วันพฤหัสบดี ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) เปิดตัวหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ (Ph.D. PA) รุ่นใหม่อย่างเป็นทางการ ภายใต้แนวคิด "BEYOND FRONTIERS: Your journey to a Ph.D. (PA) Begins Here" โดยมุ่งเน้นการบูรณาการองค์ความรู้ทางรัฐประศาสนศาสตร์เข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ AI เพื่อยกระดับศักยภาพผู้บริหารให้พร้อมขับเคลื่อนประเทศในยุคดิจิทัลที่ผันผวน ท่ามกลางนักศึกษาใหม่ที่มีประสบการณ์หลากหลายตั้งแต่อดีตผู้ว่าราชการจังหวัด ข้าราชการระดับสูงจากหลากหลายภาคส่วน และนักธุรกิจรุ่นใหม่ โดยมี ผศ.ดร.พัทธนันท์ เพชรเชิดชู รองอธิการบดีสายงานวิชาการ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย รศ.ดร.วลัยพร รัตนเศรษฐ คณบดีคณะรัฐประศาสนศาสตร์ ร่วมวางรากฐานนวัตกรรมการบริหารที่พร้อมขับเคลื่อนประเทศ เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ห้องประชุมสัจจา เกตุทัต
สำหรับการขับเคลื่อนนโยบายทางวิชาการ ผศ.ดร.พัทธนันท์ เพชรเชิดชู รองอธิการบดีสายงานวิชาการ ได้ระบุถึงทิศทางของมหาวิทยาลัยในการมุ่งเน้นให้นักศึกษาพัฒนาศักยภาพ ด้วยการนำเอาเทคโนโลยีโดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาเป็นเครื่องมือในการทำวิจัยเพื่อให้การบริหารงานภาครัฐสอดรับกับความเปลี่ยนแปลง ซึ่งสอดคล้องกับรายละเอียดโครงสร้างการเรียนการสอนซึ่ง รศ.ดร.วลัยพร รัตนเศรษฐ คณบดีคณะรัฐประศาสนศาสตร์ และรักษาการผู้อำนวยการหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิตสาขารัฐประศาสนศาสตร์ รศ.ดร.ชนิดา จิตตรุทธะ ผู้อำนวยการหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต ผศ.ดร.วิภวานี เผือกบัวขาว เลขานุการหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิตฯ ได้ร่วมกันแนะนำแนวทางการศึกษาและชี้แจงระเบียบการศึกษาของหลักสูตร เพื่อสร้างความเข้าใจและเตรียมความพร้อมให้นักศึกษา โดยมีจุดเด่นคือรูปแบบการเรียนการสอนแบบ Block Course หรือการเรียนแบบลงลึกทีละรายวิชาอย่างต่อเนื่อง ที่จัดลำดับการเรียนทีละวิชา วิชาละ 6 สัปดาห์ และระบบการดูแลแบบ 1:1 Coaching เพื่อให้นักศึกษาสามารถผลิตผลงานวิจัยที่มีคุณภาพและสำเร็จการศึกษาได้ภายในระยะเวลา 3 ปี นอกจากนี้ รศ.พิพัฒน์ ไทยอารี อาจารย์ประจำคณะรัฐประศาสนศาสตร์ ยังร่วมแนะแนวทางการปรับวิธีคิดสู่การเป็นนักวิจัยระดับมืออาชีพ พร้อมทั้งมอบแนวทางการเลือกหัวข้อดุษฎีนิพนธ์ที่ตอบโจทย์สังคม และการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เป็นเครื่องมือในการสืบค้นข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ
นายธวัชชัย ศรีทอง อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านบริหารโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ในฐานะนักศึกษาใหม่ระดับปริญญาเอกผู้ทรงคุณวุฒิ เปิดใจถึงเหตุผลในการเข้าศึกษาต่อว่า ประการแรกเป็นเพราะโลกวันนี้ขับเคลื่อนด้วยความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วมาก บริบทสังคมปัจจุบันทำให้เราไม่สามารถหยุดนิ่งได้ จึงตั้งใจกลับมาฟื้นฟูองค์ความรู้เดิมและเติมเต็มวิสัยทัศน์ในมิติที่ยังไม่เท่าทันเพื่อให้ก้าวทันโลกปัจจุบัน
นอกจากการพัฒนาตนเองแล้ว นายธวัชชัย ศรีทอง ยังให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการนำปัญหาที่เคยพบเจอจากการปฏิบัติงานจริง มาสะท้อนผ่านกระบวนการทางวิชาการเพื่อหาแนวทางแก้ไขที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม โดยเฉพาะการแก้ปมความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้าง ทั้งมิติด้านการศึกษาและความยากจนในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ที่พบว่าโอกาสทางการเรียนรู้ของเยาวชนมีความแตกต่างกันอย่างน่าตกใจแม้จะอยู่ในพื้นที่ใกล้กันเพียงไม่กี่กิโลเมตร จึงมุ่งหวังใช้โอกาสนี้ส่งต่อเป็นมรดกทางปัญญาให้ข้าราชการรุ่นหลังได้นำไปปฏิบัติงานต่อได้
“แม้จะเกษียณราชการแล้ว แต่ภาระต่อประชาชนคือพันธกิจที่ทิ้งไม่ได้ คนมักนึกว่าคนชลบุรีรวยอันดับสามของประเทศ แต่เชื่อไหมว่ายังมีคนขัดสนถึงขั้นมีเสื้อผ้าใส่ชุดเดียวและนอนใต้เต็นท์ผ้าใบอยู่ ตรงนี้เราต้องยอมรับความจริงว่าไม่รวยจริงและอย่าหลอกตัวเอง จึงอยากวางแพตเทิร์นให้น้องๆ รุ่นหลังเดินต่อได้ทันทีผ่านการ Learning by doing ไม่หวังว่าจะต้องแก้ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์แบบยาหม้อใหญ่ แต่ทำได้สักสามสิบหรือสี่สิบเปอร์เซ็นต์ก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย เพื่อให้โอกาสที่เหลื่อมล้ำกันชัดเจนในแต่ละพื้นที่มันลดน้อยลง”
สำหรับการเลือกศึกษาที่ DPU นั้น เกิดจากความไว้วางใจในคณะรัฐประศาสนศาสตร์ที่เคยเป็นที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์มาอย่างยาวนาน ประกอบกับหลักสูตรที่ทันสมัยตอบโจทย์ข้าราชการดิจิทัล และการตัดสินใจครั้งนี้ยังส่งต่อแรงบันดาลใจให้ผู้ใต้บังคับบัญชาในสายงานปกครองระดับปลัดอำเภอ เข้าศึกษาต่อเพื่อร่วมกันพัฒนาศักยภาพทางวิชาการ โดยนายธวัชชัยยังกล่าวทิ้งท้ายว่า "ขอบคุณมหาวิทยาลัยที่ให้โอกาสและช่วยจุดไฟการเรียนรู้ให้ลุกโชนอีกครั้ง เพื่อสร้างคุณค่าที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองและสังคมร่วมกัน"
ในกลุ่มนักบริหารรุ่นใหม่ นายคริษฐปภพ เศรษฐี นักบริหารดีกรีด้าน Financial Technology จาก Regent's University London ประเทศอังกฤษ ซึ่งปัจจุบันดูแลธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และการลงทุน เปิดมุมมองถึงความท้าทายในการนำความรู้ด้านการเงินระดับสากลมาเป็นจิ๊กซอว์สำคัญเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพภาครัฐ โดยมุ่งเน้นการสร้างจุดเชื่อมโยงระหว่างเอกชนและรัฐผ่านนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อให้สังคมไทยก้าวทันโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
“โลกการเงินเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงมาก จนการบริหารในสเกลใหญ่ไม่สามารถใช้วิธีเดิมได้อีกต่อไป ถือเป็นความท้าทายของผมที่จะนำเอาความรู้ด้าน FinTech มาผสมผสานกับการบริหาร เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพและถ่ายทอดให้คนทั่วไปเข้าใจโลกที่กำลังเปลี่ยนไป” นายคริษฐปภพ อธิบาย
นอกจากนี้ นายคริษฐปภพ ยังสะท้อนมุมมองว่า หากประเทศไทยสามารถขับเคลื่อนด้วยระบบภาครัฐดิจิทัลจะช่วยลดขั้นตอนการทำงาน เพิ่มความรวดเร็ว และประหยัดทรัพยากรได้อย่างมหาศาล ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างทั้งด้านการบริหารและการเงินจากฐานราก โดยตั้งใจนำประสบการณ์จากโลกธุรกิจมาแลกเปลี่ยนเพื่อสร้างเครือข่ายความรู้ที่นำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ทั้งการส่งต่อทรัพยากรที่ประหยัดได้ไปพัฒนาด้านการศึกษาและเทคโนโลยี เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและร่วมพัฒนาประเทศชาติไปพร้อมกัน
ขณะที่ นายกัญจน์กิติ์ วัฒนามานนท์ นักลงทุนและทายาทธุรกิจอุตสาหกรรมโรงหล่อชิ้นส่วนรถยนต์ Panaplus ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทที่ได้ใช้เวลาศึกษาและพูดคุยเรื่องการเรียนต่อร่วมกันมาตั้งแต่ตอนที่ยังอาศัยอยู่ที่ประเทศอังกฤษ โดยทั้งคู่ตัดสินใจเลือกศึกษาต่อที่ DPU หลังจากเปรียบเทียบสถาบันต่างๆ และเห็นว่าที่นี่ตอบโจทย์ที่สุดในการผนึกความเชี่ยวชาญด้านการเงินเข้ากับการบริหารภาครัฐ พร้อมย้ำว่า “การบริหารภาครัฐต้องใช้งบประมาณ หากจัดสรรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลลัพธ์จะขยายตัวเป็นระลอกคลื่นที่ช่วยให้ระบบเศรษฐกิจแข็งแรงและยั่งยืน เพราะการพัฒนาประเทศไม่สามารถทำได้เพียงคนเดียว แต่ต้องร่วมกันสร้างความแข็งแรงในทุกภาคส่วน”
สำหรับปัจจัยสำคัญที่สร้างความเชื่อมั่นร่วมกันในการเลือกศึกษาต่อที่ DPU คือประสบการณ์ของสถาบันที่เปิดสอนระดับบัณฑิตศึกษามานานหลายปี พร้อมระบบนิเวศการเรียนรู้ที่ทันสมัยทั้งในรูปแบบ Hybrid Learning และคลังข้อมูลด้าน AI ที่พร้อมสนับสนุนการค้นคว้าข้อมูลเชิงลึกได้อย่างแม่นยำ ภายใต้การประกบดูแลอย่างใกล้ชิดจากคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิแบบตัวต่อตัว บนทำเลที่สะดวกสบายต่อการใช้ชีวิตของนักบริหารยุคใหม่ที่ต้องบริหารจัดการเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ
ในช่วงท้ายของกิจกรรมยังได้มีการเปิดโอกาสให้นักศึกษาใหม่ และผู้ทรงคุณวุฒิท่านอื่นๆ เข้าร่วมแนะนำตัวและสร้างเครือข่ายวิชาการเพิ่มเติม อาทิ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นายกองค์การบริหารส่วนตำบล จ.เพชรบุรี หัวหน้าฝ่ายการท่องเที่ยว เทศบาล จ.ประจวบคีรีขันธ์ ปลัดอำเภอ (จพง.ปค.ชำนาญการ) ที่ทำการปกครองอำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี ฯลฯ ซึ่งแต่ละคนได้ร่วมถ่ายทอดทัศนะในการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาองค์กรในมิติที่แตกต่างกันอย่างน่าสนใจ
นอกจากนี้ คณะนักศึกษายังได้ร่วมสักการะพระสิทธิธาดาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำมหาวิทยาลัยในช่วงเช้า เพื่อเริ่มต้นการก้าวสู่รั้วดุษฎีบัณฑิตเพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนเข้าสู่พิธีเปิดหลักสูตรอย่างเป็นทางการ โดยนักศึกษาใหม่มีกำหนดเริ่มต้นเรียนในรายวิชา PS802 ปรัชญาสังคมศาสตร์กับการวิเคราะห์และวิจัยทางรัฐประศาสนศาสตร์ ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อเป็นพื้นที่หลอมรวมประสบการณ์จากคนหลากหลายรุ่นสู่การสร้างสรรค์ดุษฎีนิพนธ์ที่นำไปใช้ขับเคลื่อนสังคมไทยได้จริง ภายใต้ปณิธานของสถาบันที่ว่า “นักธุรกิจ เป็นผู้สร้างชาติ” ที่มุ่งทำงานด้านการศึกษาเพื่อประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติมาอย่างยาวนานกว่าครึ่งศตวรรษ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี