วันอาทิตย์ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” (60/40) ให้สิทธิประชาชนสั่งอาหารและเครื่องดื่มผ่านผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรีแล้ว
1. การให้ประชาชนใช้สิทธิผ่านบริการ Food Delivery เริ่มใช้งานได้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน - 30 กันยายน 2569
โดยรัฐบาลร่วมจ่ายค่าอาหารและเครื่องดื่ม 60% สูงสุด 1,000 บาทต่อเดือน
ส่วนผู้ใช้สิทธิต้องชำระค่าอาหารส่วนที่เหลือ 40% และรับผิดชอบค่าจัดส่งเองเต็มจำนวนผ่านแอปพลิเคชัน
แอปพลิเคชันเดลิเวอรีที่ร่วมโครงการ 4 แพลตฟอร์มหลัก ได้แก่ LINE MAN-GrabFood-Robinhood-ShopeeFood
ขั้นตอนง่ายๆ เข้าแอปพลิเคชันเป๋าตัง ไปที่หน้าหลัก และเลือกแบนเนอร์ฟู้ดเดลิเวอรีเลือกแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีที่ต้องการใช้งาน เลือกร้านค้า และทำรายการสั่งซื้ออาหาร ชำระค่าส่งอาหารเต็มจำนวนบนแอปเดลิเวอรี รอการแจ้งเตือน (Notification) เพื่อจ่ายค่าอาหาร 40% ผ่านแอปเป๋าตัง กดยืนยันชำระเงินภายใน 5 นาทีหลังได้รับการแจ้งเตือน
ใช้สิทธิสั่งอาหารได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00 - 21.00 น.
ย้ำว่า รัฐสนับสนุนเฉพาะค่าอาหารและเครื่องดื่มเท่านั้น ส่วนค่าบริการจัดส่งผู้ใช้สิทธิเป็นผู้จ่ายเอง
2. การเปิดให้ประชาชนใช้สิทธิผ่านบริการ Food Delivery เป็นวันแรก ได้รับการตอบรับอย่างคึกคัก
วันแรก (15 มิ.ย.) การใช้สิทธิผ่านฟู้ดเดลิเวอรี มียอดใช้จ่ายรวม 56.59 ล้านบาท
แบ่งเป็นเงินที่รัฐบาลร่วมจ่าย 32.54 ล้านบาท
และเงินที่ประชาชนจ่ายเอง 24.06 ล้านบาท
3. โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” (60/40) จนถึงวันที่ 15 มิ.ย. พบว่า มียอดใช้จ่ายสะสมทุกช่องทางแล้ว 31,088.26 ล้านบาท
สำหรับโครงสร้างการใช้จ่ายทั้งหมด รัฐบาลร่วมสนับสนุนวงเงินไปแล้ว 17,995.50 ล้านบาท
ขณะที่ประชาชนร่วมใช้จ่ายอีก 13,092.76 ล้านบาท
จำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ จากผู้ได้รับสิทธิแล้ว 26,040,623 ราย มีผู้ที่ใช้จ่ายสำเร็จแล้วจำนวน 25,000,154 ราย
4. ฝั่งร้านค้า มีร้านค้าที่ลงทะเบียนสำเร็จ และกดยอมรับเงื่อนไขพร้อมใช้งานแล้ว 1,048,517 ร้านค้า
แบ่งเป็นร้านค้าเดิม 876,519 ร้าน และร้านค้าใหม่ 171,998 ร้าน
โดยมีร้านค้าที่มีการใช้จ่ายสำเร็จจริงอยู่ที่ 1,002,563 ร้านค้า
ในจำนวนนี้ เป็นร้านขายอาหารและเครื่องดื่มรายย่อย จำนวนหลายแสนราย
5. นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า จากงานวิจัย พบว่า การเข้าร่วมให้บริการ Food Delivery Platformในอดีต ช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงและทดลองสั่งอาหารและเครื่องดื่มจากร้านค้าขนาดเล็กรายใหม่มากขึ้น สะท้อนจากสถิติร้านค้าที่มีรายได้เติบโตได้จากการขยายฐานลูกค้ารายใหม่
โดยร้านค้ามีจำนวนลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นร้อยละ 176
และจำนวนคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นร้อยละ 167
อีกทั้ง ผลลัพธ์ยังมีความยั่งยืนต่อเนื่องหลังจบโครงการ
ดังนั้น นอกจากการช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชนแล้ว ร้านค้าจำนวนมากยังได้รับโอกาสในการเรียนรู้ ปรับตัว และพัฒนาศักยภาพของตนเองไปพร้อมกัน
ผู้แทนจาก Food Delivery Platform รายงานผลการเติบโตที่ต่อเนื่องแม้โครงการคนละครึ่ง พลัส จะสิ้นสุดลงแล้ว ได้แก่
Grab พบว่า ร้านค้าร้อยละ 75 ยังคงมียอดขายเติบโตอย่างต่อเนื่อง
Lineman ร้านค้ามีอัตราการเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ยถึง 2 เท่า
Robinhood ร้านค้ากว่าร้อยละ 85 มียอดขายขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
และ ShopeeFood มียอดสั่งซื้อและยอดขายเติบโตต่อเนื่องถึง 2 เท่าเช่นเดียวกัน
6. โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) มีการใช้แชทบอทปัญญาประดิษฐ์อัจฉริยะ (AI) “นกกระซิบ” บนแอปพลิเคชันถุงเงิน
พัฒนาโดยธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
เป็นเครื่องมือที่ใช้งานได้ง่าย สามารถช่วยให้เจ้าของรู้จักร้านค้าของตนได้ในเชิงลึก
นกกระซิบ เป็นเครื่องมือใหม่ที่จะช่วยให้ร้านค้าสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี AI ในการดูข้อมูลยอดขาย วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า ดูราคาวัตถุดิบ วางแผนธุรกิจ และขอสินเชื่อได้ง่ายขึ้น
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
รองนายกฯ เอกนิติ ย้ำว่า โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) มีเป้าหมายหลัก คือ การช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน และยังช่วยให้ร้านค้ามีรายได้เพิ่มขึ้นมีทักษะดิจิทัลเพิ่มขึ้น และสามารถใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ อย่าง AI เพื่อพัฒนาธุรกิจของตนเองได้อันจะเป็นผลลัพธ์และผลพลอยได้ที่มีคุณค่าอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจไทยในระยะยาว
8. โครงการไทยช่วยไทย พลัส จึงไม่ใช่โครงการแจกเงินแบบสูญเปล่า
แต่เป็นโครงการที่ “ตะล่อม” ให้ประชาชนปรับพฤติกรรมตามวัตถุประสงค์ของโครงการ
โดยมีการช่วยจ่ายสมทบเป็นเครื่องมือจูงใจ
8.1 ร้านค้ารายย่อยเข้าโครงการ เพราะต้องการยอดขาย ต้องการกำลังซื้อ แต่แถมด้วยได้ผู้ช่วย AI อัปสกิลการทำธุรกิจ เพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนที่มีมาตรฐานต่อไป
8.2 ประชาชนสมัครเข้าโครงการเพราะต้องการได้รับเงินช่วยจ่ายสมทบ แต่ต้องซื้อสินค้าในกลุ่มเป้าหมายโครงการเท่านั้น คือ ร้านรายเล็กรายน้อย เพิ่มยอดขาย ช่วยต่อลมหายใจ เพิ่มสายป่านของรายย่อย ในยามวิกฤต
8.3 รัฐบาลใช้เงินสนับสนุนโครงการจ่ายตรงเข้ากระเป๋าประชาชน ไม่มีรั่วไหลไม่มีโอกาสหาเงินทอน
8.4 แพลตฟอร์ม Food Delivery ต่างแข่งกันทำโปรโมชัน ลดค่า GP เพื่อจูงใจให้ร้านอาหารเลือกผูกกับแพลตฟอร์มของตนเอง
8.5 แกร็บ เคยเผยอินไซต์ที่น่าสนใจเกี่ยวกับพฤติกรรมการสั่งอาหารเดลิเวอรีผ่านโครงการ “คนละครึ่งพลัส” (สมัยรัฐบาลอนุทิน1) ในช่วง 5 วันแรก อาทิ
คนส่วนใหญ่นิยมสั่งอาหารเดลิเวอรีผ่านโครงการคนละครึ่งพลัสด้วยมูลค่าประมาณ80-120 บาทต่อออเดอร์ รองลงมาคือมูลค่า 120-150 บาทต่อออเดอร์
ออเดอร์ที่มีมูลค่าสูงสุด คือ เมนูสเต็กเนื้อ จากร้านเฮงเจริญ บุชเชอรี่ ในย่านลาดพร้าว ด้วยมูลค่ารวม 2,935 บาท
มื้อกลางวันคือช่วงเวลาที่มีคนสั่งอาหารเดลิเวอรีผ่านโครงการคนละครึ่งพลัสมากที่สุด โดยเฉพาะระหว่างเวลา 11.00-12.00 น.
โครงการคนละครึ่งพลัสช่วยกระตุ้นให้มีความถี่ในการสั่งอาหารเดลิเวอรีเพิ่มขึ้นโดยพบว่า มีคนสั่งอาหารตั้งแต่ 2 ออเดอร์ต่อวันขึ้นไปเพิ่มขึ้นถึง 2.5 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงปกติ
เมนูอาหารที่คนนิยมสั่งผ่านโครงการคนละครึ่งพลัสมากที่สุด คือ ส้มตำ รองลงมาคือ ก๋วยเตี๋ยว และ ไก่ทอด ขณะที่ ชาไทย ยืนหนึ่งในฐานะเครื่องดื่มยอดนิยมตามมาด้วย ชาเขียวหรือมัทฉะ และโกโก้เย็น
ร้านอาหารที่มียอดขายเติบโตสูงสุดจากโครงการคนละครึ่งพลัส คือ “ร้านอยู่นี่ตามสั่ง ข้าวผัด สเต็ก” ในกรุงเทพฯ โดยมียอดขายเติบโตถึง 18 เท่าจากช่วงปกติจากยอดขายหลักร้อยกลายเป็นหลักหมื่นต่อวัน
ขณะที่ “ร้านพาสต้า บ่?” ในย่านจรัญ 35 ทำสถิติสร้างยอดขายสูงที่สุดจากการเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส ด้วยยอดขายเฉลี่ยต่อวันสูงกว่าครึ่งแสนบาท
รายชื่อ 5 จังหวัดที่มีการสั่งอาหารเดลิเวอรีผ่านโครงการคนละครึ่งพลัสมากที่สุด คือ กรุงเทพฯ ชลบุรี ขอนแก่น โคราช และเชียงใหม่
“โครงการคนละครึ่งพลัสไม่เพียงช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยในกลุ่มผู้บริโภค และสร้างยอดขายที่เพิ่มขึ้นให้กับร้านอาหาร แต่ยังส่งผลเชิงบวกไปถึงคนในอีโคซิสเต็มอย่างไรเดอร์ผู้จัดส่งอาหาร ซึ่งมีรายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมงเพิ่มขึ้น 13% นับตั้งแต่เริ่มโครงการฯ นอกจากนี้กลุ่มผู้ผลิตและจัดจำหน่ายวัตถุดิบสำหรับอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งถือเป็นอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องยังได้รับอานิสงส์ไปด้วย ทั้งนี้ แกร็บจะยังคงเดินหน้าสนับสนุนโครงการคนละครึ่งพลัสในเฟสต่อๆ ไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจระดับมหภาคและขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ โดยเฉพาะในช่วงเวลาทุกคนต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายจากสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน” นางสาวจันต์สุดา ผู้บริหารแกร็บกล่าว
9. วิจัยกรุงศรี เคยประเมินว่า มาตรการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ครั้งนี้ จะกระตุ้นเศรษฐกิจได้ 0.2-0.5% ในกรณีฐาน
โดยจะช่วยกระตุ้นการบริโภค ตั้งแต่ปลายไตรมาส 2 ต่อเนื่องถึงไตรมาส 3
วิจัยกรุงศรีได้ประเมินผลกระทบของมาตรการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ที่มีต่อ GDP ตามอัตราการเบิกจ่ายงบประมาณ หรืออัตราการใช้สิทธิ์ของประชาชน (Disbursement) และผลกระทบทวีคูณทางเศรษฐกิจ (Multiplier Effect) เมื่อเทียบกับ “โครงการคนละครึ่งพลัส” ดังนี้
กรณีประชาชนใช้สิทธิ์เต็มที่ (Full Disbursement: 95-100%)
หากผลกระทบทวีคูณ “เท่ากับ” โครงการคนละครึ่งพลัส จะช่วยกระตุ้น GDP ให้เติบโตขึ้น 0.5-0.6%
หากผลกระทบทวีคูณ “น้อยกว่า” โครงการคนละครึ่งพลัส จะช่วยกระตุ้น GDP ให้เติบโตขึ้น 0.3-0.4%
กรณีประชาชนใช้สิทธิ์เป็นส่วนใหญ่ (Major Disbursement: 75-95%)
หากผลกระทบทวีคูณ ‘เท่ากับ’ โครงการคนละครึ่งพลัส จะช่วยกระตุ้น GDPให้เติบโตขึ้น 0.4-0.5%
หากผลกระทบทวีคูณ ‘น้อยกว่า’ โครงการคนละครึ่งพลัส จะช่วยกระตุ้น GDP ให้เติบโตขึ้น 0.2-0.3%
6.นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) คาดการณ์ว่า ภายใต้เม็ดเงินประมาณ 170,000-200,000 ล้านบาท ในพ.ร.ก.กู้เงินฯ ซึ่งถูกอัดฉีดเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจภายในปีนี้
จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ (GDP) โตเพิ่มขึ้นได้ประมาณ 0.4%
โดยเม็ดเงินส่วนนี้น่าจะเข้าไปช่วยให้ประชาชนยังมีกำลังซื้อสำหรับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันต่อไปได้ ในช่วงที่ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้น
พร้อมมองว่า โดยแม้มาตรการนี้จะไม่ได้ช่วยลดอัตราเงินเฟ้อโดยตรง แต่ก็ถือเป็นการช่วยเหลือที่จำเป็น
7. ภาพรวมทั้งหมดนี้ คือ สิ่งที่คาดหวังได้จากไทยช่วยไทย พลัส ไม่ใช่แจกแบบอีลุ่ยฉุยแฉก
เพิ่มยอดขายร้านที่เข้าโครงการ เงินสะพัด ร้านอาหาร ยอดขายเติบโตก้าวกระโดด
ประชาชนมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น จ่ายเงินเท่าเดิม
ทำให้ยังมีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ เม็ดเงินถูกนำไปใช้จ่ายหมุนเวียนในระดับชุมชน กระจายรายได้ไปสู่เกษตรกรและผู้ผลิตวัตถุดิบในท้องถิ่น
ทำต่อเนื่อง 4 เดือน จนถึงวันที่งบประมาณแผ่นดินปี’70 เริ่มใช้ และรับไม้ต่อ
สารส้ม

เปิดแล้วยิ่งใหญ่! หลักสูตรวัคซีนชีวิตเพื่อสังคม‘วชส.รุ่น 3 บิ๊กเนม-คนดังแห่เรียนเพียบ
รู้จักสิทธิ UCEP เจ็บป่วยฉุกเฉิน รักษาฟรีทุกที่ 72 ชั่วโมงแรก เช็กเลยอาการไหนเข้าข่าย!
โมเมนต์น่ารัก! แม่แก้ว กรี๊ดลั่นเผยโมเมนต์สุดประทับใจเจอ ลิซ่า ในลิฟต์
ฮิปโปแคระ หมูแดง สวนสัตว์เมืองย่าโม ฟันธง สเปน คว้าแชมป์บอลโลก 2026
แม่นมาแล้วสองครั้ง ช้างแสนรู้ พลายปีโป้ ทายผลเลือก อาร์เจนติน่า คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2026

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี