SACICT ต่อยอดงานหัตถศิลป์ เปิดเวทีรวบรวมสุดยอดผู้ประกอบการกลุ่มครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม และผู้ประกอบการงานหัตถกรรม ร่วมงาน SACICT Craft Fair 2018 งานแฟร์สินค้าหัตถกรรมจากฝีมือคนไทย เพื่อขยายช่องทางการตลาดให้กับกลุ่มสมาชิก พร้อมเดินหน้ากระตุ้นกระแสงานคราฟต์สู่สายตาประชาชนทั่วประเทศ
นางอัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT เปิดเผยถึงการจัดงาน SACICT Craft Fair 2018 ว่า จากกระแสความนิยมงานคราฟต์หรือสินค้าหัตถกรรม ที่เข้ามามีบทบาทกับการดำเนินชีวิตในปัจจุบันของทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ SACICT ในฐานะหน่วยงานที่ส่งเสริม และสร้างความแข็งแกร่งให้กับผู้ประกอบการงานศิลปหัตถกรรมพืนบ้านของไทย จึงเล็งเห็นถึงโอกาสในการเผยแพร่งานหัตถกรรมร่วมสมัย และช่องทางทางการตลาดในการสร้างรายได้ให้กับผู้ทำงานหัตถกรรม จึงได้จัดงาน SACICT Craft Fair 2018 โดยคัดเลือกสมาชิกผู้ประกอบการงานหัตถกรรมจากกลุ่มครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม นักสร้างสรรค์งานคราฟต์ ผู้ประกอบการงานคราฟต์มาไว้ในงาน เพื่อเป็นเวทีในการจัดแสดงงานศิลปหัตถกรรมในแบบร่วมสมัยและนวัตกรรมใหม่ ๆ จากทั่วประเทศ โดยเน้นงานคราฟต์ร่วมสมัย ที่มีเอกลักษณ์ โดดเด่น น่าสนใจ และเข้ากับวิถีชีวิตคนเมืองมาร่วมจัดแสดงและจำหน่ายภายในงาน

“สำหรับการจัดงานจะแบ่งเป็น 2 ช่วงเวลาประกอบด้วยวันที่ 15-19 สิงหาคม 2561 ณ แฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ นครราชสีมา และระหว่างวันที่ 13-16 กันยายน 2561 ณ แกรนด์ฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ บางแค เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่มีต่อผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมที่เป็นส่วนหนึ่งในวิถีชีวิตปัจจุบัน (Today Life’s Crafts) คาดว่าการจัดงานทั้ง 2 ช่วงเวลาจะมีผู้สนใจเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก โดยคาดว่าจะมีรายได้ร่วมกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นช่องทางในการเผยแพร่ผลงานฝีมือคนไทย และถือเป็นการต่อยอดงานหัตถกรรมพื้นบ้านของไทยออกสู่สายตาประชาชนทั่วประเทศ ซึ่งเป็นหนึ่งในภารกิจของ SACICT พยายามผลักดันงานคราฟต์ให้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน ผ่าน 3 แนวทางหลัก คือ สร้างคุณค่า สร้างเครือข่าย และสร้างโอกาส” นางอัมพวัน กล่าว
ทั้งนี้ ภายในงานที่เดอะมอลล์ โคราชจะได้พบกับผู้ประกอบการหัตถกรรมกว่า 50 ร้าน และที่เดอะมอลล์ บางแค จะมีร้านค้ากว่า 70 ร้านค้าจากทั่วประเทศ ทั้งงานที่เป็นอัตลักษณ์ภูมิปัญญา และงานสร้างสรรค์สำหรับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ อาทิ เสื้อผ้า เครื่องประดับ เครื่องเงิน เครื่องทอง เครื่องถม งานเครื่องปั้นและเซรามิก งานจักสาน เป็นต้น
.jpg)
อย่างไรก็ตามงาน SACICT Craft Fair 2018 ในครั้งนี้ ถือเป็นกิจกรรมนำร่องในการขยายช่องทางการตลาดให้กับงานคราฟต์ หรือสินค้าหัตถกรรมในกลุ่มสมาชิก SACICT ในรูปแบบของงานแสดงสินค้าอย่างเต็มรูปแบบ โดยคาดว่าจะได้รับการตอบรับจากกลุ่มเป้าหมายเป็นอย่างดี เพื่อเป็นต้นแบบในการจัดกิจกรรมในพื้นที่ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายต่อไป
นางอัมพวัน กล่าวต่อว่า สำหรับผลการดำเนินงานที่ผ่านมาในการส่งเสริมพัฒนาศักยภาพให้กับสมาชิกของ SACICT และผู้ประกอบการศิลปหัตถกรรมในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันนั้นSACICT สามารถพัฒนาสมาชิกในพื้นที่ทั่วประเทศได้เป็นจำนวนมาก โดยนอกจากจะพัฒนาผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านทั้งในด้านคุณภาพ มาตรฐาน รวมถึงส่งเสริมและพัฒนารูปแบบและบรรจุภัณฑ์แล้ว ยังมีการส่งเสริมและสนับสนุนด้านการตลาด การขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ด้านหัตถกรรมของไทยเป็นที่ยอมรับจากทั้งคนไทยและคนทั่วโลก
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี