อน แล้วก็ไปหลุดในศาล ผมอาจจะสื่อสารสั้นไปนิดนึง แต่จุดประสงค์และเจตนารมณ์คือ ไม่อยากให้พวกเราอยู่ใกล้อาวุธปืน เพราะไม่เคยทําสิ่งที่ดีให้กับคนที่ถูกอาวุธปืนและคนที่ใช้อาวุธปืน เพราะคนที่ถูกอาวุธปืนอาจจะบาดเจ็บและเสียชีวิต คนที่ใช้อาวุธปืนก็ต้องไปขึ้นโรงขึ้นศาล แล้วกว่าจะมีคําพิพากษาว่าสิ่งที่คุณทําเป็นการป้องกันตัวเอง มันควรแก่เหตุแล้ว คุณต้องเสียเวลาไปขึ้นศาล ไปประกันตัว ทําอะไรต่างๆ มากมาย ผมต้องการจะพูดแค่เตือนสติกันเท่านั้น ไม่ใช่ว่าใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อ เพราะมันมีกฎหมายอยู่แล้ว กฎหมายไม่ได้ไปไหน กฎหมายไม่ได้ถูกเปลี่ยนแปลง อย่าอยู่ใกล้ปืนดีที่สุด”นายกฯกล่าวย้ำ

ปกรณ์จ่อถกปค.-กฤษีกาแก้กม.อาวุธปืน

ที่ท้องสนามหลวง นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ถึงการแก้ไขพระราชบัญญัติอาวุธปืน พ.ศ.2490 ว่าจะมีการหารือกับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย และคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยจะต้องนำหลักไปรับฟังความคิดเห็น ซึ่งกฎหมายปัจจุบันใช้มาตั้งแต่ พ.ศ.2490 ใช้มาหลายสิบปีแล้ว สถานการณ์ต่างๆ ได้เปลี่ยนไป เมื่อก่อนเราใช้ระบบอะนาล็อกควบคุม ให้นายอำเภอเป็นผู้อนุมัติและมีกระดาษเป็นใบอนุญาต ไม่มีการทบยอดกันกับร้านปืนที่นำเข้าระหว่างผู้ซื้อ ครอบครอง และการโอน ซึ่งไม่เป็นระบบ ทำแบบเมื่อก่อนทำแบบง่ายๆเมื่อเป็นประเด็นปัญหาขึ้นมา จึงต้องดูแลกัน จะต้องมีการออกแบบระบบ เริ่มตั้งแต่ต้นทาง การนำเข้าอาวุธปืนว่านำเข้ามาอย่างไร เช็คสต็อกร้านปืนอย่างไร ร้านปืนในต่างประเทศเวลาจะขายปืนจะมีหลักคล้ายกับธนาคาร ระบบจะต้องมีความเข้มข้นกว่าธนาคารเพราะปืนมีอันตราย จะต้องมีความรับผิดชอบว่าขายปืนให้ใคร เมื่อขายไปแล้วมีระบบการกำกับปืนอย่างไร ใบอนุญาตควรมีอายุหรือไม่ เพราะปัจจุบันไม่มีอายุ

วางมาตรการเข้มรูปแบบต่างประเทศ

“ซึ่งนายกรัฐมนตรีสั่งการว่าควรจะมีอายุ โดยเสนอว่าควรจะมีอายุ 3 ปี และควบคุมเรื่องการโอน เพราะปัจจุบันมีการนำปืนไปจำนำ ซึ่งจริงๆแล้วเป็นทรัพย์สินมีทะเบียนไม่สามารถจำนำได้ โดยหลักเอาปืนไปวางแล้วเอาเงินไป คนที่ครอบครองคือผู้รับจำนำ ถือว่าครอบครองปืนเถื่อน เพราะไม่ได้รับอนุญาต ขณะเดียวกัน ต้องควบคุมการใช้ว่าจะเอาไปใช้ทำอะไร แม้กระทั่งสนามยิงปืนก็ต้องควบคุมให้มากขึ้น จริงๆ แล้วปืนกับเครื่องกระสุนจะต้องสัมพันธ์กัน แต่ปัจจุบันเครื่องกระสุนเยอะกว่าปืน ทำให้เราเห็นจุดอ่อนตามคดีต่างๆ ปืนกระบอกเดียวมีกระสุนถึง 30-40 นัด ฉะนั้น จึงต้องเข้มข้นมากขึ้น นี่เป็นหลักการที่ต่างประเทศเขาทำ”นายปกรณ์ ย้ำ

ผู้สื่อข่าวถามว่า การออกใบอนุญาตครอบครองปืนจะออกมาในลักษณะเดียวกับการออกใบอนุญาตขับขี่ใช่หรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า มันต้องมี หากไปซื้อปืนในร้านปืนต่างประเทศจะรู้เลย ตั้งแต่ท่าถืออาวุธปืน ที่นิ้วมือต้องไม่เข้าโกร่งไก เขาจะดูพฤติกรรมตลอด เขาจะมีความรับผิดชอบสูงมาก เพราะเขาต้องเป็นส่วนหนึ่งร่วมกับเจ้าหน้าที่ในการดูแลความสงบเรียบร้อยของสังคม เพราะปืนไม่ใช่ปากกา ที่อยู่ๆ จะขายได้ มันอันตราย เมื่ออันตรายและใช้เป็นอาวุธได้ก็ต้องมีการควบคุมที่เข้มข้น

ต้องปิดช่องโหว่-เช็คแบบเรียลไทม์

เมื่อถามถึงกรณีการโอนลอย แต่ปลายทางไม่มีการโอนเป็นผู้ครอบครองอย่างแท้จริง กลายเป็นช่องโหว่ในการครอบครองอาวุธปืน นายปกรณ์ กล่าวว่า จะต้องปิดช่องโหว่ทั้งหมด อะไรที่เป็นปัญหาเกิดขึ้นในอดีตได้ให้ทีมงานของกรมการปกครองและกฤษฎีกาไปศึกษาไว้แล้วว่ามีช่องโหว่อะไรบ้าง และจะปิดกันอย่างไร เพราะทุกวันนี้มันเป็นระบบแมนนวล แล้วก็กระจายไม่รู้ว่าใบ ป.3 ที่ออกไปแล้วไปออกใบ ป.4 จริงหรือไม่ หรือว่ามันหายไป ตอนนี้เช็คมือหมด จึงมีโอกาสผิดพลาดสูง นายกฯจึงมีนโยบายให้เช็คแบบเรียลไทม์ เมื่อซื้อปืนเสร็จต้องตัดยอดในสต๊อก เมื่อซื้อเสร็จจะต้องมีออกใบอนุญาตครอบครอง หลังจากนั้นจะรู้ว่าใครเป็นผู้ครอบครองอาวุธและเครื่องกระสุนจำนวนเท่าใด และจะมีระบบมอนิเตอร์ติดตามไปเรื่อยๆ รวมถึงจะต้องไปเช็คดูว่าการจำหน่ายปืนเสียภาษีถูกต้องหรือไม่ นี่จะเป็นระบบของมัน ซึ่งจะเป็นการเชื่อมโยงกันทั้งระบบ โดยได้มีการหารือในเบื้องต้นกับกรมสรรพากรแล้ว

จ่อออกกฎกระทรวงชี้แก้กม.ใช้เวลานาน

เมื่อถามว่า ระหว่างที่รอการแก้ไขกฎหมาย จะมีการออกกฎกระทรวงก่อนหรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า อาจจะมีแนวทางการออกประกาศกฎกระทรวง แต่ต้องไปคุยกับกรมการปกครองและกฤษฎีกาก่อนว่าจะเอาอย่างไร เพราะการตรากฎหมายใช้เวลานาน จึงจำเป็นต้องมีการออกประกาศชั่วคราวในในช่วงที่มีการแก้ไข

‘สุชาติ’เด้งรับนโยบายห้ามพกปืน

ด้าน นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม กล่าวถึง กรณีแจ้งทรัพย์สินต่อคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ปรากฏมีอาวุธปืน 12 กระบอก ขณะที่นโยบายของนายกรัฐมนตรีเตรียมออกกฎหมายห้ามพกพาอาวุธ จะดําเนินการอย่างไร ว่า เรื่องปืนดังกล่าวเป็นของสะสมในอดีต เหมือนผู้ชายที่ชอบพระเครื่อง ก็ถือเป็นความชอบตั้งแต่ยังไม่มีตําแหน่งทางการเมือง และประกอบกับเป็นเรื่องที่ใช้ในการกีฬา เพราะเมื่อก่อนตนเป็นนักกีฬาด้วย ตนคิดว่าเรื่องนี้อยู่ที่เรามีสติในการใช้ให้ถูกวิธี ทั้งนี้ตนพร้อมสนองนโยบายของนายกฯ อยู่แล้ว

เมื่อถามว่าจะกําชับทีมงานอย่างไร ให้สนองนโยบายนี้ นายสุชาติ ตอบว่า ส่วนตัวก็ไม่มีอยู่แล้ว มีเพียงเจ้าหน้าที่ตํารวจ ติดตามตัวที่สามารถพกพาได้ ซึ่งเป็นไปตามกฎหมาย และคนทั่วไปก็ไม่สามารถพกได้อยู่แล้ว ใบ ป.12 ก็ไม่ได้ออกมาหลายรัฐบาล และคนที่เคยมี ก็หมดอายุไปแล้ว

จนท.อุทยานพกปืนได้-ตระเวนป่า

เมื่อถามว่าจะกําชับข้าราชการกระทรวงอย่างไร ในเรื่องนี้ นายสุชาติ กล่าวว่า ในกระทรวงของตนมีบางหน่วยงานที่มีเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า และอุทยาน ซึ่งก็สามารถพกปืนได้ตามกฎหมาย ก็คือปฏิบัติหน้าที่และปะทะกับผู้ลักลอบตัดไม้เถื่อน หรือบุกรุกพื้นที่ต่าง ๆ แต่ข้าราชการทั่วไปก็ไม่สามารถพกพาได้

เมื่อถามว่าการออกมาตรการแบบนี้ จะทําให้กังวลใจในการไปไหนมาไหนหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า เราไม่ได้ทําร้ายใคร แล้วเขาจะมาทำร้ายอะไรเรา เราก็บังคับใช้กฎหมายตามหน้าที่เรา “เขาจะทําร้ายเรา ก็ถือเป็นความโชคร้ายของเราไป แค่นั้นเอง”

ยธ.ย้ำDSIพกปืนได้-ได้รับอนุญาตอธิบดี

ขณะที่ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย มีมาตรการห้ามเจ้าหน้าที่พกปืน ในส่วนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)มีการกำชับเจ้าหน้าที่หรือไม่ว่าตามระเบียบภายใน มีบางส่วนที่สามารถพกปืนได้ โดยต้องมีใบพกพาและอยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ และต้องมีใบยืนยันอีกครั้งหนึ่งด้วย เป็นระบบสองชั้น

เมื่อถามว่า พอมีนโยบายแบบนี้ จะกำชับอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ได้กำชับเจ้าหน้าที่ซึ่งส่วนมากเป็นเจ้าหน้าที่ของดีเอสไอ เป็นเจ้าหน้าที่ที่ต้องมีอาวุธปืน ทั้งในส่วนของปีนราชการในการเบิกจ่าย และเรื่องปืนส่วนตัว ที่ต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดี

มีปืนที่บ้านใบป.4ถูกต้องแต่ไม่เคยพก

เมื่อถามว่าตัวรัฐมนตรีก็เป็นตำรวจเก่า มีปืนหรือไม่และจะจัดการอย่างไร พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ก็มีเอาไว้ที่บ้าน ไว้ปกป้องทรัพย์สินตามกฎหมาย มีใบป.4 เอาไว้ที่บ้าน ตั้งแต่รับราชการมาไม่ได้เป็นผู้ปฏิบัติ ก็ไม่ได้พกปืน ยิ่งมาตอนนี้ ก็ยิ่งไม่ต้องพกปืน

เมื่อถามต่อว่าเมื่อวันที่ 11 ส.ค. ในที่ประชุมพรรคภูมิใจไทย(ภท.) นายกรัฐมนตรี ได้กำชับเรื่องนี้ในที่ประชุมด้วยนั้น พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ท่านได้กำชับในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีด้วยว่าแม้แต่ผู้ติดตามท่านก็จะสุ่มตรวจซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีที่จะสุ่มตรวจผู้ติดตาม อาจจะเป็นผู้ติดตามจริง หรือติดตามไม่จริง เจ้าหน้าที่จะได้ปฏิบัติได้ถูกต้อง ตนเชื่อว่าน่าจะมีปฏิบัติการจริง ในช่วงวันเปิดสภา

ภท.ร่างกม.คุมอาวุธปืนเสร็จแล้ว

ขณะที่ นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะประธานคณะทำงานด้านกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่าพรรคภูมิใจไทยเตรียมร่างพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ ..)พ.ศ. .... เพื่อเสนอต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ให้มีการแก้ไข เพื่อให้ทันกับสถานการณ์ ที่เกิดขึ้นในสังคมโดยมีร้อยกว่ามาตรา

สำหรับร่างกฎหมายฉบับนี้ กำหนดหลักการไว้ถึง 24 ข้อในการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 โดยร่างกฎหมายได้ระบุเหตุผลว่าโดยที่พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานานโดยไม่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมในสาระสำคัญ บทบัญญัติหลายมาตรามีความไม่เหมาะสมกับกาลสมัย เนื่องจากเทคโนโลยีได้มีการวิวัฒนาการไปอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน ส่งผลให้กฎหมายที่ใช้บังคับอยู่มีความไม่สอดดคล้องเหมาะสมกับสภาพการณ์ทางสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป อันก่อให้เกิดปัญหาในการปฏิบัติของผู้บังคับใช้กฎหมาย ตลอดจนส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรรมอันดีของประชาชนในหลายประการ สมควรมีการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติดังกล่าวเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพการณ์ปัจจุบันและสร้างความปลอดภัยต่อประชาชน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

ปค.สั่งนายทะเบียนทั่วปท.คุมเข้ม

นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง (ปค.) กระทรวงมหาดไทย (มท.) ได้ลงนามหนังสือด่วนที่สุดถึงปลัดจังหวัดทั่วประเทศ เมื่อวันที่11 ส.ค.ที่ผ่านมา กำชับให้นายทะเบียนท้องที่ทุกแห่งเตรียมความพร้อมและดำเนินการตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี เพื่อยกระดับมาตรการควบคุมอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนให้มีประสิทธิภาพ ครอบคลุมตั้งแต่การอนุญาต การซื้อขาย การครอบครอง ไปจนถึงการปราบปรามอาวุธปืนผิดกฎหมาย

มาตรการระยะเร่งด่วน ให้ระงับการอนุมัติโครงการปืนสวัสดิการใหม่ และระงับการออกใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืน(แบบ ป.3)เป็นการชั่วคราว จนกว่าคณะรัฐมนตรีจะมีมติเป็นอย่างอื่น พร้อมให้นายทะเบียนทั่วประเทศตรวจสอบจำนวนใบอนุญาตแบบ ป.3ที่ยังค้างอยู่และยังไม่มีการซื้อขายอาวุธปืน และรายงานผลให้กระทรวงมหาดไทยทราบภายใน 30 วัน ขณะเดียวกัน ผู้ได้รับใบอนุญาตแบบ ป.3และได้ซื้ออาวุธปืนไปแล้ว จะต้องดำเนินการขอใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน(แบบ ป.4)ภายใน 30 วันนับแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติ มิฉะนั้นจะเข้าข่ายมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

นอกจากนี้ กรมการปกครองจะเร่งตรวจสอบยอดขายอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของผู้ค้าอาวุธปืนทุกราย ให้สอดคล้องกับยอดใบอนุญาตแบบ ป.3 หากพบความผิดปกติหรือไม่ตรงกัน จะดำเนินคดีอย่างเฉียบขาด พร้อมประสานกรมสรรพากรตรวจสอบหลักฐานการเสียภาษีของผู้ประกอบการด้วย

สำหรับสนามยิงปืน กรมการปกครองจะร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและการกีฬาแห่งประเทศไทย ตรวจสอบยอดเครื่องกระสุนปืนที่อยู่ในความครอบครองของสนามยิงปืนทุกแห่งว่าเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ หากพบการกระทำผิดจะดำเนินคดีอย่างจริงจัง พร้อมตรวจสอบด้านภาษีเช่นเดียวกัน ขณะเดียวกัน ฝ่ายปกครองและสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเร่งปราบปรามอาวุธปืนเถื่อน หากพบผู้กระทำผิดจะดำเนินการตามกฎหมายและเสนอให้ศาลพิจารณาโทษขั้นรุนแรง

เร่งแก้ก.ม.-เพิ่มโทษ-เข้มตรวจสอบ

มาตรการระยะยาว มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย เสนอปรับปรุงพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน นำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในการอนุญาตและการซื้อขายอาวุธปืนทุกขั้นตอนแบบ Real-time เชื่อมโยงข้อมูลกับกรมศุลกากรและกรมสรรพากร ตลอดจนเพิ่มมาตรการจัดเก็บอัตลักษณ์อาวุธปืน ยกระดับการควบคุมการค้าอาวุธปืน และกำหนดความรับผิดชอบของผู้ค้าอาวุธปืนต่อความปลอดภัยของสังคม รวมถึงเพิ่มบทลงโทษผู้กระทำผิด โดยให้เสนอร่างกฎหมายฉบับแก้ไขภายใน 60 วัน

นอกจากนี้ ยังมีแนวทางกำหนดให้ใบอนุญาตให้มี และใช้อาวุธปืน (แบบ ป.4) ต้องต่ออายุทุก 5 ปี รวมทั้งเพิ่มมาตรการควบคุมการซื้อขายเครื่องกระสุนปืนของผู้ค้าอาวุธปืนและสนามยิงปืนให้รอบคอบและรัดกุมยิ่งขึ้น โดยให้มีการตรวจสอบยอดจำหน่ายเทียบกับสินค้าคงคลังเป็นรายวัน

อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่า กรมการปกครองได้ขานรับข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีและกระทรวงมหาดไทย โดยกำชับให้ฝ่ายปกครองและนายทะเบียนทั่วประเทศเตรียมความพร้อมในการดำเนินการตามมาตรการดังกล่าวอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ เมื่อได้รับแจ้งข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการกรมการปกครองจะเร่งออกหนังสือสั่งการพร้อมแนวทางปฏิบัติโดยละเอียดให้นายทะเบียนทั่วประเทศถือปฏิบัติต่อไป พร้อมกำชับให้ทุกพื้นที่ติดตามข้อมูลข่าวสารและเตรียมความพร้อมอย่างใกล้ชิด

เปิดบัญชีอาวุธปืนใน ครม.อนุทิน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผย พบว่า รัฐมนตรีและบุคคลใน ครม.อนุทิน 1 หลายรายมีการแจ้งอาวุธปืนเป็นทรัพย์สิน โดยบางรายมีจำนวนหลายกระบอก และถูกจัดอยู่ในหมวดทรัพย์สินอื่นร่วมกับพระเครื่อง นาฬิกา เครื่องประดับ และของสะสมต่าง ๆ โดยมีบุคคลที่น่าสนใจดังนี้ นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมใน ครม.อนุทิน 1 และดำรงตำแหน่งต่อใน ครม.อนุทิน 2 โดยการแจ้งบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. มีอาวุธปืน 27 กระบอก มูลค่า 2.65 ล้านบาท ในเอกสารเพิ่มเติม

รุทธพล10/ธรรมนัส7กระบอก

พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม แจ้งมีทรัพย์สินรวมกว่า 37 ล้านบาท ในจำนวนนี้มีปืนรวม 10 กระบอก รวมมูลค่า 768,000 บาท, ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ซึ่งเป็นรองนายกรัฐมนตรี และรมว.เกษตรและสหกรณ์ใน ครม.อนุทิน 1 มีการแจ้ง อาวุธปืน 7 กระบอก ในบัญชีทรัพย์สิน, นายสรรเพชญ บุญญามณี รมช.คมนาคม แจ้งมีทรัพย์สินรวมคู่สมรสกว่า 201 ล้านบาท ในจำนวนนี้แจ้งถือครองปืน พร้อมใบอนุญาต 6 กระบอก รวมมูลค่า 7 แสนบาท, น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช อดีต รมช.คมนาคม แจ้งมีปืน 6 กระบอก

พิพัฒน์มีไม่น้อย5กระบอก

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคมใน ครม.อนุทิน 1 แจ้งทรัพย์สินกรณีเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 26 พ.ย.2568 มีทรัพย์สินรวมกับคู่สมรสกว่า 4,613 ล้านบาท โดยในทรัพย์สินอื่นมี อาวุธปืน 5 กระบอก, นายทรงศักดิ์ ทองศรี ซึ่งต่อมาเป็นรองนายกรัฐมนตรีใน ครม.อนุทิน 2 แจ้งทรัพย์สินกรณีพ้นจากตำแหน่ง รมช.มหาดไทยว่า มีทรัพย์สินส่วนตัวกว่า 20 ล้านบาท โดยหมวดทรัพย์สินอื่นระบุ ปืน 4 กระบอก ประกอบด้วยปืนออโตเมติก 9 มม. ปืนเดี่ยวลูกซองขนาด 12 ปืนพาราเบลัมขนาด 7.65 และปืนเดี่ยวลูกซองขนาด 12

ส่วน น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี แม้บัญชีทรัพย์สินที่เปิดเผยในปี 2568 จะพบว่าอาวุธปืน 4 กระบอกเป็นทรัพย์สินของ พ.ต.อ.ล้ำพันธุ์ พรรธนประเทศ คู่สมรส ไม่ใช่ทรัพย์สินส่วนตัวของศุภมาส แต่ก็อยู่ในบัญชีทรัพย์สินของครอบครัวรัฐมนตรี และถูกแจ้งไว้ในหมวดทรัพย์สินอื่น

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

‘สรณ’ลั่นไม่ได้ทำผิด ยันทำหน้าที่ประธานกสทช.ต่อ

อ่าวโอมานเดือด กองทัพสหรัฐโจมตี เรือปานามาแหกกฎ

เข้มอดีตนักโทษ สั่งเฝ้าระวัง4.3พันคน สกัดซ้ำรอยป๋อง5ศพ

‘หนู’ลั่นห้ามพกทุกคน จัดระเบียบปืน สั่งคุม10ล้านกระบอก

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved