วันอังคาร ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2569
จังหวัดนครสวรรค์ - นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม สั่งชุดปฏิบัติการเต็มเหนี่ยว นำโดย นายประสม ดำรงพงษ์ และ นางสุคนธ์ทิพย์ สินวิวัฒนากูล อุตสาหกรรมจังหวัดนครสวรรค์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครสวรรค์ และ สำนักงานอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เขต 5 พิษณุโลก (สรข.5) ลงพื้นที่ตรวจสอบ บริษัท ไทย ไชน่า นันเฟอรัชเมทัลอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ซึ่งประกอบกิจการหลอมหล่อตะกั่วผสมพลวง ได้ปีละกว่า 4,800 ตัน ตั้งอยู่ตำบลหนองกลับ อำเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งก่อนหน้านี้ กระทรวงอุตสาหกรรม ได้สั่งการตามมาตรา 37 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 ออกคำสั่งให้บริษัทดังกล่าวเร่งดำเนินการแก้ไขในหลายประเด็นสำคัญ และมีประชาชนร้องเรียนซ้ำมายังรัฐมนตรีฯ


จากการตรวจสอบเกี่ยวกับการปฏิบัติตามคำสั่งฯ ของบริษัทฯ พบว่าโรงงานดังกล่าวยังไม่ได้ดำเนินการติดตั้งเครื่องมือหรือเครื่องอุปกรณ์พิเศษเพื่อรายงานมลพิษอากาศจากปล่องโรงงาน ฯ จึงเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ มีระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ปรับอีกวันละไม่เกินห้าพันบาทตลอดระยะเวลาที่ยังฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติให้ถูกต้อง คือตั้งแต่วันที่ 26 มกราคม 2569 เป็นต้นไป
วันนี้ (26 มกราคม 2569) สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครสวรรค์ (สอจ.นครสวรรค์) ได้มีคำสั่งมาตรา 39 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 ให้ บริษัท ไทย ไชน่า นันเฟอรัชเมทัลอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด หยุดประกอบกิจการโรงงานบางส่วนคือส่วนที่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ และต้องดำเนินการติดตั้งเครื่องมือหรือเครื่องอุปกรณ์พิเศษ เพื่อรายงานมลพิษอากาศจากปล่องโรงงาน ตามกฎหมายให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 13 มีนาคม 2569

ชุดเต็มเหนี่ยวและเจ้าหน้าที่ฯ ยังพบว่า บริษัทฯ ส่งรายงานเอกสารต่าง ๆ ไม่ครบถ้วนถูกต้องกับข้อเท็จจริง ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องการรายงานข้อมูลของโรงงานหลอมตะกั่วจากแบตเตอรี่เก่า และไม่พบการติดตั้งอุปกรณ์ชี้บ่งทิศทางลม รวมทั้งไม่ปฏิบัติตามคำสั่งฯ มาตรา 37 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน เกี่ยวกับการปรับปรุงแก้ไขระบบบำบัดน้ำเสียฯ ซึ่งยังไม่แล้วเสร็จ ตลอดจนมีการจัดเก็บเศษพลาสติกที่เกิดจากการบดแยกเศษแบตเตอรี่เก่าในโรงงานมากกว่า 10,000 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งไม่สอดคล้องกับประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมเรื่องการจัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัตถุวัสดุที่ไม่ใช้แล้วพ.ศ. 2566 และมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดเพลิงไหม้ใหญ่ได้ นอกจากนี้ พบมีการเก็บตระกรันในอาคารเก็บตระกรันมากกว่า 30,000 ตันและวิธีการจัดเก็บไม่เป็นไปตามหลักวิศวกรรมความปลอดภัย จึงได้มีคำสั่ง มาตรา 37 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 ให้บริษัทฯ ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขโรงงานให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 13 มีนาคม 2569 เช่นกัน

การประกอบกิจการของบริษัทฯ ดังกล่าว มีสภาพที่อาจก่อให้เกิดอันตราย ความเสียหายหรือความเดือดร้อนแก่บุคคลหรือทรัพย์สินที่อยู่ในโรงงานหรือที่อยู่ใกล้เคียงกับโรงงาน ทั้งนี้ โรงงานต้องดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วนตามที่ สอจ.นครสวรรค์ ทำหนังสือแจ้งคำสั่งฯ ไป
“โรงงานหลอมตะกั่วถือเป็นกลุ่มประเภทกิจการเสี่ยงสูงที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เพราะอาจกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม ผู้ประกอบการจึงต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ทั้งการจัดการกากอุตสาหกรรม ระบบบำบัดน้ำเสีย ระบบขจัดมลพิษอากาศ และการรายงานข้อมูลต่าง ๆ การตรวจกำกับโรงงานประเภทดังกล่าว ปัจจุบันมีหลายหน่วยงานเข้ามาเกี่ยวข้อง และแต่ละหน่วยงานล้วนมีอำนาจหน้าที่ของตัวเอง สิ่งที่สถานประกอบการต้องทำคือทำทุกอย่างให้ถูกต้องครบถ้วนตามกฎหมาย เพื่อลดปัญหาและการร้องเรียนโรงงาน” นายธนกร กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี