546.jpg
โกยพันล้าน! 'เมืองสุขสยาม'ครบรอบ1ปี นักท่องเที่ยวไทย-เทศแห่มาเยือน

โกยพันล้าน! 'เมืองสุขสยาม'ครบรอบ1ปี นักท่องเที่ยวไทย-เทศแห่มาเยือน

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 21.42 น.

“เมืองสุขสยาม” ณ ไอคอนสยาม ประกาศความสำเร็จครบรอบ 1 ปี เผยนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติมาเยือนกว่า 60,000 คนต่อวัน ยอดเงินสะพัดรวมกว่า 1,000 ล้านบาท เตรียมก้าวสู่ปีที่ 2 สานต่อยอดไอเดีย “เมืองสุขสยามอะคาเดมี” มอบรางวัลร้านค้ายอดเยี่ยม  Local Heroes สืบสานและส่งต่อมรดกทางวัฒนธรรมและวิถีชีวิตท้องถิ่นไทยให้คงคุณภาพได้มาตรฐานสากล พร้อมส่งสินค้าชุมชนก้าวสู่การค้าโลก

นางลักขณา นะวิโรจน์ ประธานโครงการเมืองสุขสยาม กล่าวว่า “เมืองสุขสยาม”  หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของไอคอนสยาม เป็นความสำเร็จของการรวบรวม Local Heroes ศิลปิน ช่างฝีมือ ผู้ประกอบการ และวิสาหกิจชุมชนจำนวนมากที่ไม่มีโอกาสได้ทำการค้าขายในกรุงเทพฯ ให้ได้เข้ามาทำการค้าขายบนเวทีที่มีศักยภาพ ภายใต้แนวคิดให้การสนับสนุนและส่งเสริมผู้ผลิตสินค้าชุมชนในภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ ให้มีความรู้ทางด้านการขายและการทำการตลาด รวมทั้งการประกอบธุรกิจรูปแบบใหม่ ให้เข้าถึงความต้องการของลูกค้าชาวต่างชาติ สนับสนุนให้สินค้าเหล่านั้นสามารถเจาะตลาดได้ทั้งในและต่างประเทศ ต่อยอดไปสู่การทำ e-Commerce  ได้ในอนาคต รองรับการเข้าสู่ความเป็นเศรษฐกิจดิจิทัล ของประเทศไทย อีกทั้งยังช่วยสืบสานมรดกทางภูมิปัญญา รักษางานศิลปะและงานฝีมือดั้งเดิมของไทยให้คงอยู่แบบยั่งยืน


จากการส่งเสริมด้านการตลาด และสร้างองค์ความรู้อย่างรอบด้านให้กับผู้ประกอบการจากชุมชนต่างๆ ใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ ส่งผลต่อความสำเร็จในการทำธุรกิจในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา โดยผู้ที่มาค้าขายต่างมีรายได้ที่ดีขึ้น ขณะที่ลูกหลานของผู้ประกอบการสินค้าชุมชนก็ได้เห็นช่องทางและยินดีที่จะมาต่อยอด เพื่อสืบสานกิจการค้าขาย หรือ งานฝีมือของครอบครัวให้มีความก้าวหน้าอย่างยั่งยืน นับเป็นการสืบสานรักษาภูมิปัญญา ศิลปะและงานฝีมือดั้งเดิมของไทย โดยมีความพร้อมที่จะนำสินค้าก้าวสู่เวทีโลกต่อไป

นางลักขณา กล่าวว่า เมืองสุขสยาม คือพื้นที่นำเสนอมหัศจรรย์วิถีไทย มรดกทางวัฒนธรรมจาก 4 ภูมิภาคหลักของประเทศ ได้แก่ อาหาร งานศิลปะ หัตถกรรมงานฝีมือ เวชศาสตร์ การแสดงการละเล่นพื้นบ้าน และภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นการผนึกกำลังระหว่างพันธมิตรทางธุรกิจ ศิลปิน วิสาหกิจท้องถิ่น ชุมชนวิถีไทย และผู้ประกอบการรายย่อยระดับท้องถิ่นทั้ง 77 จังหวัด โดยจะทำหน้าที่เสมือนเวที ในการนำเสนอสุดยอดผลิตภัณฑ์จากทั้ง 4 ภูมิภาค แบ่งพื้นที่เป็น 4 โซนหลัก คือ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ และภาคอีสาน ปัจจุบันผู้ประกอบการท้องถิ่นใน “เมืองสุขสยาม” มีร้านค้าประจำ มากกว่า 30 ร้าน และร้านค้าที่หมุนเวียนเข้ามาเปิดให้บริการในช่วง  1 ปีที่ผ่านมา จำนวนกว่า 1,000 ร้าน แบ่งเป็นร้านอาหาร 600 ร้านค้า และร้านค้าที่ไม่ใช่อาหาร 400 ร้านค้า เมื่อรวมจำนวนร้านค้าต่างๆ ที่เข้ามาเปิดพื้นที่จำหน่ายและร่วมงานอีเว้นท์ต่างๆ ใน “เมืองสุขสยาม” ตลอดช่วง 1 ปี ที่ผ่านมา มีจำนวนกว่า 2,500 ร้านค้า

นางลักขณา กล่าวว่า ปัจจุบัน “เมืองสุขสยาม” ต้อนรับนักท่องเที่ยวไม่น้อยกว่า 50,000- 70,000 คนต่อวัน โดยภาพรวมเติบโตขึ้น มีทั้ง  G.I.T (Group Individual Travelers) ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวที่มาเป็นกลุ่ม รวมไปถึงกรุ๊ปทัวร์ต่างๆ และ เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ กลุ่มนักท่องเที่ยวเดินทางเป็นกลุ่มด้วยตัวเอง หรือเรียกสั้นๆ ว่า FIT (Free and Independent Traveler)  หรือ การท่องเที่ยวแบบอิสระ(Foreign Individual Tourism) ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงอย่างต่อเนื่อง จะคิดเป็น 30% จากยอดรวมทั้งหมด ซึ่งเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนมากที่สุด รองลงมา คือ นักท่องเที่ยวชาวไต้หวัน และนักท่องเที่ยวจากอาเซียน รวมถึงจากรัสเซีย อินเดีย เกาหลี ญี่ปุ่น ยุโรป และตะวันออกกลาง

“ความโดดเด่นของ “เมืองสุขสยาม” คือ การเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นเข้ามานำเสนอสินค้าได้ตลอด 365 วัน อีกทั้งยังส่งเสริมการพัฒนาในด้านต่างๆ อาทิ  การพัฒนาผลิตภัณฑ์ในรูปแบบใหม่ การผสมผสานนวัตกรรมและเทคโนโลยีล้ำสมัย เพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ให้แก่เกษตรกรและชาวบ้าน รวมถึงการสนับสนุนในการเรียนรู้กลไกการค้าปลีก และค้าส่งสู่ต่างประเทศ และการตลาดในรูปแบบใหม่อย่างครบวงจร (Omni Channel) ซึ่งเป็นการดำเนินธุรกิจในกลไกของระบบนิเวศน์ทางการค้าที่มีการบริหารจัดการสินค้าอย่างยั่งยืน ตอบโจทย์นโยบาย ‘ประเทศไทย 4.0’  (Thailand 4.0) ของรัฐบาลที่มุ่งเน้นการนำนวัตกรรมเข้ามาพัฒนาสินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่น” ประธานโครงการเมืองสุขสยาม กล่าว

นางลักขณา กล่าวด้วยว่า “เมืองสุขสยาม” ยังตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าชีวิตคนเมือง ที่ต้องการความสะดวกสบาย โดยการคัดสรรสินค้าที่มีคุณค่าจากท้องถิ่นมาไว้ในที่เดียวกัน นักท่องเที่ยวที่เข้ามาจะได้พบกับของกินของใช้ที่มาจากความพิถีพิถัน สะท้อนความงดงามของศิลปะและภูมิปัญญาดั้งเดิม ได้สัมผัสกับเสน่ห์แห่งวิถีไทยแบบ “ครบจบในที่เดียว”  อันประกอบด้วยพื้นฐานความเป็นไทยครบใน 7 สุข  ได้แก่ สุขเสน่ห์ สุขแซ่บ สุขสนุก สุขสร้างสรรค์ สุขสัมพันธ์ สุขสืบสาน และสุขสมหวัง

นอกจากนี้ ในรอบปีที่ผ่านมา สุขสยามยังช่วยส่งเสริมศักยภาพของผู้ประกอบการจากชุมชนต่างๆ ด้วยการคัดเลือกร้านค้าที่มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์จากแต่ละภาค มาเข้ารับการฝึกอบรมเสริมทักษะความรู้ ก่อนจะทำการทดสอบเพื่อคัดเลือกสุดยอดร้านค้า เพื่อมอบรางวัลแห่งเกียรติยศ  “SOOKSIAM Local Heroes 2019” ให้กับผู้ประกอบการจำนวน 10 ราย สำหรับ Local Heroes แห่งปี เพื่อเชิดชูสินค้าเอกลักษณ์จากท้องถิ่นไทย และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการจากชุมชนต่างๆ สามารถรักษามาตรฐานพร้อมการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันอยู่เสมอ อันนำมาซึ่งการเติบโตที่ยั่งยืน โดยได้ทำการมอบรางวัล “SOOKSIAM Local Heroes 2019” เป็นครั้งแรกในโอกาสครบรอบ 1 ปีของสุขสยามไปเมื่อเร็วๆ นี้

ทั้งนี้ ในปีที่ผ่านมามีผู้ประกอบการหลายรายที่เข้ามาออกร้านในสุขสยามจนได้รับเสียงตอบรับที่ดีเยี่ยม และได้รับความสนใจจากลูกค้าชาวต่างชาติ สามารถต่อยอดความสำเร็จสู่การออกสู่ตลาดสากล อาทิ ลุงเงินกาแฟหม้อดิน จ.เชียงใหม่ ที่ได้ขยายสาขาไปยังประเทศอินโดนีเซีย,  ก๋วยเตี๋ยวเรือเมืองปทุม ที่ได้รับการซื้อแฟรนไชส์ไปยังประเทศจีน, ผลิตภัณฑ์แฮนเมดจากไหมพรม “จุ๊บเจลเนอรัล” จากเขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ ที่ได้รับการติดต่อไปจำหน่ายในประเทศไต้หวัน, ขนมงาบ้านชานเมือง (เด็กดอย)  จ.แม่ฮ่องสอน, หัตถกรรม “ผ้าตุ้มทอง” จ.บุรีรัมย์ กลุ่มวิสาหกิจไทเมืองเพีย จ.ขอนแก่น และขนมจีบป้าพิณ จ.ตรัง 

สำหรับแผนการพัฒนาและขยายธุรกิจ “เมืองสุขสยาม”  ในปี พ.ศ. 2563 มีแผนเปิดตัวโครงการ “เมืองสุขสยามอะคาเดมี”  เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการท้องถิ่นของไทยให้ก้าวสู่สากลอย่างเป็นรูปธรรม  ส่วนแผนในระยะยาว “เมืองสุขสยาม” ยังคงมุ่งมั่นส่งเสริมและผลักดันให้ผู้ประกอบการและสินค้าชุมชนของไทย ไม่ว่าจะเป็นอาหารและหัตถศิลป์ ไปสู่เวทีระดับนานาชาติ 

“เราต้องการให้เมืองสุขสยาม  เป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจของคนไทยทุกคน และได้รับการกล่าวถึงเป็นประเด็นระดับชาติ  ด้วยความตั้งใจในการส่งเสริมและสนับสนุนของภาคเอกชน ที่ต้องการกระจายองค์ความรู้และรายได้ไปสู่ผู้ประกอบการสินค้าชุมชนของไทย ตามนโยบายของรัฐบาลที่เน้นการพัฒนาองค์ความรู้ ความสามารถ และการสร้างรายได้ของชุมชนท้องถิ่น ในการจะนำมาซึ่งการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจโดยรวมและอย่างยั่งยืน” นางลักขณา กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top