วันศุกร์ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
11 พฤษภาคม 2569 น.ช.ทักษิณ ชินวัตรอาจได้รับการพักโทษ เราอาจไม่ได้เห็นการกลับคืนสู่เวทีการเมือง ในรูปแบบที่สังคมเคยคุ้นตาอีกต่อไป
หากพิจารณาจากปัจจัยแวดล้อมทางกฎหมาย ผลประโยชน์ส่วนตน และสถานการณ์ความนิยมของพรรคเพื่อไทยที่กำลังถดถอย
ช่วงเวลาต่อจากนี้อาจกล่าวได้ว่าคือ “ยุคแห่งการสงบเสงี่ยม” ของอดีตนายกรัฐมนตรีผู้เคยมีอิทธิพลสูง ชอบแสดงอิทธิฤทธิ์ มีเล่ห์เหลี่ยมและมีคดีโกงมากสุดคนหนึ่งของไทย
ยุทธศาสตร์ “เอาตัวรอด” เหนือ “การเคลื่อนไหว”
ปัจจัยสำคัญที่สุดที่น่าจะกำหนดพฤติกรรมของน.ช.ทักษิณคือแนวคิดของเขา “การเมืองคือเรื่องธุรกิจ” “ประโยชน์ส่วนบุคคลและครอบครัวต้องมาก่อน” ซึ่งเป็นค่านิยมหลักที่ยึดถือมาโดยตลอด
ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันที่พรรคเพื่อไทยเผชิญกับวิกฤตความนิยม บทบาทของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร และคนในตระกูลลดน้อยลงจนยากที่จะหวนกลับสู่การเมือง การออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองในเวลานี้ของทักษิณก็มีแต่จะสร้าง “ต้นทุน” มากกว่า “ผลตอบแทน”
การเคลื่อนไหวที่ผิดพลาดอาจไม่เพียงแค่ซ้ำเติมสถานการณ์ของพรรค แต่ยังเป็นการเปิดช่องให้ฝ่ายตรงข้ามรุกคืบผ่านคดีความที่ค้างคาอยู่สองคดีหลัก คือคดีหมิ่นสถาบันมาตรา 112 จากการให้สัมภาษณ์สื่อเกาหลีใต้
และกรณีที่ทักษิณถูกกล่าวหาว่าเป็นตัวการหรือผู้ร่วมกระทำ หลบหนีแหกคุกไปพักรักษาตัวป่วยทิพย์ที่โรงพยาบาลตำรวจชั้น 14 จนศาลฎีกาสั่งให้กลับไปจำคุกใหม่และเรื่องยังอยู่ในชั้นการสอบสวนของคณะกรรมการป.ป.ช.ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าล่าช้าผิดปกติ ไม่ทันเหตุการณ์
คดีเหล่านี้เปรียบเสมือนบ่วงที่แขวนคอ “ดาบที่แขวนอยู่เหนือศีรษะ” ซึ่งบีบบังคับให้นายทักษิณต้องจำกัดขอบเขตการแสดงออกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และคงต้องการใช้เวลาความสามารถของภริยา ครอบครัว เครือข่ายวิ่งเต้นคดีความเหมือนเมื่อครั้งคดีซุกหุ้นและคดีอื่นๆ อย่างที่ผ่านมา
สัจธรรมของการเมือง: เมื่อชื่อเสียงผูกติดกับความนิยมพรรค
การที่พรรคเพื่อไทยจำเป็นต้องเร่งถ่ายโอนอำนาจให้คนรุ่นใหม่เข้า มาบริหารจัดการ ท่ามกลางความตกต่ำของคะแนนนิยมพรรค ยิ่งสะท้อนให้เห็นว่า “บารมีทางการเมือง” ของทักษิณในบริบทปัจจุบันนั้นอาจมีข้อจำกัด
บรรดาลูกขุนพลอยพยักที่เคยส่งช่วยนายกฯแพทองธาร เช่น พรหมินทร์ภูมิธรรม พันศักดิ์ สุรพงษ์ ต่างอ่อนล้าแก่เถ้า หมดสมัยไปตามกาลเวลา
หากนายทักษิณยังคงพยายามรักษาบทบาทผู้บงการหลังฉาก ท่ามกลางความเสื่อมถอยของฐานอำนาจเดิม ภาพลักษณ์ของเขาจะยิ่ง “ด้อยค่า” ลงไปพร้อมกับพรรค การนิ่งเฉยจึงเป็นกลยุทธ์ที่ดีที่สุดในการรักษามรดกทางการเมืองที่เหลืออยู่ไม่ให้เสียหายไปมากกว่าที่เป็นอยู่
ทางเลือกที่จำกัด: ทำไมการอยู่ต่อในไทยจึงปลอดภัยที่สุด
มุมมองต่อทางเลือกในการเดินทางไปอยู่ต่างประเทศหลังพ้นโทษ โดยเฉพาะที่ดูไบ ในสถานการณ์ปัจจุบันมีความน่าสนใจอย่างยิ่งความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังคงรุนแรง กลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้นายทักษิณคงเลือกที่จะ “ปักหลัก”อยู่ในประเทศไทยมากกว่าการเสี่ยงไปอยู่ในพื้นที่เปราะบาง หรือที่ประเทศอื่นที่อาจถูกทำร้ายได้
ในเมื่อปัจจัยเรื่องความกลัวต่อความไม่ปลอดภัยส่วนตัวเป็นหลัก การอยู่ในที่ที่ตนเองสามารถควบคุมความเสี่ยงได้มากที่สุด คือทางเลือกที่สมเหตุสมผลที่สุดสำหรับนักยุทธศาสตร์ที่เน้นผลประโยชน์ตนเองเป็นที่ตั้ง
บทสรุป : การพักโทษที่ไร้อิทธิฤทธิ์
ด้วยเหตุผลทั้งปวง การที่นายทักษิณจะออกมาแสดง “อิทธิฤทธิ์” ทางการเมืองดังเช่นอดีต จึงมีความเป็นไปได้น้อยมาก ทุกย่างก้าวหลังพ้นโทษจะถูกกำหนดด้วยความระมัดระวังสูงสุด การ “สงบเสงี่ยม” ไม่ใช่ความพ่ายแพ้ แต่คือการปรับตัวเพื่อให้รอดพ้นจากกับดักความผิดทางกฎหมายและภาวะวิกฤตทางการเมือง
ส่วนผู้ที่คิดว่ากรมราชทัณฑ์ของไทยสามารถให้การศึกษา ดัดนิสัยทักษิณให้กลายเป็นคนดีของสังคม ในช่วงเวลาเพียงแปดเดือนคงจะเป็นไปได้ยาก เพราะนอกจากจะเชื่อได้ว่ามีกลไกจูงใจให้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ดูแลคนนี้เป็นพิเศษ ซึ่งจะพอกพูนกิเลสตัวตนและสันดานเดิมของนักโทษผู้นี้มากขึ้นไปอีก
ในอนาคต หากสถานการณ์ของพรรคเพื่อไทยไม่กระเตื้องขึ้น การเคลื่อนไหวใดๆ ที่จะนำไปสู่ความเสี่ยงก็จะถูกตัดออกไปจากสมการ สิ่งที่สังคมจะได้เห็นจึงอาจไม่ใช่ “การเมืองเชิงรุก” แต่เป็น “การเมืองเชิงรับเพื่อความอยู่รอด” ของบุคคลที่รู้ดีที่สุดว่าเมื่อใดควรเข้าสู่สนาม และเมื่อใดที่ต้องล่าถอยเพื่อรักษาลมหายใจทางการเมืองไว้
ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง

เป้ย ปานวาด ฟาดนิ่มๆ หลังเจอชาวเน็ตถาม มีแฟนใหม่แล้วลืมลูก?
กรมสมเด็จพระเทพฯ เสด็จในพิธีบวงสรวงพระปรางค์วัดอรุณราชวรารามฯ เนื่องในโอกาสครบรอบ 80 ปี บริษัท ไทยกรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
อนุทิน-อันวาร์ หารือชื่นมื่น! ผลักดันโครงสร้างพื้นฐานชายแดน-สันติสุขภาคใต้
คกก.โรคติดต่อฯ เห็นชอบศึกษา โรคไวรัสฮันตา เป็นโรคติดต่ออันตราย
สรรเพชญ ปลุกท่องเที่ยวทะเลน้อย-คลองลำปำ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี