546.jpg
‘งูกัด’…ทำอย่างไร.? แนะเจ้าของ‘สัตว์เลี้ยง’ระวังภัยช่วงหน้าฝน

‘งูกัด’…ทำอย่างไร.? แนะเจ้าของ‘สัตว์เลี้ยง’ระวังภัยช่วงหน้าฝน

วันอังคาร ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 19.13 น.

‘งูกัด’…ทำอย่างไร.? แนะเจ้าของ‘สัตว์เลี้ยง’ระวังภัยช่วงหน้าฝน

โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ แนะเจ้าของสัตว์เลี้ยงให้ระวังภัยที่มากับช่วงฤดูฝน โดยเฉพาะงู รวมไปถึงสัตว์มีพิษต่างๆ ซึ่งขณะนี้เริ่มเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการแล้ว ในแต่ละวันมีสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะสุนัขที่ถูกงูกัด เข้ามารับการรักษาเป็นจำนวนมาก ด้วยลักษณะนิสัยของสุนัขที่ขี้เล่น อยากรู้อยากเห็นมากเป็นพิเศษ ทำให้มีโอกาสที่จะบังเอิญไปเล่น ไปแหย่ หรือไปรบกวนสัตว์มีพิษที่เป็นอันตรายได้


ทั้งนี้ระยะเวลาตั้งแต่เริ่มถูกกัดจนถึงระยะที่แสดงอาการนั้นอาจแตกต่างกันไป  ขึ้นอยู่กับชนิดและขนาดของงูพิษ รวมไปถึงปริมาณพิษที่ถูกปล่อยเข้าสู่ร่างกายและสภาพร่างกายของสัตว์ที่ถูกพิษ

สำหรับอาการของสุนัขที่ถูกงูพิษกัดในระยะแรก จะพบรอยเขี้ยวที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย และมีอาการปวด บวม ร้อน ที่บริเวณรอยเขี้ยวที่ถูกกัด แต่ก็มีแผลจากงูพิษบางชนิดที่จะไม่ค่อยแสดงอากาศปวดและบวม เช่น งูสามเหลี่ยม และงูทับสมิงคลา

ในเวลาต่อมา สัตว์เลี้ยงที่ถูกกัดจะแสดงอาการโดยขึ้นอยู่กับ ชนิดของงูพิษ แบ่งเป็น  อาการทางระบบประสาท โดยมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง เป็นอัมพาต และไปขัดขวางกล้ามเนื้อที่ช่วยในการหายใจ จนไม่สามารถหายใจได้และเสียชีวิตในที่สุด พิษของงูเหล่านี้ ได้แก่ งูจงอาง งูเห่า งูทับสมิงคลา และงูสามเหลี่ยม อาการทางระบบเลือด ซึ่งพิษของงูจะไปขัดขวางกลไกการแข็งตัวของเลือดในร่างกาย ทำให้เกิดเลือดออกจากแผลไม่หยุด และมีเลือดออกตามช่องว่างต่างๆ ของร่างกาย เช่น ตา ทางเดินอาหาร ทำให้อาเจียนหรือถ่ายเป็นเลือดสด ที่ใต้ผิวหนังทำให้เกิดจุดหรือปื้นเลือดออกตามตัว สุดท้ายทำให้เสียเลือดจนถึงแก่ชีวิต พิษของงูเหล่านี้ ได้แก่ งูเขียวหางไหม้ งูแมวเซา และงูกะปะ

หากเจ้าของสัตว์เลี้ยงทราบวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น จะเป็นประโยชน์ต่อการช่วยชีวิตของสัตว์เลี้ยงที่เรารัก รพส.ทองหล่อ จึงขอแนะนำวิธีปฐมพยาบาลในเบื้องต้นหากพบว่าสัตว์เลี้ยงของเราถูกงูกัด ดังนี้

+ ใช้น้ำสะอาดล้างบริเวณที่ถูกงูกัด

+ ห้าม! นำเชือกมามัดที่บริเวณเหนือแผล เพราะอาจจะทำให้เนื้อตายได้

+ สังเกตชนิดของงู ถ่ายรูปมาให้สัตวแพทย์ดูเพื่อจะได้ทราบว่าเป็นงูชนิดใด (สำคัญมาก เพื่อความรวดเร็วในการรักษา)

+ รีบนำสัตว์เลี้ยงไปพบสัตวแพทย์ที่โรงพยาบาลเพื่อรับเซรุ่มทันที  เนื่องจากส่วนใหญ่คลินิกจะไม่มีเซรุ่มสำหรับการรักษา

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top