สศก. เปิดผลศึกษา การจัดการมูลโคนมด้วยบ่อก๊าซชีวภาพ  พบ ฟาร์มขนาดใหญ่และขนาดกลางมีความคุ้มค่าสูง แนะจัดลำดับการสนับสนุนตามศักยภาพฟาร์ม

สศก. เปิดผลศึกษา การจัดการมูลโคนมด้วยบ่อก๊าซชีวภาพ พบ ฟาร์มขนาดใหญ่และขนาดกลางมีความคุ้มค่าสูง แนะจัดลำดับการสนับสนุนตามศักยภาพฟาร์ม

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.40 น.
Tag :

          นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงผลการศึกษาของ สศก. โดยสำนักวิจัยเศรษฐกิจการเกษตร เรื่อง “การศึกษาต้นทุนส่วนเพิ่มจากมาตรการจัดการมูลสัตว์เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก: กรณีศึกษาโคนม” ซึ่งเป็นการรวบรวมข้อมูลจากการลงพื้นที่สำรวจระบบบำบัดน้ำเสียชนิดได้ก๊าซชีวภาพ (Biogas) ในฟาร์มโคนมที่เข้าร่วมโครงการนำร่องเพื่อสร้าง “ฟาร์มโคนมต้นแบบ” ของกรมปศุสัตว์ ในปี 2567 จำนวน 20 ฟาร์ม ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน สระแก้ว และนครราชสีมา โดยโครงการนี้ถือเป็นการขยายผลสำเร็จจากการริเริ่มส่งเสริมระบบ Biogas ในฟาร์มสุกรที่ผ่านมา เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในฟาร์มโคนมอย่างเป็นรูปธรรม

          ประเด็นสำคัญจากการศึกษาด้านความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ (Economic Viability) พบว่าระบบ Biogas มีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนที่ชัดเจน โดยโครงการนำร่องนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกรมปศุสัตว์ ซึ่งเมื่อรวมกับต้นทุนส่วนเกินของเกษตรกรจะพบว่าต้นทุนก่อสร้างรวมเฉลี่ยอยู่ที่ 106,400 บาทต่อฟาร์ม โดยมีมูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) เฉลี่ยตลอดอายุโครงการในฟาร์มขนาดกลางสูงถึง 331,741.67 บาทต่อฟาร์ม รองลงมาคือฟาร์มขนาดใหญ่ 185,981.65 บาทต่อฟาร์ม และฟาร์มขนาดเล็ก 6,514.58 บาทต่อฟาร์ม ในขณะที่ด้านการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ข้อมูลระบุว่าระบบ Biogas ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้เฉลี่ย 30.03 tCO2e ต่อปีต่อฟาร์ม หรือลดลงได้ถึงร้อยละ 86.55 เมื่อเทียบกับการจัดการมูลสัตว์แบบเดิม


          จากการศึกษาชี้ให้เห็นว่าระบบ Biogas มีประสิทธิภาพในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมีความคุ้มค่า ในการลงทุน สศก. จึงมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายให้ภาครัฐควรมุ่งเน้นสนับสนุนฟาร์มขนาดใหญ่และขนาดกลาง ให้เป็น กลุ่มนำร่อง เพื่อใช้เป็นฟาร์มโคนมต้นแบบในการขยายผลและสร้างความตระหนักรู้ให้กับฟาร์มขนาดเล็กต่อไปในอนาคต โดยควรส่งเสริมให้เกษตรกรมีส่วนร่วมในการลงทุนบางส่วน เพื่อสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของ (Ownership) และเป็นแรงจูงใจให้ดูแลรักษาระบบอย่างต่อเนื่องเพื่อลดพฤติกรรมเสี่ยง (Moral Hazard) รวมถึงการเตรียมความพร้อมให้เกษตรกรเข้าร่วมโครงการ T-VER เพื่อสร้างรายได้เสริมจากการขายคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit)

          ในระยะต่อไป สศก. มีแผนที่จะศึกษาเชิงลึกถึงปัจจัยทางเศรษฐศาสตร์ที่มีผลต่อการตัดสินใจลงทุนของเกษตรกร รวมถึงการวิเคราะห์ต้นทุนส่วนเพิ่ม (MAC) ของการใช้อาหารสัตว์ชนิดต่างๆ เพื่อลดก๊าซมีเทนที่เกิดจากกระบวนการย่อยอาหารของสัตว์ (Enteric Fermentation) โดยตรง เพื่อหาแนวทางที่คุ้มค่าที่สุดในการสนับสนุนให้เกษตรกรปรับตัวสู่เศรษฐกิจ BCG และบรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกในภาคเกษตรอย่างยั่งยืน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top