วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
เมื่อถึงเทศกาลสงกรานต์ทุกปี มักจะทำให้นึกย้อนไปถึงสมัยเด็กๆ ใครที่อยู่ต่างจังหวัดและมีวัดอยู่ริมแม่น้ำ ถือว่าโชคดี ได้สาดน้ำเล่นสงกรานต์กันอย่างสนุกสนาน เพราะอยู่ใกล้น้ำ สาดกันเท่าไหร่น้ำก็ไม่มีหมด
ช่วงเช้าก็เข้าวัดทำบุญตักบาตรฟังพระสวดมนต์ พอตกบ่ายก็ตักทรายจากท่าน้ำใส่ถังใส่ภาชนะต่างๆ ขนขึ้นไปเทกองรวมไว้ที่ลานวัด เพื่อก่อพระเจดีย์ทราย
วันสรงน้ำพระในวัน“มหาสงกรานต์”ยิ่งรื่นเริงสนุกสนาน รุ่นปู่รุ่นพ่อเล่น“สะบ้าทอย”กัน ส่วนหนุ่มสาวรุ่นใหญ่รุ่นกลางก็จะเล่น“ลูกช่วง” หรือ“โยนลูกช่วง” แบบกระเซ้าเย้าแหย่จีบกันอยู่ในที พวกเด็กๆ ที่ล้อมวงดูพลอยได้สนุกตามไปด้วย และก็มีหนุ่มสาวหลายคนหลายคู่ที่ได้ครองเรือนร่วมชีวิตกันในเวลาต่อมา ด้วยอานิสงส์ของเทศกาลสงกรานต์
สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก องค์ปัจจุบัน ทรงประทานคติธรรมเนื่องในวันสงกรานต์ไว้ จากวาระที่ผ่านๆ มาว่า “สงกรานต์เป็นเทศกาลแห่งการแสดงน้ำใจไมตรีต่อกัน มีการแสดงออกทางกายและทางวาจาที่น่าชื่นใจต่อกัน ผู้น้อยก็แสดงความนอบน้อมต่อผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่ก็แสดงความเอื้อเฟื้อเอ็นดูต่อผู้น้อยด้วยความจริงใจ นับเป็นวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของไทย ที่เราทั้งหลายต้องช่วยกันสืบสานต่อไป อย่าให้สิ้นสูญ”
วันนี้วันที่ 15 เมษายนเป็นวันดี ยังอยู่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เมื่อวานวันที่ 14 เมษายนเป็นวัน“มหาสงกรานต์” พรุ่งนี้ 16 เมษายนเป็นวันขึ้นปีใหม่ไทย หรือ“วันเถลิงศก” ที่นับตามจันทรคติตรงกับวันพฤหัสบดี แรม 14 ค่ำ เดือน 5 ปีมะเมีย ดังนั้นวันนี้จึงสมควรพูดแต่เรื่องที่เป็นมงคล เพื่อแสดงน้ำใจไมตรีต่อกัน ดังพระคติธรรมของเจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราชที่ยกมาข้างต้น ว่า“การแสดงออกทางกายและทางวาจาควรเป็นเรื่องที่น่าชื่นใจต่อกัน”
ความ“ชื่นใจ”ในวันสงกรานต์จากการเข้าวัดทำบุญตักบาตร สรงน้ำพระ ตลอดจนรดนำดำหัวผู้หลักผู้ใหญ่ และสาดน้ำเล่นสงกรานต์กัน อันเป็นประเพณีที่สืบต่อๆ กันมานั้น เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป หลายสิ่งหลายอย่างแม้แต่บรรยากาศก็ได้หล่นหายไปตามกาลเวลาด้วย
“เสนีย์ เสาวพงศ์” นักประพันธ์และนักหนังสือพิมพ์ผู้ยิ่งยงในอดีตที่ล่วงลับไปแล้ว เจ้าของผลงานวรรณกรรมอมตะ อาทิ “ปีศาจ”, “ความรักของวัลยา” และ“คนดีศรีอยุธยา” ได้เขียนความเรียงรวมเล่มเรื่อง“หยดหนึ่งของกาลเวลา”ไว้เมื่อ 50 กว่าปีที่ผ่านมา และหนึ่งในนั้นมีเรื่อง“อันเนื่องมาจากสงกรานต์” เป็นข้อเขียนที่อ่านแล้วกินใจ เห็นภาพเห็นถึงมิติต่างๆ อย่างลุ่มลึก-ดังที่คัดลอกมา 6 ย่อหน้าถัดจากนี้
“ประเพณีอย่างหนึ่งของสงกรานต์ที่ตกต้องลงบนปฏิทินในกลางฤดูร้อนของทุกปี คือการรดน้ำ หรือสาดน้ำ ซึ่งใครจะเป็นคนต้นคิดขึ้นก็แล้วแต่ ดูจะมีความเหมาะสมในฤดูกาลอยู่ไม่น้อย มันก่อให้เกิดความชุ่มชื่นทางกาย เมื่อการกระทำนั้นเกิดจากไมตรีจิต ความสุภาพ และความเป็นมิตร มันทำให้ความชุ่มชื่นนั้นซึมซาบซ่านเข้าไปถึงใจด้วย”
“ในกลุ่มชนที่ชุมนุมกันอยู่ อาจจะเป็นคนในละแวกเดียวกัน หรือจากถิ่นอื่น อาจจะเคยรู้จักหน้าค่าตา หรือเป็นคนแปลกหน้าที่ไม่เคยเห็นกันมาก่อน เขาสาดน้ำให้แก่กันและกัน ยกเว้นกรณีที่เป็นการแสดงนิสัยพาลเกเร ซึ่งอาจจะมีแทรกอยู่บ้าง การสาดน้ำเป็นทั้งการเล่นซึ่งเป็นทั้งการหยอกล้อ และบางทีก็เป็นการเอาเปรียบที่ช่วงชิงกระทำในขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งเผลอตัว แต่ละคนถือหลักว่า จะต้องสาดคนอื่นให้มากกว่าที่ตนเองจะถูกสาด”
“ซึ่งว่าตามความเป็นจริงแล้ว ในความร้อนของฤดูกาลเช่นนี้ ฝ่ายที่เปียกน่าจะเป็นฝ่ายที่มีความสบายมากกว่าคนอื่น ในอีกทางหนึ่ง มันเป็นเครื่องทดสอบทางจิตใจได้เหมือนกันว่า คนเราที่อยู่ร่วมกันในชุมชนจะรู้จักรอมชอมกันได้แค่ไหนเพียงไร ในชีวิตที่รวมกันอยู่ทุกวันนี้ ดูจะต้องหนักแน่นมากเหลือเกิน”
“เมื่อสงกรานต์ผ่านไปแล้ว อะไรๆ ก็ระเหยหายไปเร็วเหมือนน้ำที่สาดวันสงกรานต์ แต่น้ำที่เปียกเข้าไปในใจยังให้ความชุ่มชื่น และย่อมอยู่ได้นานกว่าที่เปียกอยู่เพียงภายนอก”
“สำหรับผู้เฒ่าผู้แก่ที่นั่งรับการรดน้ำของลูกหลานผู้เยาว์กว่าที่ห้อมล้อมในวันนั้น มันเป็นความปลาบปลื้มอันหนึ่งของคนสูงอายุ ที่ได้เห็นการรับรองฐานะของตนในสังคม ซึ่งบทบาทของตนนับวันมีแต่จะน้อยลงไปทุกที”
“มันเปียกเข้าไปถึงใจ ทั้งด้วยน้ำธรรมดา และทั้งน้ำคำและน้ำใจ และนี่คือจิตใจของสงกรานต์” !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

บุกค้นบ้านหรูกลางเมืองพัทยา รวบ 3 จีนเทา ลักลอบผลิต บุหรี่ไฟฟ้าซอมบี้
ในหลวง-พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ทูตต่างประเทศ เฝ้าฯ กราบบังคมทูลลา
ทูตอิหร่าน ดัน จีน เป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยหยุดสงคราม ก่อน ทรัมป์ เหยียบแผ่นดินมังกร
ต๊ะ นารากร เผยเหตุผลไม่ทำช่องข่าวตัวเอง เพราะไม่อยากขโมยงานใคร
ในหลวง โปรดเกล้าฯให้ผู้ว่าฯนราธิวาส เชิญสิ่งของพระราชทาน มอบกำลังพลบาดเจ็บเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี