วันศุกร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2569
อาจารย์ DPU ร่วมเวทีระดับโลก ชูโมเดลสอนบริหารธุรกิจยุค AI ในงาน International Conference 2026 ณ อินโดนีเซีย
อาจารย์ศรัจจันทร์ พลอยบุศต์ อาจารย์ประจำหลักสูตรบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ วิทยาลัยนานาชาติ (IC) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) และหัวหน้าสำนักงานเครือข่ายความร่วมมือวิชาชีพนานาชาติ (GNPRO) ได้รับเกียรติเป็นวิทยากรนำเสนอโมเดลการจัดการเรียนการสอนยุคใหม่ในงานประชุมวิชาการนานาชาติ “2026 International Conference: The Future of Learning - Education in the Digital Age” ณ มหาวิทยาลัย Universitas Negeri Jakarta (UNJ) ประเทศอินโดนีเซีย ระหว่างวันที่ 22–23 มกราคม 2569 ร่วมกับนักวิชาการระดับโลกแถวหน้าของเอเชีย
บนเวทีดังกล่าว อาจารย์ศรัจจันทร์ได้นำเสนอหัวข้อ “Generative AI in Business Education: Research-Driven and Creative Classroom Applications” ถ่ายทอดแนวคิดการจัดการเรียนการสอนยุคใหม่ โดยวางตำแหน่ง AI เป็นเพียงผู้ร่วมงาน (Collaborator) พร้อมยืนยันว่า AI ไม่ใช่ภัยคุกคามต่อการศึกษา หากเราใช้งานได้อย่างถูกต้องและถูกวิธี ใช้เป็นเครื่องมือเสริมศักยภาพมนุษย์โดยไม่ลดทอนทักษะการคิด วิเคราะห์ และการตัดสินใจ ท่ามกลางโลกการทำงานที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว สถาบันการศึกษาจำเป็นต้องเลือก “ปรับตัว” มากกว่าการต่อต้าน เพื่อสร้างบัณฑิตที่สามารถทำงานร่วมกับ AI ได้อย่างมีทิศทาง
สำหรับหัวใจสำคัญของแนวคิดที่นำเสนอประกอบด้วยสามเสาหลัก ได้แก่ การสร้างผลงานจริงที่นักศึกษาสามารถนำไปใช้ได้ทันที การปลูกฝังจริยธรรมในการใช้เทคโนโลยี และการพัฒนาความสามารถในการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลจาก AI ทั้งสามส่วนนี้ต้องอาศัยบทบาทของผู้สอนในฐานะผู้ออกแบบการเรียนรู้ และการนำหน้าผู้เรียนอย่างน้อยหนึ่งก้าวในเชิงกลยุทธ์ เพื่อให้ห้องเรียนเป็นพื้นที่ทดลองที่มีกรอบคิดและทิศทางชัดเจน
ตัวอย่างที่สะท้อนผลลัพธ์ ได้แก่ โปรเจกต์ “Kitty Kook” หุ่นยนต์แมวสอนทำอาหารผ่านระบบ Hologram และ “Crispy Bean” นวัตกรรมขนมถั่วเขียวแท่งที่ใช้ AI ช่วยสร้างสรรค์สื่อประชาสัมพันธ์ นักศึกษาบริหารธุรกิจถูกฝึกให้วางแผนธุรกิจผ่านการเล่าเรื่อง โดยใช้เทคโนโลยีช่วยสร้างภาพและต้นแบบ ขณะที่ตรรกะทางธุรกิจ ความเป็นไปได้ทางการเงิน และความสมเหตุสมผลของแนวคิดยังคงเป็นความรับผิดชอบของผู้เรียนอย่างเต็มรูปแบบ เพราะคนที่ตัดสินใจคือนักศึกษา
“นักศึกษาบริหารธุรกิจบางคนอาจจะไม่ได้เก่งเรื่องงานศิลปะ ไม่ใช่สายตรงจากคณะสายศิลปกรรมที่วาดรูปสวย แต่เขามีไอเดียทางธุรกิจที่ยอดเยี่ยมอยู่ในหัว ซึ่งการใช้ปัญญาประดิษฐ์จะช่วยปลดล็อกจินตนาการเหล่านั้นให้ออกมาเป็นชิ้นงานที่จับต้องได้จริง และทำให้นักศึกษารู้สึกภาคภูมิใจในผลงานที่ออกมา โดยงานแต่ละชิ้นจะแสดงให้เห็นถึงคาแรคเตอร์และตัวตนของนักศึกษาแต่ละคนอย่างชัดเจน” อาจารย์ศรัจจันทร์ กล่าว
การเรียนรู้ในลักษณะนี้ยังช่วยเพิ่มสมาธิและความกระตือรือร้นของผู้เรียนอย่างชัดเจน โดยนักศึกษาสามารถนำทักษะจากห้องเรียนไปประยุกต์ใช้ได้ทันที ทั้งในชีวิตประจำวัน การฝึกงาน และการทำงานจริง ขณะเดียวกันยังช่วยเสริมทักษะการให้เหตุผลและการคิดอย่างมีระบบ และเมื่อเนื้อหาไม่ยากและไม่ง่ายจนเกินไป ผู้เรียนจะเข้าสู่ภาวะจดจ่อกับการเรียนรู้ (Flow State) ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ พร้อมกันนี้ยังสะท้อนให้เห็นบทบาทของผู้สอนในยุค AI ที่ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการรู้จักเครื่องมือ แต่ต้องก้าวขึ้นมาเป็นผู้ออกแบบประสบการณ์การเรียนรู้ที่มีทิศทางและความหมายมากยิ่งขึ้น
“ปัญหาที่เราพบกันบ่อยๆ หากผู้สอนไม่มั่นใจจะเกิดความสุดโต่งสองทาง คือ การห้ามใช้ทั้งหมด หรือ การปล่อยให้ใช้โดยไร้กรอบ ทางออกจึงอยู่ที่การเรียนรู้ AI ในฐานะเครื่องมือออกแบบการเรียนรู้ ไม่ใช่เพียงเครื่องมือผลิตคำตอบ ผู้สอนต้องมีความรู้และเข้าใจเรื่องนั้นจริงๆ เพราะถ้าเราไม่รู้จริง เราจะสร้างความสับสน และทำให้ Task ต่างๆ ดูยากมากยิ่งขึ้น จากที่จะเป็นการใช้ประโยชน์ อาจสร้างปัญหาและความมึนงงมากกว่าการเรียนการสอนปกติ นอกจากนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นคือความเชื่อมั่นและความเคารพในห้องเรียน บทบาทของครูจึงไม่ใช่การยืนสั่งห้าม แต่ร่วมไปด้วยกัน ลองเรียนรู้ไปด้วยกัน เพื่อให้นักศึกษาเกิดการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงร่วมกับ AI และรู้จักสร้างขอบเขตหรือ Boundary ว่าเทคโนโลยีเชื่อถือได้แค่ไหน"
อย่างไรก็ดี ในมุมของจริยธรรมและกฎหมายลิขสิทธิ์ ยังเป็นสิ่งที่วิทยากรทั่วโลกให้ความสำคัญสูงสุดในปัจจุบัน อาจารย์ศรัจจันทร์ย้ำว่าในฐานะ Educator ต้องมีความหนักแน่นในการวางกฎเกณฑ์ “ภายในห้องเรียนของตนเอง” ในระหว่างที่กฎหมายระดับรัฐยังไม่ครอบคลุม การสร้างกฎที่ชัดเจนในคลาสเรียนตั้งแต่วันนี้จะเป็นการป้องกันความขัดแย้ง ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเมื่อเทคโนโลยีพัฒนาไปไกลกว่าเดิม และเป็นเกราะคุ้มกันสำคัญที่จะทำให้นักศึกษาสามารถก้าวข้ามความเสี่ยงและใช้ AI ได้อย่างยั่งยืนในโลกการทำงาน
ภายหลังการนำเสนอบทความวิจัย อาจารย์ศรัจจันทร์ยังได้รับเกียรติเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษในงาน POLITALA International General Lecture 2026 ซึ่งจัดโดย Politeknik Negeri Tanah Laut (POLITALA) เพื่อแลกเปลี่ยนเทคนิคการจัดการห้องเรียนที่ใช้ AI กับผู้เรียนจำนวนมาก พร้อมทั้งใช้โอกาสนี้หารือร่วมกับกลุ่มนักลงทุนและองค์กรสาธารณกุศลต่างประเทศ เพื่อศึกษาแนวทางการใช้ AI เข้ามาช่วยลดช่องว่างทางการศึกษาและสร้างโอกาสที่เท่าเทียมให้กับเยาวชนในพื้นที่ห่างไกลได้อย่างยั่งยืน
สำหรับในอนาคตอาจารย์ศรัจจันทร์ ยังตั้งเป้าหมายที่จะจัดทำโครงการ Workshop เชิงปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้กับคณาจารย์และผู้สอน โดยเน้นภาคปฏิบัติเพื่อให้ผู้สอนมีความมั่นใจและสามารถนำไปใช้ได้จริง โดยเน้นย้ำว่าการใช้ AI ที่มีประสิทธิภาพ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเราใช้เป็นแค่ไหน แต่อยู่ที่ว่าเราจะออกแบบกระบวนการเรียนรู้ให้เกิดประโยชน์และทักษะต่างๆ เพิ่มขึ้นได้อย่างไร ภายใต้สโลแกน "DISCOVER POTENTIAL UNLIMITED" ที่มุ่งปลดปล่อยศักยภาพที่แท้จริงของนักศึกษา เพื่อให้นักศึกษาได้เป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีที่สุด ภายใต้การนำของ ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
"เพราะคาแรคเตอร์หรือตัวตนของเราเป็นสิ่งที่ไม่สามารถมีอะไรมาแทนที่ได้ ไม่ว่า AI หรือเทคโนโลยีอะไรที่ไหนก็ตาม ดังนั้นการรู้จักใช้เครื่องมือเหล่านี้เพื่อพัฒนาตัวเองในเวอร์ชันที่ดีที่สุด ให้เติบโตไปเป็นผู้เชี่ยวชาญที่เท่าทันสภาพแวดล้อม และรู้จักใช้เทคโนโลยีให้ถูกบริบทและกาลเทศะ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่สำคัญที่จะสร้างประโยชน์สูงสุดได้ทั้งกับตนเองและสังคม การปรับตัวให้พร้อมกับยุคสมัยเป็นสิ่งสำคัญ เราควรพร้อมที่จะพัฒนาตนเองไปในทุกๆ วัน"
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี