วันพุธ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2569
DPU ผนึก Central Retail Corporation ปั้น “ศักยภาพ” นักศึกษาสู่ตลาดแรงงาน จัดเวที Fast-Track เจาะลึกทักษะอนาคต–เปิดเส้นทางอาชีพจริงตั้งแต่ยังเรียน
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) โดยฝ่ายการตลาดพันธมิตร จัดกิจกรรมบรรยายพิเศษ “Fast-Track to Success: ค้นพบศักยภาพที่ใช่ สู่ความสำเร็จที่ไวกว่า” เพื่อยกระดับการเตรียมความพร้อมของนักศึกษาชั้นปีที่ 3–4 จากหลากหลายคณะและวิทยาลัย ให้สามารถก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงานยุคใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยกิจกรรมจัดขึ้นเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 ณ ห้องประชุมสุทธิเกตุ อาคาร 7 ชั้น 1 มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
การจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับโลกการทำงานจริง ผ่านการถ่ายทอดประสบการณ์ตรงจากภาคธุรกิจชั้นนำ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพนักศึกษาให้สามารถมองเห็นเส้นทางอาชีพ เข้าใจความต้องการขององค์กร และเตรียมความพร้อมทั้งด้านทักษะและทัศนคติอย่างรอบด้าน เพื่อก้าวสู่การเป็นบุคลากรมืออาชีพในอนาคต
ภายในงานได้รับเกียรติจาก นางสาวเกล็ดทราย อินทรพล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดพันธมิตร มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ พร้อมด้วย นางสาววีรมลล์ จงชาณสิทโธ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโสด้านการพัฒนาทรัพยากรบุคคล และ นางสาวอมรรัตน์ แซ่โค้ว รักษาการผู้บริหารสายงานสรรหาบุคลากรด้านปฏิบัติการ จากบริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และแนวคิดการทำงานในองค์กรระดับประเทศ
นางสาวเกล็ดทราย เปิดเผยว่า การจัดกิจกรรมบรรยาย “Fast-Track to Success” มีเป้าหมายสำคัญในการเตรียมความพร้อมให้นักศึกษาชั้นปีที่ 3–4 ได้เข้าใจมุมมองของภาคธุรกิจ โดยเฉพาะในมิติของฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) ที่มีบทบาทโดยตรงในการคัดเลือกบุคลากรเข้าสู่องค์กร เพื่อให้นักศึกษาตระหนักถึงทักษะและคุณสมบัติที่ตลาดแรงงานต้องการอย่างแท้จริง
ทั้งนี้ กิจกรรมมุ่งสร้าง “การรับรู้ล่วงหน้า” (Awareness) ให้แก่นักศึกษา ว่าการมีเพียงวุฒิการศึกษาไม่เพียงพอต่อการเข้าสู่โลกการทำงาน แต่ยังจำเป็นต้องพัฒนาทักษะภายใน (Internal Factors) ทั้งด้านทัศนคติ ความพร้อมในการเรียนรู้ และความสามารถในการปรับตัวให้สอดคล้องกับบริบทการทำงานจริง ซึ่งมักมีความซับซ้อนและแตกต่างจากสิ่งที่เรียนในห้องเรียน
นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของ “ความพร้อมทำงาน” (Work Readiness) โดยองค์กรไม่ได้พิจารณาเพียงกรอบหน้าที่งาน (Job Description) เท่านั้น แต่ให้ความสำคัญกับความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ ความยืดหยุ่นในการทำงาน และความสามารถในการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการเติบโตในสายอาชีพ
สำหรับความร่วมมือกับบริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) นับเป็นความร่วมมือที่ต่อเนื่องและมีความสอดคล้องเชิงยุทธศาสตร์ เนื่องจากเป็นองค์กรขนาดใหญ่ที่มีความหลากหลายของสายงาน สามารถรองรับนักศึกษาได้จากหลายสาขาวิชา ทั้งในรูปแบบของงานประจำ การฝึกงาน สหกิจศึกษา รวมถึงงานพาร์ตไทม์ จึงเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้และค้นหาความถนัดของตนเองจากประสบการณ์ตรงในสถานประกอบการ
นางสาวเกล็ดทราย กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมา นักศึกษาของ DPU ได้รับโอกาสเข้าร่วมฝึกงานและทำงานกับเซ็นทรัล รีเทล อย่างต่อเนื่อง และได้รับผลตอบรับในเชิงบวก ทั้งในด้านทักษะการทำงาน ความตั้งใจ และความรับผิดชอบ ซึ่งแสดงถึงศักยภาพของนักศึกษาในการปรับตัวและทำงานในองค์กรขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะเดียวกัน กิจกรรมครั้งนี้ยังทำหน้าที่เป็น “เวทีเปิดโอกาส” ให้แก่นักศึกษาในการเตรียมตัวสู่รุ่นถัดไปของการเข้าทำงานกับองค์กรพันธมิตร โดยช่วยให้นักศึกษาได้สำรวจตนเอง เข้าใจจุดแข็ง และมองเห็นแนวทางการพัฒนาศักยภาพของตนให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน
ในระยะต่อไป มหาวิทยาลัยอยู่ระหว่างการหารือเพื่อขยายความร่วมมือกับเซ็นทรัล รีเทล ในหลายด้าน เพื่อพัฒนากำลังคนร่วมกันอย่างเป็นระบบ และสร้างเส้นทางการเรียนรู้สู่การทำงานจริงให้แก่นักศึกษาในอนาคต
ด้านนางสาววีรมลล์ เปิดเผยว่า เซ็นทรัล รีเทล ให้ความสำคัญกับการสร้างความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันพัฒนาศักยภาพกำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานในอนาคต โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมนักศึกษาตั้งแต่ยังอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย ผ่านการบูรณาการองค์ความรู้จากภาคธุรกิจเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้ เพื่อให้บัณฑิตสามารถเริ่มงานได้ทันทีหลังสำเร็จการศึกษา
สำหรับเนื้อหาการบรรยาย มุ่งเน้นการเตรียมความพร้อมสู่การทำงานในองค์กรชั้นนำ ควบคู่กับการเจาะลึกตำแหน่งงานและทักษะสำคัญที่ตลาดแรงงานต้องการในยุคปัจจุบัน โดยสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของโลกการทำงานที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งส่งผลให้รูปแบบงานและทักษะที่จำเป็นมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้ วิทยากรได้เน้นย้ำว่า “ศักยภาพที่ใช่” ของคนทำงานในยุคใหม่ เริ่มต้นจากการมี Growth Mindset หรือทัศนคติที่พร้อมเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เปิดรับทักษะใหม่ และสามารถพัฒนาตนเองแบบ Multi-Skill ได้ นอกจากนี้ ยังต้องมีทักษะสำคัญ ได้แก่ การคิดวิเคราะห์ (Critical Thinking) ความสามารถในการตั้งคำถามและตรวจสอบข้อมูล (Curiosity) ทักษะการสื่อสาร (Communication) และความคิดสร้างสรรค์ (Creativity & Innovation) ซึ่งเป็นทักษะที่เทคโนโลยีไม่สามารถทดแทนได้
อีกประเด็นสำคัญคือ การสร้างสมดุลในการทำงาน โดยเฉพาะความสามารถในการตัดสินใจอย่างมีเหตุผล และการมีความอดทนรอคอยในสถานการณ์ที่ต้องใช้เวลา ซึ่งเป็นคุณลักษณะที่องค์กรขนาดใหญ่ให้ความสำคัญ เนื่องจากส่งผลต่อคุณภาพของงานและการเติบโตในสายอาชีพ
นอกจากนี้ เซ็นทรัล รีเทล ยังมีแนวทางความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาใน 2 มิติหลัก ได้แก่ การเปิดโอกาสให้นักศึกษาเข้าร่วมฝึกงาน งานพาร์ตไทม์ และการจ้างงานจริง รวมถึงการสนับสนุนด้านการพัฒนาทักษะ (Development) ผ่านการอบรมและกิจกรรมเสริมศักยภาพ เพื่อเตรียมความพร้อมให้นักศึกษาตั้งแต่ระดับชั้นปีที่ 3–4
ขณะที่นางสาวอมรรัตน์ กล่าวว่า กิจกรรมในครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้โลกการทำงานจริง ผ่านโครงการที่บริษัทออกแบบไว้อย่างเป็นระบบ ทั้งการฝึกงาน สหกิจศึกษา งานพาร์ตไทม์ ทุนการศึกษา และโครงการสำหรับบัณฑิตจบใหม่ ซึ่งล้วนเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนควบคู่กับการศึกษา และช่วยให้นักศึกษามองเห็นเส้นทางอาชีพของตนเองได้อย่างชัดเจนตั้งแต่ยังไม่สำเร็จการศึกษา
บริษัทให้ความสำคัญกับการเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่ช่วงที่กำลังศึกษาอยู่ โดยรองรับทั้งการฝึกงานและสหกิจศึกษาในหลากหลายสายงานและหลายฟังก์ชัน เพื่อให้นักศึกษาได้ทดลองเรียนรู้และค้นหาความถนัดของตนเองจากสถานการณ์จริง ซึ่งไม่เพียงช่วยเสริมทักษะเชิงวิชาชีพ แต่ยังช่วยสร้างความเข้าใจในบริบทการทำงานขององค์กรขนาดใหญ่ได้อย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ บริษัทยังมีโครงการสนับสนุนทุนการศึกษาในรูปแบบ “เรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย” โดยนักศึกษาจะได้รับสิทธิและสวัสดิการในลักษณะเดียวกับพนักงานของบริษัทตั้งแต่ยังศึกษาอยู่ แนวทางดังกล่าวไม่เพียงช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย แต่ยังเป็นโอกาสให้ผู้เรียนได้สะสมประสบการณ์ ฝึกทักษะการทำงาน และเรียนรู้วัฒนธรรมองค์กรควบคู่กันไป ซึ่งถือเป็นการเตรียมความพร้อมสู่การทำงานจริงอย่างมีประสิทธิภาพ
ในด้านเส้นทางอาชีพ บริษัทเปิดโอกาสให้นักศึกษาทำงานพาร์ตไทม์ระหว่างเรียน เพื่อสร้างประสบการณ์และรายได้ควบคู่กัน และเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้ว ยังสามารถต่อยอดเข้าสู่การทำงานเต็มรูปแบบได้ทันที โดยเฉพาะในกลุ่มบัณฑิตจบใหม่ที่เข้าร่วมโครงการ Fast Track ซึ่งบริษัทมีการวางแผนพัฒนาศักยภาพรายบุคคล (Development Plan) อย่างเป็นระบบ เพื่อผลักดันให้สามารถเติบโตในสายงานและก้าวสู่ตำแหน่งบริหารได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
นางสาวอมรรัตน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการคัดเลือกบุคลากรจาก “ทัศนคติ” โดยเฉพาะจิตบริการ (Service Mind) ความตั้งใจในการเรียนรู้ และความสามารถในการปรับตัว เนื่องจากธุรกิจรีเทลเป็นงานบริการที่ต้องอาศัยทักษะด้านมนุษยสัมพันธ์สูง อย่างไรก็ตามยอมรับว่าความท้าทายในปัจจุบันคือ ทัศนคติและความเข้าใจต่อการทำงานของคนรุ่นใหม่ จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทั้งสถาบันการศึกษา ครอบครัว และภาคธุรกิจ ในการปลูกฝังวินัย ความรับผิดชอบ และความเข้าใจในคุณค่าของการทำงาน เพื่อให้สามารถพัฒนาศักยภาพและเติบโตในสายอาชีพได้อย่างยั่งยืนในอนาคต
ด้านนางสาวนันทิกานต์ ธัญญะภู นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน วิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้ทำให้เข้าใจทักษะการทำงานในองค์กรต่าง ๆ มากขึ้น ทั้งในด้านการพัฒนาตนเองและการเตรียมความพร้อมสู่การทำงานจริง โดยมองว่าการได้มีโอกาสฝึกงานกับบริษัทชั้นนำจะช่วยให้สามารถนำประสบการณ์ไปต่อยอดและพัฒนาศักยภาพของตนเองได้อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันยังตระหนักว่าโลกการทำงานในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากจากบทบาทของเทคโนโลยีและ AI ที่เข้ามาช่วยลดงานซ้ำ ๆ แม้บางงานจะถูกแทนที่ แต่หากยังพัฒนาทักษะสำคัญอย่างการคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร และการเข้าใจผู้อื่น ก็ยังสามารถสร้างโอกาสและยืนหยัดในโลกการทำงานได้ โดยสิ่งสำคัญคือการปรับตัวและเรียนรู้สิ่งใหม่อยู่เสมอ
สอดคล้องกับความคิดเห็นของนายศุณากร สุโคตรภูมี นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาธุรกิจระหว่างประเทศ วิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี กล่าวว่า โครงการดังกล่าวช่วยเปิดโอกาสให้นักศึกษาเข้าถึงช่องทางการสมัครงานได้ง่ายขึ้น ทั้งในรูปแบบการฝึกงาน งานพาร์ตไทม์ และทุนการศึกษา ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากในการเชื่อมต่อระหว่างการเรียนกับโลกการทำงานจริง โดยตนเองมีความสนใจทั้งการทำงานพาร์ตไทม์และโครงการทุนทวิภาคี เนื่องจากหลักสูตรเปิดโอกาสให้เลือกเส้นทางฝึกงานได้ทั้งระยะเวลา 6 เดือน หรือ 1 ปี ทำให้สามารถวางแผนพัฒนาทักษะได้อย่างเหมาะสม ปัจจุบันได้เริ่มมองหาแนวทางฝึกงานในสายงานด้านจัดซื้อและโลจิสติกส์ ซึ่งสอดคล้องกับสาขาที่เรียน พร้อมทั้งสมัครเข้าร่วมโครงการกับบริษัทเพื่อเปิดโอกาสให้ตนเองได้เรียนรู้และต่อยอดทักษะอย่างต่อเนื่อง โดยมองว่าโครงการนี้เป็นเสมือน “ประตูสำคัญ” ที่ช่วยเตรียมความพร้อมและสร้างความมั่นใจในการก้าวสู่เส้นทางอาชีพในอนาคตอย่างเป็นรูปธรรม
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี