การแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญาเพื่อคุ้มครองเด็กและบุคคลจากความผิดเกี่ยวกับการแสวงหาประโยชน์ทางเพศและการกระทำต่อเสรีภาพ

การแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญาเพื่อคุ้มครองเด็กและบุคคลจากความผิดเกี่ยวกับการแสวงหาประโยชน์ทางเพศและการกระทำต่อเสรีภาพ

วันพฤหัสบดี ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2569, 09.00 น.

โดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

โดยที่ในปัจจุบันการกระทำการอันเป็นการแสวงหาประโยชน์ในทางเพศและการคุกคามต่อเสรีภาพในความเป็นอยู่ส่วนบุคคลในรูปแบบต่าง ๆ มีเพิ่มมากขึ้น การล่อลวงเด็กให้เกิดความไว้วางใจเพื่อหวังที่จะล่วงเกินต่อเด็ก การส่งภาพหรือสื่อทางเพศที่ไม่เหมาะสมให้กับเด็ก การข่มขู่แบล็กเมลในเรื่องทางเพศ รวมไปถึงการคุกคามโดยการเฝ้าติดตามและการกลั่นแกล้งรังแกผู้อื่น ล้วนแต่เป็นเรื่องที่สร้างความเสียหายทั้งต่อตัวผู้เสียหายเองและครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากการกระทำดังกล่าวได้กระทำผ่านระบบคอมพิวเตอร์หรือใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ด้วยแล้ว ความเสียหายที่ย่อมเกิดขึ้นได้ในวงกว้างและอาจแพร่กระจายต่อไปได้อย่างรวดเร็ว หลายกรณีเป็นการกระทำต่อเด็กและเยาวชนซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางที่อาจถูกล่อลวงหรือตกเป็นเหยื่อได้โดยง่าย 

กระทรวงยุติธรรมจึงได้เสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา กำหนดให้การกระทำที่กล่าวมาเป็นความผิด สอดคล้องกับสภาพของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป และเป็นกลไกในการคุ้มครองสิทธิและสวัสดิภาพของบุคคลให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ร่างกฎหมายนี้ได้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเพิ่งปิดการรับฟังความคิดเห็นไป โดยมีผู้ให้ความสนใจแสดงความคิดเห็นมาเป็นจำนวนมาก ปัจจุบันอยู่ระหว่างการรวบรวมความเห็นเพื่อนำมาใช้ประกอบการพิจารณาปรับปรุงร่างกฎหมายดังกล่าวให้ถูกต้องและเหมาะสมยิ่งขึ้น

การแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญาในครั้งนี้ มีหลักการที่น่าสนใจ คือ การเพิ่มฐานความผิดใหม่ในหมวดความผิดเกี่ยวกับเพศและความผิดต่อเสรีภาพ ดังนี้

๑. ความผิดฐานล่อลวงหรือทำให้เกิดความไว้วางใจแก่บุคคลอายุไม่เกินสิบแปดปีเพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศ (grooming)

ความผิดนี้ที่นำแนวคิดมาจากความผิดฐาน child grooming ในทางสากลและปรับให้เหมาะสมกับบริบทของสังคมไทย โดยจำกัดอายุของผู้กระทำความผิดว่าต้องมีอายุเกินสิบแปดปี ขณะที่ผู้เสียหายต้องมีอายุไม่เกินสิบแปดปี เพื่อเอาผิดกับผู้ใหญ่ที่มีวุฒิภาวะมากกว่าแต่กลับมาล่อลวง ชักจูง หรือกระทำให้เด็กเกิดความไว้เนื้อเชื่อใจ เพื่อที่จะล่วงละเมิดต่อเด็ก หลักการสำคัญประการหนึ่งของความผิดฐานนี้คือ การเอาผิดกับผู้กระทำความผิดตั้งแต่ในขั้นตอนของการล่อลวง โดยไม่ต้องรอให้การแสวงหาประโยชน์ในทางเพศต่อเด็กนั้นเกิดขึ้นเสียก่อน เพื่อคุ้มครองเด็ก ไม่ให้ต้องมีการล่วงละเมิดเสียก่อนจึงจะเอาผิดได้ เพียงมีการล่อลวงเพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศก็เป็นความผิดแล้ว

๒. ความผิดฐานส่งหรือส่งต่อซึ่งข้อความ ภาพ เสียง หรือการสื่อความหมายที่ส่อไปในทางเพศแก่บุคคลอายุไม่เกินสิบแปดปี เพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศ (sexting)

ความผิดฐานนี้ต้องการปกป้องเด็กจากสื่อในทางเพศที่ไม่เหมาะสม ซึ่งคนร้ายมักใช้วิธีส่งสื่อลามกอนาจารหรือสื่อที่ไม่เหมาะสมในทางเพศให้กับเด็ก เพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศกับเด็ก และอาจนำไปสู่การล่วงละเมิดหรือกระทำการที่ไม่เหมาะสมในทางเพศในอนาคต 

๓. ความผิดฐานข่มขู่ว่าจะเปิดเผยเรื่องในทางเพศของผู้ถูกข่มขู่หรือบุคคลใกล้ชิดของผู้ถูกข่มขู่ เพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศ (sextortion)

ความผิดฐานนี้คือการข่มขู่หรือแบล็กเมลว่าจะเปิดเผยเรื่องในทางเพศของผู้ถูกข่มขู่รวมถึงของบุคคลในครอบครัวหรือบุคคลใกล้ชิดผู้ถูกข่มขู่ด้วย เพื่อที่จะทำให้ผู้ถูกข่มขู่ยอมต่อการกระทำใดในทางเพศตามที่ผู้กระทำความผิดต้องการ

๔. ความผิดฐานเฝ้าดู ติดตาม หรือคุกคามผู้อื่น (stalking and harassment)

ความผิดฐานนี้เป็นการกระทำโดยไม่มีเหตุอันสมควร กระทำอย่างต่อเนื่องหรือกระทำซ้ำมากกว่าหนึ่งครั้งด้วยการเฝ้าดู ติดตาม หรือติดต่อ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม หรือกระทำการอื่นใดในทำนองเดียวกัน ต่อผู้อื่น อันเป็นการรบกวนความเป็นอยู่ส่วนตัวหรือการดำเนินชีวิตตามปกติของผู้อื่นนั้น เป็นความผิด และหากผู้กระทำความผิดมีพฤติกรรมของการคุกคาม โดยการทำให้ผู้ถูกกระทำหวาดกลัวต่อความไม่ปลอดภัยในชีวิต ร่างกาย อนามัย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของผู้ถูกกระทำ ผู้กระทำต้องรับโทษหนักขึ้นด้วย

๕. ความผิดฐานกลั่นแกล้งรังแกผู้อื่น (bullying)

ความผิดฐานนี้เป็นการกลั่นแกล้ง รังแก ระราน ข่มเหง ล้อเลียน เยาะเย้ย ถากถาง หรือกระทำการอื่นใดในทำนองเดียวกันอย่างต่อเนื่องหรือกระทำซ้ำมากกว่าหนึ่งครั้งต่อผู้อื่น โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นได้รับความอับอาย เดือดร้อน หวาดกลัว หรือน่าจะได้รับอันตรายแก่กาย จิตใจ อนามัย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของผู้อื่นนั้น โดยหากเป็นการกระทำในที่สาธารณสถาน ต่อหน้าธารกำนัล หรือในระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนทั่วไปเข้าถึงได้ ต้องระวางโทษหนักขึ้นด้วย

ที่กล่าวข้างต้นเป็นเพียงหลักการสำคัญส่วนหนึ่งของร่างกฎหมายเท่านั้น ยังมีหลักการอื่นที่กำหนดไว้เพื่อคุ้มครองเด็กและบุคคลจากการกระทำความผิดในทางเพศและความผิดต่อเสรีภาพให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ท่านที่สนใจยังคงเข้าไปอ่านรายละเอียดของร่างกฎหมายได้ที่ระบบกลางทางกฎหมาย law.go.th

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top