วันพุธ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
กรุงเทพฯ - 10 กุมภาพันธ์ 2569 นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดการฝึกอบรมเรื่อง “See First Act Fast เห็นก่อน แก้ไขทัน ปกป้องสิ่งแวดล้อม” ภายใต้โครงการบริหารจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมและลดมลพิษอุตสาหกรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อปฏิรูปการทำงานของกระทรวงอุตสาหกรรม โดยระบุว่า ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรมจะทำงานเป็นทีมเดียวและขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกันภายใต้นโยบาย “MIND AS ONE” ไม่แยกหน้าที่ตามภารกิจของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นภารกิจร่วมกันของทั้งกระทรวงฯ โดยบูรณาการการตรวจกำกับโรงงาน เหมืองแร่ การสกัดกั้นสินค้าไม่ได้มาตรฐาน ตรวจภายใต้มาตรฐานเดียวกัน และใช้ระบบดิจิทัลเป็นเครื่องมือหลัก อาทิ ระบบตรวจกำกับดูแลโรงงานอุตสาหกรรม (i-Auditor) ระบบรับเรื่องร้องเรียน (i-DEE-Pro) การร้องเรียนผ่านไลน์ “แจ้งอุต” และระบบรายงานข้อมูลกลาง (iSingleForm) เพื่อเชื่อมโยงการทำงานระหว่างส่วนกลางและส่วนภูมิภาคอย่างไร้รอยต่อ

การดำเนินงานในปีงบประมาณ 2569 สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม (สปอ.) ได้บูรณาการร่วมกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) และสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ทำให้ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด (สอจ.) ได้รับงบประมาณเบิกแทนกัน วงเงิน 26 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของสำนักงานฯ และมีภารกิจผลผลิตตามตัวชี้วัด ประกอบด้วย

นายณัฐพล กล่าวต่อไปว่า “ปีนี้กระทรวงฯ มีแผนออกกฎหมายสำคัญ 2 เรื่อง คือ 1) กำหนดค่ามาตรฐานการปล่อยมลพิษของโรงงานในกรุงเทพมหานครให้เข้มข้นขึ้นเป็นจังหวัดนำร่อง และจะปรับเปลี่ยนตามบริบททางเศรษฐกิจของแต่ละพื้นที่ต่อไป 2) การเสนอกฎหมายเกี่ยวกับอุตสาหกรรมบริการโดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม สำหรับการควบคุมการเผาอ้อย เพื่อลดปัญหาฝุ่น PM2.5 ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก ซึ่งกระทรวงฯ ใช้เวลากว่า 3 ปีในการออกแบบมาตรการทั้งด้านกฎหมาย กำหนดหลักเกณฑ์และสิทธิประโยชน์ ส่งผลให้ปัจจุบันการเปิดหีบอ้อยผ่านไปร้อยละ 60 พบการเผาอ้อยลดลงเหลือเพียงร้อยละ 2 เท่านั้น”

สำหรับการฝึกอบรมในครั้งนี้จัดขึ้น 3 วัน มีผู้เข้าร่วมกว่า 300 คน ประกอบด้วย อุตสาหกรรมจังหวัด และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานตรวจกำกับดูแลโรงงานอุตสาหกรรมจาก กรอ. และ สอจ. ทั่วประเทศ โดยได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญถ่ายทอดความรู้ในการใช้ข้อมูล เครื่องมือ และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ร่วมกัน เพื่อยกระดับการกำกับดูแลเชิงรุกด้านโรงงานควบคู่กับการเฝ้าระวังสินค้าด้อยคุณภาพให้มีความรวดเร็ว แม่นยำ แก้ไขเรื่องร้องเรียนได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีหัวข้อสำคัญ อาทิ การบูรณาการแก้ไขปัญหาสินค้าไม่มีคุณภาพจากต่างประเทศ การขับเคลื่อนการปฏิรูป สมอ. ภายใต้นโยบาย MIND AS ONE ระบบงานกำกับโรงงานอุตสาหกรรมเชิงรุก กฎหมายโรงงาน การตรวจสอบสถานประกอบการที่ครอบครองวัตถุอันตราย เทคนิคการกำกับดูแลโรงงานด้านความปลอดภัย ตลอดจนแนวทางปฏิบัติกรณีโรงงานไม่เริ่มประกอบกิจการหรือโรงงานร้าง รวมทั้งเทคนิคการเก็บตัวอย่างมลพิษเพื่อใช้เป็นหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และมาตรฐานสากล เป็นต้น
.jpg)
“ผมเชื่อมั่นว่า การฝึกอบรม กฎหมายและมาตรการเชิงรุกทั้งหมดนี้ จะช่วยยกระดับเจ้าหน้าที่กระทรวงฯ ให้พร้อมทำงานเชิงรุกในการตรวจกำกับดูแลโรงงานและสินค้าด้อยคุณภาพ ทั้งในตลาดทั่วประเทศ และใช้ มอก. วอทซ์ ตรวจจับสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) บนตลาดออนไลน์ เพื่อแก้ปัญหาร้องเรียนโรงงานและสินค้าไม่มีมาตรฐาน ได้ทันต่อสถานการณ์และความคาดหวังของสังคม โดยมีเป้าหมายสูงสุด คือ การกำกับดูแลภาคอุตสาหกรรมให้เติบโตอย่างยั่งยืน สร้างกติกาการแข่งขันที่เป็นธรรมต่อผู้ผลิตในประเทศ และสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ดูแลช่วยเหลือเอสเอ็มอีในภูมิภาค และดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างแท้จริง” ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวปิดท้าย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี