วันพุธ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569
วิทยาลัยเฮลท์ แอนด์ เวลเนส DPU พร้อมจับมือ นาโนเทค สวทช. พัฒนาตำรับยาสมุนไพรไทย เชื่อมงานวิจัยกับคลินิกจริง ยกระดับมาตรฐานสากล พร้อมสร้างนักวิจัยและนวัตกรรมสุขภาพรุ่นใหม่
วิทยาลัยเฮลท์ แอนด์ เวลเนส มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.ภก.สุรพจน์ วงศ์ใหญ่ คณบดี พร้อมคณะผู้บริหารและคณาจารย์ ให้การต้อนรับ ดร.ภญ.อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย ดร.วิยงค์ กังวานศุภมงคล รองผู้อำนวยการ ดร.อุดม อัศวาภิรมย์ นักวิจัยอาวุโส ทีมวิจัยเกษตรนาโนขั้นสูง และคณะผู้บริหาร ในโอกาสเข้าเยี่ยมชม ดีซักเซส คลินิกการแพทย์แผนไทย และหารือแนวทางความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนายาสมุนไพรไทย เพื่อยกระดับคุณภาพ มาตรฐาน และความน่าเชื่อถือสู่ระดับสากลอย่างเป็นรูปธรรม เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ณ อาคาร 14 ชั้น 1 มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
รองศาสตราจารย์ ดร.ภก.สุรพจน์ กล่าวว่า ปัจจุบันมีงานวิจัยเกี่ยวกับสมุนไพรหลากหลายชนิด แต่ส่วนใหญ่ยังมุ่งเน้นการศึกษาสมุนไพรเดี่ยว ขณะที่ตำรับยาแผนไทยซึ่งเป็นการผสมผสานสมุนไพรตามภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย ยังจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาอย่างเป็นระบบมากขึ้น ทั้งในด้านการสร้างหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เพื่อพิสูจน์ให้เป็นที่ประจักษ์ที่จะให้เกิดความยอมรับในด้านประสิทธิภาพ ความปลอดภัยและคุณภาพ การนำไปใช้ในคลินิกจริง และการต่อยอดสู่การผลิตในระดับอุตสาหกรรมในอนาคต โดยเฉพาะเมื่อประเทศไทยมีตำรับยาแผนไทยของชาติอยู่มากกว่า 50,000 ตำรับ ซึ่งถือเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าสูง หากไม่มีการพัฒนานำมาใช้อย่างจริงจัง องค์ความรู้อาจสูญหายไปได้
“การที่ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) ให้ความสนใจพัฒนาตำรับยาสมุนไพร ถือเป็นโอกาสสำคัญ ในการช่วยเพิ่มจุดแข็งของวิทยาลัยเฮลท์ แอนด์ เวลเนส โดยเฉพาะดีซักเซส คลินิกการแพทย์แผนไทย ที่มีประสบการณ์รักษาผู้ป่วยจริงอย่างต่อเนื่องที่ได้ผลดีเป็นอย่างมาก และมีทีมแพทย์แผนไทยผู้เชี่ยวชาญสูง ปัจจุบันวิทยาลัยได้พัฒนาตำรับยาในรูปแบบสารสกัดเข้มข้นแล้วจำนวน 277 ตำรับ สามารถควบคุมขนาดรับประทานได้อย่างชัดเจน สะดวก และมีมาตรฐาน” คณบดี วิทยาลัยเฮลท์ แอนด์ เวลเนส กล่าว
ในมิติของตลาดโลก รองศาสตราจารย์ ดร.ภก.สุรพจน์ ระบุว่า ผลิตภัณฑ์สมุนไพรทั่วโลกมีมูลค่าประมาณ 6 ล้านล้านบาท โดยร้อยละ 80 เป็นกลุ่มยาสมุนไพร สะท้อนถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลและรักษาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ซึ่งยังเป็นความท้าทายของระบบการแพทย์แผนปัจจุบันที่มุ่งควบคุมอาการและจำเป็นต้องรับประทานยาอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะโรค NCDs จำนวนหลายโรคที่ยังไม่สามารถรักษาให้หายขาด อีกทั้งการใช้ยาเคมีต่อเนื่องอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงของยาโดยเฉพาะผลต่อตับและไต จากประสบการณ์ทางคลินิกในการรักษาโรคไม่ติดต่อเรื้อรังหลายโรคด้วยยาสมุนไพรในคลินิกแพทย์แผนไทยพบว่ามีประสิทธิภาพและปลอดภัย ดังนั้นตำรับยาแผนไทยจึงอาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ความร่วมมือระหว่างวิทยาลัยกับนาโนเทคจะช่วยผสานจุดแข็งของทั้งสองฝ่าย โดยนาโนเทค มีความเชี่ยวชาญด้านการทดสอบในการวิจัยทางพรีคลินิกของยาสมุนไพร เช่น การสกัดสมุนไพรในระดับโรงงานต้นแบบ การตรวจสอบคุณภาพ ศึกษาฤทธิ์ทางชีวภาพ และประเมินความปลอดภัย ขณะที่วิทยาลัยมีประสบการณ์ด้านการใช้ตำรับยาสมุนไพรในคลินิกจริง การพัฒนาสารสกัดของตำรับยา การพัฒนาวิธีการควบคุมคุณภาพ การวิจัยทางคลินิกของยาสมุนไพร เมื่อทำงานร่วมกันจะสามารถสร้างหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่เข้มแข็ง เพิ่มความน่าเชื่อถือของข้อมูลวิจัยเพื่อสนับสนุนยาสมุนไพรที่ชัดเจน และต่อยอดสู่การขึ้นทะเบียนเป็นยาพัฒนาจากสมุนไพรและพัฒนาขยายผลในระดับอุตสาหกรรมได้
นอกจากนี้ยังช่วยยกระดับการศึกษา โดยนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอก จะได้ทำวิจัยเชิงลึกและพัฒนานวัตกรรมที่ใช้ได้จริง คณาจารย์จะได้เพิ่มศักยภาพด้านงานวิจัยและผลิตผลงานทางวิชาการที่มีคุณภาพ และนักศึกษาปริญญาตรี ในสาขาการแพทย์แผนไทยและวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง จะได้เรียนรู้จากการเชื่อมโยงการรักษาจริงกับงานวิจัยและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐานสากล
ด้าน ดร.ภญ.อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เปิดเผยว่า การหารือความร่วมมือกับวิทยาลัยในครั้งนี้ มีเป้าหมายสำคัญในการเชื่อมโยงศักยภาพด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีสมุนไพรของนาโนเทค เข้ากับความเชี่ยวชาญด้านการแพทย์แผนไทยและการดำเนินงานคลินิกของวิทยาลัย เพื่อยกระดับตำรับยาสมุนไพรไทยสู่มาตรฐานที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์รองรับอย่างชัดเจน
“ที่ผ่านมา นาโนเทคทำงานวิจัยและพัฒนาด้านสมุนไพรอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นผลิตภัณฑ์สุขภาพแผนปัจจุบัน เช่น เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และสมุนไพรในรูปแบบยา แต่ยังไม่เคยขยายมิติการทำงานเชิงลึกในบริบทของการพัฒนาตำรับยาของแพทย์แผนไทยอย่างจริงจัง ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปและต่อยอดองค์ความรู้ให้ครบวงจรมากยิ่งขึ้น” ผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ กล่าว
จุดแข็งสำคัญของวิทยาลัยเฮลท์ แอนด์ เวลเนส คือการพัฒนาบุคลากรควบคู่กับการมีคลินิกที่ให้บริการผู้ป่วยจริงอย่างมีคุณภาพ ซึ่งทำหน้าที่เป็นพื้นที่นำองค์ความรู้และเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้ พร้อมเก็บข้อมูลผลการรักษากลับมาวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ การมีคลินิกที่ทำงานใกล้ชิดกับผู้ป่วยทำให้สามารถสะสมและสร้างสมประสบการณ์ทางคลินิกจนสามารถคัดสรรตำรับยาสมุนไพรที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยนำมาต่อยอดเติมเต็มด้วยงานวิจัยทางพรีคลินิก (การทดลองก่อนการศึกษาในมนุษย์) และการวิจัยทางคลินิก (การศึกษาในมนุษย์) ซึ่งทำให้ได้ข้อมูลหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ชัดเจน ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่นาโนเทคไม่มีความเชี่ยวชาญด้านการใช้ยาสมุนไพรในคลินิก และเป็นเหตุผลที่ทำให้ความร่วมมือครั้งนี้มีความเกื้อหนุนกัน
ดร.ภญ.อุรชา ระบุว่า ในเบื้องต้นทั้งสองฝ่ายมีแนวคิดคัดเลือกตำรับสมุนไพรที่สอดคล้องกับความสนใจร่วมกัน เพื่อนำร่องทำวิจัยร่วมกันอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การพัฒนาองค์ความรู้เชิงวิทยาศาสตร์ การพัฒนาต้นแบบผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการนำไปใช้และทดสอบในคลินิก เพื่อสร้างหลักฐานเชิงประจักษ์และความเชื่อมั่นด้านคุณภาพ ความร่วมมือครั้งนี้จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นอย่างเป็นทางการครั้งแรก โดยเชื่อว่าการผสานองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีขั้นสูงของนาโนเทค กับความเชี่ยวชาญเชิงคลินิกและความเข้าใจผู้ป่วยของวิทยาลัย จะสามารถผลักดันยาสมุนไพรไทยให้ก้าวสู่การพัฒนาเชิงนวัตกรรมสุขภาพที่ตอบโจทย์ทั้งในประเทศและระดับสากล อันจะเป็นทางหนึ่งที่ช่วยเสริมสร้างความมั่นคงในระบบยาของประเทศและการสร้างเศรษฐกิจในอนาคต
นอกจากนี้ นาโนเทคยังมีแนวทางสนับสนุนสถาบันการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในรูปแบบการทำวิจัยร่วม การให้นักวิจัยทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา การเปิดรับนักศึกษาฝึกงานและทำโครงงานระดับปริญญาตรี ตลอดจนความร่วมมือด้านการกำหนดหัวข้องานวิจัยสำหรับระดับปริญญาโทและเอก เพื่อพัฒนาบุคลากรวิจัยรุ่นใหม่และต่อยอดสู่การสร้างนวัตกรรมที่ใช้ประโยชน์ได้จริง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี