วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2569
นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงภารกิจสำคัญของ สศก. ในการขับเคลื่อนการจัดทำสารสนเทศการเกษตรและการบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เพื่อยกระดับการเป็นศูนย์กลางข้อมูลสารสนเทศการเกษตรที่น่าเชื่อถือ โดย สศก. มุ่งเน้นการสร้างและส่งมอบคุณค่าแก่เป้าหมายผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 4 ภาคส่วนหลัก ได้แก่ 1) กลุ่มเกษตรกร ผ่านหลักการเป็นผู้ให้และผู้รับที่ต้องนำข้อมูลวิเคราะห์กลับไปให้คำแนะนำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในฟาร์ม 2) กลุ่มประชาชน สศก. ต้องทำหน้าที่สื่อสารและอธิบายข้อเท็จจริงถึงสาเหตุของการปรับตัวของราคาสินค้าเกษตรในแต่ละช่วงเวลา เพื่อให้ประชาชนรับทราบถึงกลไกอุปสงค์และอุปทานที่เกิดขึ้นจริงและลดความสับสนต่อภาวะความผันผวนของราคาสินค้าในท้องตลาด 3) กลุ่มผู้บริหารและรัฐบาล ที่ต้องอาศัยข้อมูลวิเคราะห์เป็นสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้าผ่านการเกาะติดปัจจัยความเสี่ยงรอบโลก ทั้งราคาพลังงาน ค่าระวางเรือขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ และราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ เช่น กากถั่วเหลืองและข้าวโพด เพื่อป้องกันภาวะเงินเฟ้อจากต้นทุน และ 4) กลุ่มเครือข่ายพันธมิตร ที่ต้องใช้ฐานข้อมูลมาตรฐานสากลเดียวกัน ในการบูรณาการงานระดับประเทศ ตลอดจนการประสานงานร่วมกันเพื่ออัปเดตข้อมูลให้เป็นปัจจุบันและมีความสอดคล้องกันอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้เรายังมุ่งสร้างความร่วมมือระดับพื้นที่เชิงลึกกับทั้งผู้รวบรวมสินค้า (ล้ง) สหกรณ์ โรงงานแปรรูป และผู้จำหน่ายปัจจัยการผลิต เพื่อสร้างฐานข้อมูลที่เชื่อมโยงกันตลอดห่วงโซ่อุปทาน



ในการขับเคลื่อนภารกิจเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายดังกล่าว สศก. ได้จัดอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “การสำรวจต้นทุนการผลิตสินค้าปศุสัตว์และประมง” ระหว่างวันที่ 12 – 13 มีนาคม 2569 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคได้รับองค์ความรู้และทักษะในการจัดทำข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำตามหลักวิชาการ โดยมุ่งเน้นความเชี่ยวชาญในการทวนสอบข้อมูลหน้างานให้สะท้อนข้อเท็จจริง เพื่อให้ได้สารสนเทศที่มีคุณภาพส่งต่อถึงมือเกษตรกรและผู้ใช้ประโยชน์ทุกภาคส่วน ซึ่งการอบรมครั้งนี้ มีการให้ความรู้ในหัวข้อที่สำคัญเกี่ยวกับการสำรวจต้นทุนและปริมาณการผลิตสินค้าปศุสัตว์และประมง ปี 2569 ประกอบด้วย ระเบียบวิธีการสำรวจข้อมูลสินค้ากุ้งขาวแวนนาไม ไก่ไข่และไข่ไก่ เกลือทะเล ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบและโคนม รวมถึงการสำรวจราคาปัจจัยการผลิตและปริมาณการผลิตไก่เนื้อและปลากะพง โดยอาศัยศิลปะในการซักถามและจรรยาบรรณในการวิจัยเพื่อให้ได้ข้อมูลที่สะท้อนขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างแท้จริง


นอกจากนี้ เลขาธิการ สศก. ยังให้ความสำคัญกับการบูรณาการความรู้ทางวิทยาศาสตร์ควบคู่ไปกับหลักเศรษฐศาสตร์ โดยเจ้าหน้าที่ต้องมีความเข้าใจในเทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่ พันธุกรรมสายพันธุ์ และสูตรอาหารสัตว์ เพื่อให้สามารถประเมินดัชนีชี้วัดประสิทธิภาพฟาร์ม เช่น ค่าอัตราแลกเนื้อ (FCR) ได้อย่างถูกต้อง พร้อมทั้งกำชับให้ปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity) อย่างเคร่งครัด โดยปรับรูปแบบการปฏิบัติงานภาคสนามให้มีความยืดหยุ่น เช่น การนัดหมายสัมภาษณ์ ณ จุดบริการส่วนหน้าหรือสถานที่ที่ปลอดภัย เพื่อหลีกเลี่ยงการเข้าโรงเรือนและลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายโรคระบาด อันเป็นการคุ้มครองทรัพย์สินและผลผลิตของเกษตรกร ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมเปลี่ยนผ่านจากการปฏิบัติงานที่ใช้แรงงานคนไปสู่การใช้เทคโนโลยีและข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อยกระดับสารสนเทศการเกษตรสู่มาตรฐานสากล
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี