546.jpg
'ดร.อมร'หารือนักธุรกิจจีนหลังเปิดประเทศ พร้อมรับมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์กันโควิด

'ดร.อมร'หารือนักธุรกิจจีนหลังเปิดประเทศ พร้อมรับมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์กันโควิด

วันอังคาร ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 20.30 น.

"ดร.อมร"หารือร่วมนักธุรกิจชาวจีนหลังเปิดประเทศ  พร้อมรับมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ ก่อนส่งต่อให้นายกฯ เพื่อนำไปให้ประชาชนใช้ป้องกันโควิด-19 ต่อไป

เมื่อวันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา ที่ทำเนียบรัฐบาล ตึกบัญชาการ 1 ห้องประชุม 301 (ชั้น3) นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ดร.อมร มีมะโน ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนของรัฐบาลไทยในการรับมอบสิ่งของบริจาค อาทิ อุปกรณ์ทางการแพทย์ เวชภัณฑ์ เจลแอลกอฮอล์ ชุดPPE ชุดป้องกันเชื้อโรค หน้ากากอนามัย ฯลฯ และเงินบริจาคไว้สำหรับช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 จากตัวแทนนักธุรกิจไทย-จีนรวม นับสิบคณะ  นำโดยดร.อัครเดช สุภัคกุล ประธานสถาบันผู้นำไทยจีนในโลกยุคใหม่, นายหลี่เซิ้นเจียว นายกสมาคมการค้าแลกเปลี่ยนเศรษฐกิจไทย-เอเชีย ,นายหลิน เหว่ย ประธานสมาคมการค้าและอุตสาหกรรม ไทย-จีน, MR.LIUZHENNING  ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทย เกาะช้าง คลับ จำกัด และตัวแทน บริษัท ฉีลี่ อินดัสตรี, MR.LIU CHAO  นายกสมาคมการค้าไทย-เหอหนาน, MR.HENAN FU ประธานบริษัท แมนดาริน กรุ๊ป จำกัด, MR. Wang Xiaoming เลขาธิการสมาคมฟูเจี้ยนอันซี, MR.HONGLEI ZHANG ตัวแทน บริษัท CHENMING GROUP ,  MR. Lin long ประธานบริษัท เลอ มูล เวิลด์กรุ๊ป จำกัดพร้อมคณะ และยังมีตัวแทนบริษัท ไทยแสงดี อุตสาหกรรม จำกัด, บริษัท เฮช เอ็นที อินเตอร์เนชั่นแนล(2008) จำกัด และสมาคมแต้จิ๋วประเทศไทย


ดร.อมร กล่าวว่า ตนรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ให้การต้อนรับ คณะตัวแทนสมาคม และบริษัทเอกชนชั้นนำทั้งไทยและประเทศจีน ที่เดินทางมาให้ความช่วยเหลือและมอบสิ่งของบริจาค เพื่อสนับสนุนรัฐบาลไทยในการต่อสู้กับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สะท้อนถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของพี่น้องชาวไทย จีน ที่ไม่ทิ้งกันในช่วงเวลาที่ประเทศไทยยากลำบาก ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ฯ ติดภารกิจสำคัญ ไม่สามารถมารับมอบด้วยตนเองได้ ทางนายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จึงมอบหมายให้ตน เป็นตัวแทนในการรับมอบบริจาคในครั้งนี้ จากนั้นจะส่งมอบให้กับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในโอกาสต่อไป ซึ่งของบริจาคและเงินสนับสนุนทั้งหมด ทางสำนักนายกรัฐมนตรีจะส่งต่อให้กับหน่วยงานภาครัฐ เพื่อนำไปจัดสรรช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนและต้องการความช่วยเหลือต่อไป

ดร.อมร กล่าวอีกว่า วันที่ 1 พ.ย.นี้ เป็นวันแรกที่ประเทศไทยประกาศเปิดประเทศ มี 63 ประเทศที่สามารถเดินทางเข้ามาในประเทศไทยโดยไม่ต้องกักตัว นับว่าเป็นอีกก้าวหนึ่งของประเทศไทยที่ต่อสู้เอาชนะโควิด-19 ได้ ซึ่งประเทศจีนก็อยู่ในบัญชีรายชื่อที่สามารถเดินทางเข้ามาโดยไม่ต้องกักตัว จึงอยากขอให้คณะตัวแทนสมาคมนักธุรกิจและบริษัทเอกชนไทย-จีน ช่วยกันเชิญชวนพี่น้องชาวจีนเข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทย รวมถึงนักธุรกิจชาวจีนให้เข้ามาลงทุน เพื่อที่จะทำให้เศรษฐกิจของไทยฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว

ในขณะเดียวกันหากทางชาวจีนมีปัญหาต้องการหารือในด้านต่าง ๆ ตนเองก็พร้อมที่จะช่วยเหลือโดยเป็นสะพานให้ภาคเอกชนกับภาครัฐในความร่วมมือในทุกๆด้านเพื่อกระชับความสัมพันธ์ไทยจีน เหมือนที่พวกเราพูดกันบ่อยๆ ว่า ไทย-จีนคือพี่น้องกัน

"ผู้นำแต่ละคณะได้ขอบคุณดร.อมร มีมะโน ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีที่สละเวลามาให้การต้อนรับ ทั้งนี้ สมาชิกคนจีนในคณะส่วนใหญ่อยู่ในประเทศไทยมานานแล้ว มีธุรกิจการค้าอยู่ในประเทศไทย เมื่อทำธุรกิจมีกำไร ก็จะช่วยเหลือตอบแทนสังคมเป็นประจำโดยเฉพาะปัจจุบันประเทศไทยประสบสถานการณ์ที่เลวร้ายของโควิท19  จึงมีการระดมเพื่อช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนมาโดยตลอด  เพราะชาวจีนในไทยต่างมีความสำนึกในบุญคุณของแผ่นดินไทย ที่ได้อยู่อาศัยทำธุรกิจอย่างร่มเย็น  ต่างยืนยันว่าจะอยู่เคียงข้างกับรัฐบาลไทย ร่วมสู้ไปด้วยกันเพื่อชัยชนะ และยินดีที่จะช่วยเชิญชวนพรรคพวกคนจีนมาเที่ยวและมาลงทุนที่ประเทศไทย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว" ดร.อมร กล่าว

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top