สามารถ ป้องบิ๊กป้อม สอนชูวิทย์ อย่ามีโทสาคติ ต่อบิ๊กตู่ บิ๊กป้อม ย้ำองค์กรอิสระตรวจสอบแล้วเป็นอันยุติ อย่าพูดเท็จชี้นำสร้างความแตกแยกให้สังคม
วันที่ 5 ธันวาคม 2563 นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ “สามารถ เจนชัยจิตรวนิช” ว่า นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตหัวหน้าพรรค และอดีต ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อพรรครักประเทศไทย ได้โพสต์ข้อความพาดพิง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรค พปชร. ในประเด็นนาฬิกาเพื่อน และบ้านพักหลวง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นั้นตนขอชี้แจงเพราะเป็นการสร้างข้อมูลเท็จให้กับสังคมรู้สึกสับสน พยายามชี้นำให้สังคมเกิดความวุ่นวายซึ่งจะทำให้เห็นว่าทั้ง 2 ท่านมีอภิสิทธิ์เหนือกว่าบุคคลอื่นซึ่งความจริงแล้วเป็นคนละเรื่องกัน พร้อมทั้งคดีนี้ได้มีการตัดสินจากหน่วยงานองค์กรอิสระซึ่งฝ่ายบริหารไม่สามารถก้าวล่วงหรือแทรกแซงได้
นายสามารถ กล่าวอีกว่า นายชูวิทย์ น่าจะเข้าใจแต่ด้วยอายุอาจจะอายุมากขึ้นหรืออย่างไรไม่ทราบทำให้เกิดการแสดงความคิดเห็นชี้นำลักษณะแบบนั้น ตนจึงต้องอธิบายถึงกระบวนการขั้นตอนกฎหมายในกรณีของ พล.อ.ประวิตร หน่วยงานที่ตรวจสอบ คือ ป.ป.ช. แต่ไม่รู้ว่าช่วงที่มีการตัดสินคดี นายชูวิทย์ ไปทำอะไรอยู่ถึงไม่ได้ติดตามข้อมูลข่าวสาร ป.ป.ช. ได้มีคำวินิจฉัยเป็นที่สุดว่าเป็นการยืมใช้คงรูปไม่ต้องแสดงบัญชีทรัพย์สิน โดย พล.อ.ประวิตร กับเพื่อนที่รู้จักกันนั้นสนิทและรักกันมาก โดยส่วนตัวพลเอกประวิตรนั้นพร้อมช่วยเหลือทุกคนโดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทนจึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมมีคนรัก พล.อ.ประวิตร มากมาย
“ในส่วนขั้นตอนของ ป.ป.ช. นั้นได้มีการตรวจสอบและมีคำตัดสินออกมาอย่างชัดเจนว่านาฬิกาไม่ใช่ของ พล.อ.ประวิตร แต่เป็นของเพื่อนที่สนิทกันตั้งแต่สมัยเรียน ผมคิดว่าหากเป็น นายชูวิทย์ก็คงมีสิ่งของให้เพื่อนสนิทยืมเหมือนกันแต่กรณี พล.อ.ประวิตร ตรวจสอบแล้วว่าไม่ได้มีผลประโยชน์อื่นใดตอบแทน ถ้ามีจริงก็คงถูกคนนำมาอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้วว่ามีนัยยะในการให้ยืมนาฬิกา ดังนั้นจึงอยากเตือนนายชูวิทย์อย่าชี้นำให้สังคมเข้าใจผิดต่อตัวพลเอกประวิตร "
นายสามารถ กล่าวต่อว่า สำหรับในส่วนเรื่องบ้านพัก พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว เป็นมติเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 ว่าพลเอกประยุทธ์ไม่ผิดตามที่ สส ฝ่ายค้านยื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ
โดยอดีตที่ผ่านมาก็เคยมีนายกรัฐมนตรีอาศัยอยู่บ้านหลวง อาทิ นายชวน หลีกภัย และ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ก็เคยอยู่บ้านพิษณุโลก หรือ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เคยพักบ้านพิษณุโลกและบ้านสี่เสาเทเวศร์ ฉะนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะนายกรัฐมนตรี จะอาศัยบ้านใน ร.1 จึงไม่ใช่เรื่องแปลกและไม่ได้ผิดตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญเพราะไม่ได้รับผลประโยชน์อื่นใดเป็นกรณีพิเศษ อย่างไรก็ตาม ตนจึงอยากบอก นายชูวิทย์ ให้เข้าใจว่าควรหัดพูดความจริงกับประชาชน อย่าใช้โทสาคติที่มีต่อ พล.อ.ประวิตร และ พล.อ.ประยุทธ์ ชี้นำสังคม โดยในวันนี้เป็นวันพ่อแห่งชาติจึงอยากให้นายชูวิทย์กลับตัวกลับใจมาทำประโยชน์เพื่อชาติบ้านเมืองและให้นึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของล้นเกล้า ร.9 และ ร.10 ที่ทั้งสองพระองค์ทรงเสียสละเพื่อพ่อแม่พี่น้องประชาชนคนไทยมาโดยตลอด ถ้าทำได้ก็จะดีต่อตัวนายชูวิทย์เอง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี