'ดีพร้อม' โชว์ความสำเร็จผลักดันร้านอาหารไทยสู่ระดับพรีเมียม

'ดีพร้อม' โชว์ความสำเร็จผลักดันร้านอาหารไทยสู่ระดับพรีเมียม

วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 19.50 น.

ตอกย้ำเสน่ห์อาหารไทยเชื่อมโยงการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในระดับพื้นที่ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 50 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) โชว์ความสำเร็จ ผลักดันร้านอาหารไทยสู่ระดับพรีเมียม ด้วยการยกระดับการนำเสนออาหารท้องถิ่น สร้างสรรค์ประสบการณ์ ที่โดดเด่นและมีคุณค่าแก่ลูกค้าในทุกมิติ ตอกย้ำเสน่ห์อาหารไทยเชื่อมโยงการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในระดับพื้นที่ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 50 ล้านบาท


นายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) ให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศไทยให้ก้าวสู่เวทีสากลอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยสนับสนุนการสร้างพลังสร้างสรรค์ด้วยการยกระดับและพัฒนาความรู้ ความสามารถ และความคิดสร้างสรรค์ของคนไทยให้สามารถสร้างมูลค่าและสร้างรายได้ ภายใต้นโยบาย “ดีพร้อมคอมมูนีตี้ ที่นี่มีแต่ให้” ผ่านกลไก ซอฟต์พาวเวอร์ของดีพร้อม ได้แก่ 1) การสร้างสรรค์และต่อยอดด้วยความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม 2) โน้มน้าวเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและการยอมรับ และ 3) เผยแพร่เรื่องราวต่าง ๆ สู่สาธารณะในวงกว้าง โดยเฉพาะสาขาอาหารซึ่งถือเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ที่ทรงพลังและเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายที่มีศักยภาพสูงในการสร้างโอกาสการเติบโตและมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ อีกทั้งอาหารไทยยังเป็นสื่อกลางสำคัญในการถ่ายทอดวัฒนธรรม เรื่องเล่า วิถีชีวิต ความคิดสร้างสรรค์และอัตลักษณ์ท้องถิ่นที่ฝังอยู่ในอาหารทุกจานอย่างชัดเจน

โดยในปี 2568 ดีพร้อม มีแนวทางการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์การพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์ไทย สาขาอาหารผ่านแผนงานและโครงการต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่ง 1 ในนั้น คือ โครงการพัฒนาร้านอาหารเชฟชุมชน อาหารถิ่นอาหารไทย (Local Chef Restaurant) ครอบคลุมทั่วประเทศ และได้ต่อยอดการพัฒนาร้านอาหารเชฟ ชุมชนไปสู่ร้านระดับพรีเมียม ผ่านกิจกรรมยกระดับร้านอาหารเชฟชุมชนสู่ร้านอาหารระดับพรีเมียม (Fine Dining / Casual Dining / Local Cuisine) มุ่งหวังในการเพิ่มขีดความสามารถและยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการ ร้านอาหารชุมชน จำนวน 40 ร้าน ทั้งด้านคุณภาพอาหาร การบริการ ภาพลักษณ์ และการบริหารจัดการ ควบคู่กับการรักษาอัตลักษณ์อาหารท้องถิ่นให้คงอยู่และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาร้านอาหาร 3 รูปแบบ ได้แก่ Fine Dining, Casual Dining และ Local Cuisine ผ่านแนวคิดการยกระดับที่สอดคล้องกับศักยภาพและบริบทของแต่ละพื้นที่ ไม่ได้มุ่งพัฒนาให้ร้านอาหารมีรูปแบบเดียวกันทั้งหมด แต่เน้นการปรับให้เหมาะสมกับทิศทางการดำเนินธุรกิจและกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เพื่อสร้างความโดดเด่นและมูลค่าเพิ่มอย่างยั่งยืน

รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวต่อว่า โครงการดังกล่าวนี้ถือเป็นเวที ในการยกระดับการนำเสนออาหารท้องถิ่น สร้างสรรค์ประสบการณ์ที่โดดเด่นและมีคุณค่าแก่ลูกค้าในทุกมิติ สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติได้ ตอกย้ำเสน่ห์อาหารไทยเชื่อมโยงการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในระดับพื้นที่ ซึ่งจะทำให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ ขยายโอกาสทางเศรษฐกิจในชุมชน และเครือข่ายเชฟชุมชนที่เข้มแข็งซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นของประเทศ

"การพัฒนาร้านอาหารเชฟชุมชน จะสะท้อนพลังของซอฟต์พาวเวอร์ สาขาอาหารไทยในระดับพื้นถิ่นได้เป็นอย่างดี โดยใช้ต้นทุนทางวัฒนธรรมที่เป็นอัตลักษณ์ในแต่ละพื้นที่ที่มีอยู่แล้วมาสร้างสรรค์ให้ทันสมัย ด้วยการสร้างพื้นที่ให้เชฟท้องถิ่นและผู้ประกอบการชุมชนได้แสดงศักยภาพ ถ่ายทอดภูมิปัญญา พัฒนาเมนูพื้นถิ่นให้สามารถเชื่อมโยงเข้าสู่ตลาดใหม่ ๆ ได้อย่างมั่นคงและกลายเป็นเครื่องมือทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน อีกทั้งยังเป็นการตอกย้ำถึงความสำคัญของอาหารไทยในระดับสากลและเพิ่มมูลค่าการส่งออกอาหารไทยในตลาดโลก อันจะทำให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางอาหารระดับโลก (Global Food Hub) ในอนาคตต่อไป โดยคาดว่าภายหลังดำเนินกิจกรรมฯ จะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศได้มากกว่า 50 ล้านบาท" นายสุรพล  กล่าวทิ้งท้าย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top