วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
DPU ผนึกกองทัพบก ขับเคลื่อน SDGs ผ่านค่ายอาสา ปั้นคนรุ่นใหม่หัวใจอาสา ปลดล็อกศักยภาพสู่ความเป็นมืออาชีพ
ชมรมค่ายอาสาพัฒนาชนบท มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) เดินทางลงพื้นที่อำเภอลำสนธิ จังหวัดลพบุรี ระหว่างวันที่ 28–30 มกราคม 2569 เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมขยายผลการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ด้านการพัฒนาโดยใช้ศาสตร์พระราชา ภายใต้ “โครงการเพาะพันธุ์กล้าไม้ และสร้างฝายชะลอน้ำ” ซึ่งจัดโดยกองทัพบก กรมกิจการพลเรือนทหารบก โดยกิจกรรมดังกล่าวมุ่งขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ผ่านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การฟื้นฟูระบบนิเวศ และการสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการพัฒนาคนรุ่นใหม่ให้สามารถพัฒนาศักยภาพ มีจิตสาธารณะ ความรับผิดชอบต่อสังคม และทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่นในบริบทการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ตามแนวทางของ ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดี DPU
กิจกรรมในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก พันเอก ปุญกิตติ์ วิวัฒน์อนันต์ รองผู้อำนวยการสำนักกิจการพลเรือน เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ ณ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา ซึ่งกองทัพบกได้ส่งหนังสือเชิญตัวแทนนักศึกษาจาก DPU จำนวน 10 คน เข้าร่วมกิจกรรมอย่างเป็นทางการ เนื่องจากเล็งเห็นถึงความต่อเนื่องและผลงานจิตอาสาที่โดดเด่นของสถาบันตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา
นายอาคม ขุนทอง อาจารย์ที่ปรึกษาชมรมค่ายอาสาพัฒนาชนบท DPU เปิดเผยถึงความภาคภูมิใจที่สถาบันได้รับความไว้วางใจจากกองทัพบกให้เข้าร่วมโครงการสำคัญนี้อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ซึ่งไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการส่งเสริมงานอาสา แต่ยังเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงมาตรฐานการจัดกิจกรรมและการบ่มเพาะระเบียบวินัยของนักศึกษาที่ได้รับการยอมรับและเชื่อมั่นจากหน่วยงานภาครัฐในระดับสูงมาโดยตลอด
“เราไปร่วมมาหลายรอบแล้ว เมื่อก่อนทางหน่วยงานจะเชิญหลายมหาวิทยาลัยรวมกันและขอตัวแทนแต่ละที่ ซึ่งกองทัพบกเจาะจงระบุมาในหนังสือเลยว่าขอรวมตัวแทนเราไป 10 คน เพราะเขาประทับใจเด็กเราที่ความประพฤติเรียบร้อย ตั้งใจทำงาน และลุยทุกกิจกรรม จนเกิดเป็นความร่วมมือที่เหนียวแน่นมาถึงปัจจุบัน ซึ่งก็น่าจะประมาณ 5 ปีแล้วที่ไปร่วมกิจกรรมกันมา”
อาจารย์ที่ปรึกษาชมรมค่ายอาสาพัฒนาชนบท DPU ยังระบุถึงหัวใจสำคัญของการส่งนักศึกษาลงพื้นที่ครั้งนี้ว่า เป็นโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้กระบวนการพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนตามแนวทางศาสตร์พระราชาของรัชกาลที่ 9 ผ่านการลงมือทำจริง โดยเฉพาะการทำงานร่วมกับหลากหน่วยงานทั้งภาครัฐ กรมป่าไม้ และคนในชุมชน ซึ่งถือเป็นสนามฝึกทักษะการทำงานเป็นทีมชั้นดีที่ช่วยให้นักศึกษาเห็นภาพรวมของโครงการได้อย่างลึกซึ้ง และสามารถนำประสบการณ์ตรงนี้ไปต่อยอดเพื่อถ่ายทอดให้เพื่อนๆ เห็นภาพความสำคัญของการรักษาธรรมชาติได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น
โครงการดังกล่าวยังสอดรับกับนโยบายของมหาวิทยาลัยที่มุ่งขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และยังเป็นพื้นที่สำคัญในการยกระดับและปลดล็อกศักยภาพ ผ่านการทำงานร่วมกับผู้อื่นที่บีบให้เด็กๆ ต้องสลับบทบาทเป็นทั้งผู้นำ ผู้ตามและผู้รับฟังอย่างเหมาะสม นอกจากนี้นักศึกษายังได้ฝึกทักษะการทำงานอย่างเป็นระบบ (Systematic Thinking) ซึ่งจะกลายเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาตนเองและการทำงานจริงในอนาคต
สำหรับกิจกรรมภายในค่ายตลอด 3 วัน ประกอบด้วยการศึกษาดูงานในโครงการทหารพันธุ์ดี ณ ค่ายภูมิพล การเพาะพันธุ์กล้าไม้ และการสร้างฝายชะลอน้ำในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา นอกจากนี้ยังมีการมอบอุปกรณ์กีฬาและจัดกิจกรรมสันทนาการให้แก่โรงเรียนหมู่บ้านป่าไม้ซับลังกา ซึ่ง นายเมธา ตราชื่นต้อง หรือ น้องกีตาร์ นักศึกษาชั้นปีที่ 2 หลักสูตรระบบสารสนเทศเพื่อธุรกิจดิจิทัล วิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี หรือ CIBA-DPU ในฐานะตัวแทนอาสาสมัคร เปิดใจเล่าถึงกิจกรรมว่า ไม่เพียงได้เรียนรู้เทคนิคการเกษตรสมัยใหม่แบบยั่งยืน เช่น การปลูกผักสลัดในระบบแปลงที่ช่วยลดต้นทุนการผลิตและสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนและการอยู่ร่วมกับชุมชนห่างไกล แต่ยังได้เห็นภาพรวมของการบริหารจัดการทรัพยากร ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการวางแผนธุรกิจที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมได้ในอนาคต
“โครงการพาไปชมการปลูกผักสลัดในโครงการทหารพันธุ์ดี ซึ่งมีพี่ๆ ทหารมาเป็นวิทยากรให้ความรู้ในสิ่งที่เราไม่เคยศึกษามาก่อน ถือเป็นเรื่องที่ดีมากครับเพราะเราได้เห็นโมเดลการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่สามารถสร้างรายได้ให้ชุมชนไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน ทั้งการปลูกเป็นแปลงใหญ่เพื่อลดต้นทุนและส่งขายในราคาที่เหมาะสม ความรู้ตรงนี้ยังทำให้ผมมองเห็นช่องทางและโอกาสที่จะนำมาประยุกต์ใช้ต่อยอดในมุมธุรกิจได้อีกด้วยครับ” นายเมธา กล่าวด้วยรอยยิ้ม
รากฐานจากการสะสมประสบการณ์ผ่านงานอาสามาอย่างต่อเนื่องกว่า 2 ปี ไม่เพียงเป็นต้นทุนสำคัญที่ทำให้นายเมธาสามารถพาทีมผ่านเข้ารอบ 20 ทีมสุดท้ายในโครงการ Startup Thailand League 2025 เท่านั้น แต่ยังช่วยให้ภารกิจในค่ายล่าสุดซึ่งเขาต้องก้าวมารับบทบาท "พี่ใหญ่" คุมทีมรุ่นน้องปี 1 ทั้งหมด ลุล่วงไปได้ด้วยดี
“ค่ายนี้ผมเป็นรุ่นพี่คนเดียว ที่เหลือเป็นน้องปี 1 ตอนแรกกังวลว่าน้องจะสนุกไหม แต่ในฐานะผู้นำเราทิ้งใครไว้ข้างหลังไม่ได้ ผมเลยต้องดึงเอเนอร์จี้ตัวเองขึ้นมาเพื่อดึงน้องๆ ให้กล้าเต้น กล้าร้องเพลง และสนุกไปกับกิจกรรม จนสุดท้ายน้องๆ ก็ทำได้ และทำให้ได้เห็นความสามารถที่ซ่อนอยู่ในตัวพวกเขา ซึ่งการทำงานร่วมกับคนที่หลากหลาย รวมไปถึงเจ้าหน้าที่รัฐในกิจกรรมสร้างฝายชะลอน้ำ เป็นความท้าทายที่ช่วยให้ผมได้พัฒนาความกล้า การปรับตัวและการสื่อสารที่ได้มาตลอด 2 ปี ให้มีประสิทธิภาพไปอีกขั้น”
นายเมธา ยังแชร์ประสบการณ์การเปลี่ยนแปลงตนเองหลังทำกิจกรรมออกค่าย เปลี่ยนพื้นฐานนิสัยเดิมที่เคยเป็นคนนิ่งๆ “ถ้าไม่สนิท ไม่คุยด้วย” มาเป็นคนที่สนุกสนานและพร้อมที่จะพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ
“พื้นฐานนิสัยผมถ้าไม่สนิท ผมไม่ค่อยคุยด้วย แต่พอได้ทำงานร่วมกับคนเยอะๆ คนแปลกหน้า คนที่ไม่เคยเจอ เหมือนเราลดกำแพงตัวเองลง คนอื่นเข้าถึงเราได้ง่ายขึ้น แล้วเราก็เข้าใจคนอื่นมากขึ้น ทำให้การทำงานมันโฟลว์ไปได้ด้วยดีครับ นอกจากนี้การได้เห็นคนอื่นทุ่มเท ทำให้ผมอยากพัฒนาตัวเองตามไปด้วย จากแรกๆ รู้สึกแค่สนุกตามประสาเด็กกิจกรรม ตอนนี้ความรู้สึกมันเปลี่ยนเป็นความผูกพันและภูมิใจที่ได้ทำเพื่อคนอื่น”
นายเมธา ยังกล่าวทิ้งท้ายถึงความตั้งใจในอนาคตอยากเห็นชมรมและกิจกรรมนี้เติบโตต่อไปอย่างยั่งยืน พร้อมยืนยันว่าไม่ว่าจะอยู่ในฐานะนักศึกษาชั้นปีไหน หรือแม้แต่หลังจบการศึกษาไปแล้ว หากมีโอกาสก็จะกลับมาร่วมสร้างประโยชน์ เช่นเดียวกับความตั้งใจของ อาจารย์ที่ปรึกษาชมรมค่ายอาสาพัฒนาชนบท DPU ที่ยังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนชมรมต่อไป เพราะเห็นผลลัพธ์ชัดเจนว่า ทักษะที่เด็กๆ ได้ฝึกฝนในสนามอาสาได้กลายเป็น “แต้มต่อ” สำคัญเมื่อก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงาน
“เรายังคงมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนกิจกรรมนี้ต่อไป เพราะที่ผ่านๆ มารุ่นพี่ที่เรียนจบไปแล้ว เติบโตไปทำงานอยู่ในบริษัทต่างๆ มักจะดึงตัวนักศึกษาจากชมรมค่ายอาสาฯ เข้าไปทำงาน เพราะรู้ดีว่าการผ่านกิจกรรมเหล่านี้ทำให้เด็กมีพื้นฐานที่พร้อมทำงานจริง ทั้งเรื่องงานเอกสาร การประสานงาน และการสื่อสารกับคนภายนอก นอกจากนี้ยังทำงานได้เป็นระบบ ปรับตัวเก่ง ซึ่งล้วนเป็นคุณสมบัติที่องค์กรต้องการ และที่สำคัญคือเขามีจิตอาสาทำให้พร้อมรับงานที่หลากหลายและสร้างคุณค่าให้กับองค์กรได้ทันที”
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี