จากห้องเรียนสู่เส้นทางศิลปิน : ศิษย์เก่า DPU สร้างอาชีพนักวาดภาพประกอบ พร้อมต่อยอดสู่แบรนด์ Mistle Folk

จากห้องเรียนสู่เส้นทางศิลปิน : ศิษย์เก่า DPU สร้างอาชีพนักวาดภาพประกอบ พร้อมต่อยอดสู่แบรนด์ Mistle Folk

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 08.12 น.
Tag :

จากห้องเรียนสู่เส้นทางศิลปิน : ศิษย์เก่า DPU สร้างอาชีพนักวาดภาพประกอบ พร้อมต่อยอดสู่แบรนด์ Mistle Folk

จากเด็กคนหนึ่งที่เติบโตท่ามกลางงานฝีมือในครอบครัว สู่การค้นพบว่า “ศิลปะคือภาษาที่ใช้เล่าเรื่องแทนคำพูด” วันนี้ นางสาวพรทิพย์ กาญจนลักษณ์ หรือ “ปู” ศิษย์เก่าปริญญาตรีเกียรตินิยมอันดับ 1 สาขาคอมพิวเตอร์กราฟิก คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ได้ค่อย ๆ สร้างเส้นทางของตนเองในฐานะนักวาดภาพประกอบและนักออกแบบสร้างสรรค์ พร้อมต่อยอดผลงานศิลปะไปสู่ธุรกิจจากความชอบส่วนตัว บทสัมภาษณ์นี้จึงพาไปทำความรู้จักเส้นทางชีวิต ตั้งแต่แรงบันดาลใจในวัยเด็ก ประสบการณ์ในห้องเรียน ไปจนถึงมุมมองต่ออาชีพนักวาดภาพประกอบในโลกยุคใหม่


ก้าวแรกจากความชอบ สู่เส้นทางอาชีพสร้างสรรค์

นางสาวพรทิพย์ เล่าว่า ปัจจุบันทำงานในตำแหน่ง Graphic & Creative Designer Executive – Global Art & Creative Thailand ควบคู่กับการรับงานฟรีแลนซ์ในสายกราฟิกดีไซน์และการวาดภาพประกอบ อีกทั้งยังได้พัฒนาแบรนด์สินค้าแฮนด์เมดของตนเองภายใต้ชื่อ “Mistle Folk” (Arts & Craft) ซึ่งเป็นแบรนด์ที่เกิดจากความชอบส่วนตัว เน้นศิลปะและงานออกแบบ มีทั้งงานวาดภาพ งานผ้า และงานแฮนด์เมดหลายรูปแบบ ซึ่งปัจจุบันสินค้าที่ได้รับความนิยมมากคือ ผ้าพันคอสำหรับสัตว์เลี้ยง ที่ลูกค้าสามารถร่วมออกแบบลวดลายรูปแบบของตนเองได้

“ในช่วงแรกเราเริ่มการทำผลงานในแบบที่ตัวเองชอบก่อน ยังไม่ได้ตั้งใจว่าจะต้องเป็นธุรกิจจริงจัง แต่พอมีคนเห็นผลงานและเริ่มสนใจมากขึ้น เราก็เริ่มเปิดรับออเดอร์ จากจุดเล็ก ๆ จึงค่อย ๆ พัฒนาไปเรื่อย ๆ จนกลายเป็นงานเชิงพาณิชย์มากขึ้น ปัจจุบันยังดูแลทุกขั้นตอนด้วยตัวเองทั้งหมด เพราะอยากควบคุมคุณภาพงานและอยากให้ลูกค้าได้รับสิ่งที่เราตั้งใจทำออกมาให้ดีที่สุด”

นอกจากการทำงานประจำและพัฒนาแบรนด์ของตนเองแล้ว ยังมีประสบการณ์ในการสร้างสรรค์ผลงานภาพประกอบให้กับองค์กรและแบรนด์ชั้นนำหลากหลาย ทั้งในรูปแบบนิทานและสื่อสร้างสรรค์ อาทิ FWD Insurance, Foremost, PTT, Sabina Kids และ Chikalicious รวมถึงผลงานร่วมกับสำนักพิมพ์ก้อนเมฆ และโครงการ BEDO Thailand อีกทั้งยังมีผลงานออกแบบภาพประกอบบนผลิตภัณฑ์และทำงานร่วมกับแบรนด์ต่าง ๆ เช่น Nok Air, Absorba, Kaam Samut, Padee in the Wild ตลอดจนแบรนด์สตาร์ทอัพอีกหลายแห่ง สะท้อนถึงความสามารถในการนำงานศิลปะไปต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ได้อย่างหลากหลายและมีเอกลักษณ์

แรงบันดาลใจจากบ้านที่เต็มไปด้วยงานฝีมือ

สำหรับจุดเริ่มต้นของความสนใจด้านศิลปะ นางสาวพรทิพย์ กล่าวว่า ส่วนหนึ่งได้รับอิทธิพลจากสภาพแวดล้อมในครอบครัว เนื่องจากเติบโตมาในบ้านที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับงานไม้และงานแกะสลัก ทำให้ได้เห็นกระบวนการสร้างลวดลายและงานฝีมือมาตั้งแต่เด็ก จึงซึมซับความงามของงานศิลปะโดยไม่รู้ตัว

“เริ่มสังเกตตัวเองตั้งแต่เด็กว่าเวลาอยู่กับอะไรแล้วเรามีความสุข เรายิ้มกับมันได้ เช่น การวาดรูป การอ่านหนังสือ หรือการดูนิทาน พอโตขึ้นก็เกิดเป็นความสงสัย ว่าสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร และคนที่สร้างผลงานแบบนี้ได้ต้องเรียนหรือศึกษาทางด้านไหนมา จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ตัดสินใจเรียนศิลปะและการวาดภาพอย่างจริงจัง”

เริ่มต้นจากศูนย์ แต่เติบโตได้ที่ DPU

ศิษย์เก่ารายนี้ กล่าวต่อว่า การเลือกเรียนที่ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เป็นการตัดสินใจที่สำคัญ เนื่องจากแม้จะมีความชอบด้านศิลปะ แต่ในช่วงแรกไม่ได้มีพื้นฐานมาก่อน จึงได้สอบถามข้อมูลจากคณะอย่างละเอียด และพบว่าหลักสูตรมีการสอนตั้งแต่พื้นฐาน ทำให้มั่นใจว่าสามารถเรียนรู้และพัฒนาตัวเองได้

“ที่คณะศิลปกรรมศาสตร์ DPU เหมือนเป็นจุดเริ่มต้นที่ปูพื้นฐานให้เรา ตั้งแต่การวาดภาพ ทฤษฎีศิลปะ การใช้สี การจัดองค์ประกอบ รวมถึงการคิดในแบบนักออกแบบ อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือการได้ลงมือทำจริง ไม่ว่าจะเป็นการทำพอร์ตโฟลิโอ การจำลองโมเดลธุรกิจ หรือการสร้างคอนเนคชั่นตั้งแต่ยังเรียนอยู่ สิ่งเหล่านี้ช่วยให้เรามีประสบการณ์และความพร้อมในการทำงานจริง”

นางสาวพรทิพย์ กล่าวอีกว่า หนึ่งในประสบการณ์ที่สำคัญในช่วงเรียนคือ โปรเจกต์ธีสิส ซึ่งเปิดโอกาสให้ได้สร้างผลงานในมุมมองของตนเอง โดยเลือกทำผลงานภาพประกอบเกี่ยวกับเรื่องราวของผู้หญิง ผ่านลายเส้นที่สะท้อนตัวตนของศิลปิน ซึ่งหลังจากนำผลงานไปจัดแสดงในนิทรรศการ ผลตอบรับค่อนข้างดี มีคนเริ่มสนใจผลงานมากขึ้น และได้มีโอกาสลงสัมภาษณ์ในนิตยสาร A day, Computer Arts และอีกหลายสื่อในช่วงเวลานั้น ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก เป็นช่วงที่ทำให้รู้สึกว่าเรามาถูกทางแล้ว

“นอกจากนี้ผลงานธีสิสยังได้รับคัดเลือกให้ติด 1 ในโครงการ “ปล่อยแสง คิด ทำ กิน” ซึ่งเป็นโครงการของ TCDC เป็นเหมือนประตูบานแรก ที่ทำให้ผลงานได้รับการต่อยอด กลายเป็นโปรดักต์จริง ๆ ที่สามารถวางจำหน่ายและสร้างรายได้ รวมถึงการได้คอนเนคชั่นในเส้นทางอาชีพนี้ด้วย”

แรงบันดาลใจจากศิลปินระดับโลก

ในแง่ของสไตล์การทำงาน ในอดีตตนเองเป็นคนพูดน้อยและสื่อสารไม่เก่ง จึงใช้การวาดภาพแทนคำพูด ทำให้ผลงานในช่วงแรกเป็นงานลายเส้นที่มีรายละเอียดค่อนข้างมาก เพื่อให้ภาพสามารถเล่าเรื่องแทนเราได้มากที่สุด อย่างไรก็ตาม เมื่อเติบโตขึ้น ทั้งไลฟ์สไตล์และความชอบก็เปลี่ยนไป สไตล์งานจึงเริ่มปรับไปเป็นความเรียบง่ายมากขึ้น โดยเน้นลายเส้นที่ลดทอนรายละเอียดที่ไม่จำเป็น เพื่อให้งานดูเบาและสบายตา ทำให้หลายคนที่ติดตามผลงานจะบอกว่ามองงานแล้วรู้สึกสบายใจ

นางสาวพรทิพย์ กล่าวว่า แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงาน ได้รับอิทธิพลจากศิลปินหลายคน ในช่วงแรก ๆ ชอบงานที่มีลายเส้นละเอียดและดีเทลเยอะ ตกหลุมรักงานของศิลปินในยุค Art Nouveau อย่าง กุสตาฟ คลิมท์ (Gustav Klimt) และ มูชา (Alphonse Mucha) โดยเฉพาะ Mucha เขาสร้างสรรค์งานที่มีลายเส้นเกี่ยวกับธรรมชาติ ผู้หญิง และดอกไม้ ชื่นชอบทั้งลายเส้น การใช้สี และรายละเอียดในงานของเขา ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนเองสนใจอยู่แล้ว ทำให้อยากวาดภาพมากขึ้น

“พอมาช่วงหลังเราเริ่มหัดวาดภาพสีน้ำ และทำงานเกี่ยวกับเด็ก จนไปเจอผลงานศิลปินญี่ปุ่นชื่อ ชิฮิโระ อิวาซากิ (Chihiro Iwasaki) นักวาดภาพประกอบสีน้ำที่มีความนุ่มนวล ลายเส้นอิสระ และเรียบง่าย ผลงานของชิฮิโระมักเล่าเรื่องเกี่ยวกับเด็กและดอกไม้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจของการทำงานของเรา”

ศิษย์เก่ารายนี้ มองว่า งานภาพประกอบสามารถต่อยอดไปสู่อาชีพได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นงานสื่อสิ่งพิมพ์ หนังสือ นิตยสาร งานออกแบบสินค้า ลวดลายบนผลิตภัณฑ์ เสื้อผ้า แพ็กเกจจิ้ง งานโฆษณา สื่อดิจิทัล รวมถึงงานการ์ตูนและแอนิเมชัน ซึ่งล้วนต้องใช้ภาพประกอบในการสร้างตัวละครและเล่าเรื่อง

ทักษะสำคัญของศิลปิน

สำหรับทักษะสำคัญของการทำงานในสายนี้ นางสาวพรทิพย์ ย้ำว่า การไม่หยุดพัฒนาตัวเอง เป็นสิ่งสำคัญที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการฝึกฝนฝีมือ การสังเกตสิ่งรอบตัว หรือการเปิดรับประสบการณ์ใหม่ ๆ เพราะสิ่งเหล่านี้จะช่วยสะสมประสบการณ์และทำให้ศิลปินเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ในขณะเดียวกันมองว่า เทคโนโลยีอย่าง AI ไม่ได้เข้ามาแทนที่ศิลปิน แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยสนับสนุนการทำงานให้สะดวกและรวดเร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เทคโนโลยีไม่สามารถทดแทนได้ คือมุมมอง ความรู้สึก และตัวตนของศิลปิน ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างสรรค์งานศิลปะ

ท้ายที่สุด นางสาวพรทิพย์ ฝากถึงรุ่นน้องที่อยากเป็นศิลปินว่า สิ่งแรกคือการรักในงานของตัวเองก่อน เพราะก่อนที่คนอื่นจะรักงานของเรา เราต้องรักและเชื่อมั่นในสิ่งที่เราสร้างขึ้นมา ศิลปะไม่มีถูกหรือผิด อย่ากลัวที่จะวาด อย่ากลัวที่จะโชว์ผลงาน เพราะบางครั้งการกล้าที่จะเริ่มต้นอาจกลายเป็นโอกาสสำคัญในเส้นทางอาชีพก็ได้

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top