วันอาทิตย์ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ประเด็น “ผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง”เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา สุดแท้แต่จะมองกันไปในเหลี่ยมไหน ซึ่งฝ่ายตรงข้ามและไม่ชอบขี้หน้ารัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล ก็จะมองไปในทางลบว่ารัฐบาลชุดนี้อาการหนักบักโกรกเต็มที่แล้วในการแก้ไขปัญหาประเทศ นโยบายต่างๆ ที่เคยหาเสียงไว้ใช้ไม่ได้ผลและทำได้บ้างไม่ได้บ้างจึงต้องมาพึ่งมันสมองคนนอกรัฐบาล อยากให้
ยุบสภาโดยเร็วจะได้เลือกตั้งใหม่
ส่วนฝ่ายที่ชอบรัฐบาลก็มอง เป็นเรื่องดีที่ทุกภาคส่วนจะได้ช่วยๆ กัน ผลักดันหาทางออกให้กับประเทศที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ ขอให้ทุกฝ่ายใจเย็นๆ อย่าได้คิดเล็ก
คิดน้อย
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผยถึงผลการหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีและตัวแทนภาคเอกชนในกิจกรรม “ผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง” ว่า ภาคเอกชนมองเห็นตรงกันว่าวิกฤตพลังงานโลกในปัจจุบันถือเป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทยในการดึงดูดการลงทุน โดยเฉพาะแนวโน้มการย้ายฐานการผลิตและห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) เข้าสู่ภูมิภาคอาเซียนและไทย ซึ่งไทยจะต้องเร่งคว้าโอกาสนี้ผ่านการดำเนินนโยบายเชิงรุก
โดยรัฐบาลได้รับข้อเสนอของเอกชน 6 ประเด็นได้แก่ 1.เร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน-พลังงานสะอาด ในเรื่องนี้ถือเป็นข้อเสนอหลักจากภาคเอกชนที่เน้นไปที่การเร่งลงทุนในทรัพยากรน้ำเพื่อรองรับภาคการเกษตรและวิกฤตเอลนีโญในช่วงปลายปี รวมถึงการเร่งลงทุนในพลังงานสะอาด เช่น โซลาร์เซลล์ และการพัฒนาระบบสายส่งไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid Modernization) เพื่อตอบโจทย์วิถีพลังงานโลกสมัยใหม่
2.การลงทุนใน “คน” โดยใช้เทคโนโลยี AIและดิจิทัลมาช่วยเพิ่มทักษะ (Up-skill) แรงงานไทย เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
3.การสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่และศูนย์กลางการเงิน โดยภาคเอกชนมีข้อเสนอว่าในการสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ (New Growth Engine) รัฐบาลมุ่งเป้าไปที่จุดแข็งด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (WellnessTourism) อุตสาหกรรมดิจิทัล และเกษตรสมัยใหม่, โดยมีแผนต่อยอดจากฐาน Data Center ไปสู่ Cloud Service และการผลิต Semiconductor ซึ่งเป็นหัวใจของ AI ขณะที่ภาคธนาคารเสนอให้ไทยเป็นศูนย์กลางทางการเงินของภูมิภาค (Regional Hub) ผ่านการสนับสนุนให้ธุรกิจไทยเข้มแข็งและมีการควบรวมกิจการเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยใช้โอกาสจากวิกฤตในตะวันออกกลาง
4.การปลดล็อกและแก้ปัญหาอุปสรรคต่างๆโดยภาคเอกชนต้องการให้รัฐบาลเร่งรัดการขอใบอนุญาตที่ล่าช้า โดยเฉพาะการบริหารจัดการที่ดินสาธารณะที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว, ทั้งนี้ ภาคเอกชนได้ชื่นชมโครงการ BOI Fast Pass ว่าเป็นตัวอย่างความสำเร็จที่ช่วยให้การลงทุนขับเคลื่อนได้รวดเร็วขึ้นจริงตั้งแต่ไตรมาส 4ปีที่ผ่านมา และทำให้เกิดการลงทุนจริงกว่า
2 แสนล้านบาท ในช่วงที่ผ่านมา
5.เสนอให้มีการจัดตั้งศูนย์ปราบปรามคอร์รัปชันอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อสร้างความเชื่อมั่น และแก้ปัญหาเรื่องนี้โดยเร็ว
และ 6.เป็นข้อเสนอในเรื่องการดูแลเรื่องของปัญหาเงินเฟ้อ ที่มีแนวโน้มจะปรับตัวเพิ่มขึ้น ควบคู่กับการดูแลผู้ประกอบการ SMEs จากผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น
ทั้งหมดนี้เป็นข้อเสนอจากเจ้าสัวซีอีโอ ที่รัฐบาลคงทำได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่จะให้ชัดกว่านั้น ก็ควรเชิญกลุ่มอื่นๆ เข้าไปหารือ ไม่ว่าจะเป็นชาวนาชาวไร กลุ่มผู้ใช้แรงงาน เอ็นจีโอ นักวิชาการด้านภาษี เผื่อจะได้ข้อมูลเพิ่มเติมช่วยถอนขนหน้าแข้งคนรวยมาช่วยคนจน เพื่อรัฐบาลจะไม่ได้ถูกมองว่ารับใช้แต่ชนชั้นนายทุน

สุดอาลัย รศ.นพ.ธีรศักดิ์ อาจารย์หมอถูกต่างชาติชนแล้วหนี เสียชีวิตแล้ว
‘กรมที่ดิน’ ยก 3 ข้อยันปม ‘ที่ดินเขากระโดง’ ปฏิบัติตามคำสั่งศาล-ยึดหลักกฎหมายอย่างเคร่งครัด
สวยเป๊ะทุกมุม โอ๋ ภัคจีรา อวดลุคชมพูหวานละมุน ทำโซเชียลฮือฮา
โสภณ แจงนโยบาย ตร.สภา เคารพธงชาติ มุ่งสร้างวินัย ไม่ใช่ภาระเจ้าหน้าที่
'ศิริกัญญา' ลุยพัทยา หนุน 'อิทธิวัฒน์' ชูการเมืองท้องถิ่นแก้รถติด-น้ำท่วม-ส่วย-กระจายรายได้ถึงผู้ค้ารายเล็ก

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี