โลกการค้าเปลี่ยน ไทยต้องรู้จักจีนให้ลึกกว่าที่เคย วทจ. รุ่น 8 สร้างผู้นำไทย อ่านจีนเชิงโครงสร้าง พร้อมรับเศรษฐกิจโลกผันผวน

โลกการค้าเปลี่ยน ไทยต้องรู้จักจีนให้ลึกกว่าที่เคย วทจ. รุ่น 8 สร้างผู้นำไทย อ่านจีนเชิงโครงสร้าง พร้อมรับเศรษฐกิจโลกผันผวน

วันอังคาร ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.27 น.
Tag :

ท่ามกลางโลกการค้าที่กำลังเผชิญแรงสั่นสะเทือนจากสงครามการค้า สงครามเทคโนโลยี และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ความสัมพันธ์ไทย–จีน กำลังก้าวข้ามมิติ “คู่ค้า” ไปสู่บทบาทที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น ทั้งในฐานะพันธมิตร และกลไกสำคัญต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชีย การทำความเข้าใจจีนในเชิงโครงสร้าง นโยบาย และทิศทางการพัฒนา จึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นเงื่อนไขสำคัญของการอยู่รอดของผู้ประกอบการไทย และเป็นปัจจัยที่ผู้บริโภคไทยไม่อาจมองข้าม

ภายใต้บริบทดังกล่าว การเปิดหลักสูตร วิทยาการผู้นำไทย–จีน (วทจ.) รุ่นที่ 8 โดยสถาบันวิทยาการผู้นำไทย-จีน มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ (วทจ.) จึงไม่ใช่เพียงการเดินหน้าหลักสูตรต่อเนื่อง แต่เป็นการ “ยกระดับเวทีผู้นำ” เพื่อเตรียมความพร้อมให้ประเทศไทยรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะบทบาทของจีน ซึ่งยังคงเป็นประเทศเศรษฐกิจใหญ่อันดับต้น ๆ ของโลก และเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์หลักของการเติบโตทางเศรษฐกิจโลก


ฯพณฯ จาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย กล่าวปาฐกถาพิเศษในพิธีเปิดหลักสูตรว่า ความสัมพันธ์ไทย–จีนในปัจจุบันกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ ภายใต้การนำเชิงยุทธศาสตร์ของผู้นำทั้งสองประเทศ โดยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุการณ์สำคัญที่มีความหมายยิ่งต่อความสัมพันธ์ทวิภาคี เมื่อประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ และต่อมา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ได้เสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศจีนอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก สะท้อนถึงความไว้วางใจ ความเคารพซึ่งกันและกัน และสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศ การแลกเปลี่ยนการเยือนในระดับผู้นำสูงสุดดังกล่าว เป็นหมุดหมายสำคัญที่ยกระดับความสัมพันธ์จีน–ไทยให้ก้าวไปสู่การสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันอย่างแท้จริง และวางรากฐานที่มั่นคงให้กับความร่วมมือในทุกมิติ ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการพัฒนาที่ยั่งยืนในระยะยาว

นอกจากนี้ ยัชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของเศรษฐกิจจีนว่า “ในปี 2025 ที่ผ่านมา เศรษฐกิจจีนยังคงรักษาอัตราการเติบโตที่แข็งแกร่งได้ถึงร้อยละ 5 ซึ่งสูงกว่าประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้วส่วนใหญ่ นอกจากนี้ จีนยังมีกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลางมากกว่า 400 ล้านคน ซึ่งตลาดขนาดใหญ่ (Super-large scale market) นี้คือขุมพลังสำคัญที่จะสร้างโอกาสใหม่ให้กับโลก ในบริบทเช่นนี้ จีนยังคงยึดมั่นการพัฒนาอย่างมีคุณภาพ เดินหน้าการเปิดประเทศในระดับสูง และส่งเสริมโลกาภิวัตน์ทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุมและทั่วถึง”

เอกอัครราชทูตจาง ยังอธิบายถึงความสำคัญของ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 15 (ปี 2026–2030)  ซึ่งเป็นกรอบยุทธศาสตร์ 5 ปีของจีนในระยะต่อไป โดยเน้นการพึ่งพาตนเองด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การพัฒนาอุตสาหกรรมสมัยใหม่ และการเติบโตอย่างยั่งยืน

“แผนพัฒนาในอีก 5 ปีข้างหน้าของจีน มีความสอดคล้องอย่างยิ่งกับยุทธศาสตร์การพัฒนาของประเทศไทย และจะนำมาซึ่งโอกาสใหม่ ๆ สำหรับความร่วมมือจีน–ไทย ทั้งในด้านการค้า การลงทุน และการพัฒนาอุตสาหกรรม ในมุมของความสัมพันธ์ทวิภาคี จีนมองประเทศไทยไม่เพียงในฐานะหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ แต่เป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ในภูมิภาค จีนและไทยเป็นมิตรประเทศที่มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นยาวนาน จีนพร้อมแบ่งปันโอกาสการพัฒนา และยินดีทำงานร่วมกับไทยในการเสริมสร้างเสถียรภาพของห่วงโซ่อุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทาน เพื่อสร้างการเติบโตที่สมดุลและยั่งยืนให้กับภูมิภาค” เอกอัครราชทูต จาง เจี้ยนเว่ย กล่าว

ด้าน นายอรัญ เอี่ยมสุรีย์ ประธานกรรมการบริหารสถาบันวิทยาการผู้นำไทย–จีน กล่าวถึงบทบาทของ วทจ. ว่า “วทจ. เป็นหลักสูตรเชิงยุทธศาสตร์ที่ตอบโจทย์โลกยุคใหม่  ไม่ใช่หลักสูตรที่สอนให้รู้จีนแบบผิวเผิน แต่เป็นหลักสูตรที่สร้างผู้นำซึ่งเข้าใจจีนอย่างรอบด้าน ทั้งเชิงนโยบาย เศรษฐกิจ เทคโนโลยี และโครงสร้างอำนาจ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในวันที่จีนมีบทบาทกำหนดทิศทางเศรษฐกิจโลกมากขึ้น การเดินหน้าหลักสูตรอย่างต่อเนื่องตลอด 7 รุ่นที่ผ่านมา สะท้อนว่าประเด็นจีนไม่เคยหยุดนิ่ง ขณะที่บริบทโลกเปลี่ยนเร็วเกินกว่าหลักสูตรแบบเดิมจะตามทัน วทจ. รุ่นที่ 8 ถูกออกแบบมาโดยตรงเพื่อรับมือกับสงครามการค้า การเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจจีน และความท้าทายของผู้ประกอบการไทยยุคใหม่ เราไม่ได้มุ่งให้ผู้เรียน ‘รู้มากขึ้น’ อย่างเดียว แต่ต้อง ‘คิดเป็น ตัดสินใจเป็น และเชื่อมโยงเครือข่ายได้จริง’

สำหรับหลักสูตร วทจ. รุ่นที่ 8 เนื้อหาถูกออกแบบให้สอดรับกับโลกเศรษฐกิจที่ผันผวน ครอบคลุมตั้งแต่ยุทธศาสตร์การพัฒนาจีน โครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ การค้า การลงทุน เทคโนโลยี และบทบาทของจีนในเวทีโลก ควบคู่กับการแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญระดับนโยบาย นักธุรกิจ และการศึกษาดูงานจริงในประเทศจีน เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้จริง

ในวันที่จีนยังคงเป็นทั้ง “โอกาส” และ “ความท้าทาย” ของไทย หลักสูตรวิทยาการผู้นำไทย–จีน รุ่นที่ 8 จึงไม่ใช่เพียงพื้นที่การเรียนรู้ แต่เป็นเวทีสำคัญในการเตรียมผู้นำไทยให้พร้อมรับมือกับโลกเศรษฐกิจใหม่ และไม่ตกขบวนท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

ผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมต่าง ๆ ที่น่าสนใจ สถาบันวิทยาการผู้นำไทย-จีน มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ได้ทาง Line: @tclhcu  เว็บไซต์: www.tclhcu.com และ Facebook:  tclhcu

#วทจ #หลักสูตรวิทยาการผู้นำไทยจีน #TCL #สถาบันวิทยาการผู้นำไทยจีน #HUACHIEW #PEKINGUNIVERSITY #เรียนรู้จีนทุกมิติ #ผู้นำยุคใหม่ #ความสัมพันธ์ไทยจีน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top