วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
กลุ่มโรงแรมลักชัวรีสัญชาติไทยอิสระ เดินหน้าสร้างการเติบโตของมูลค่าธุรกรรมกว่า 293% และเพิ่มอัตรา Session Conversion ถึง 149% พร้อมลดการพึ่งพา OTA ครอบคลุมโรงแรมทั้ง 11 แห่งในประเทศไทย เมียนมา และญี่ปุ่น ก่อนงาน HTC 2026
เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 - Chatrium Hotels & Residences กลุ่มโรงแรมและเรสซิเดนซ์ลักชัวรีชั้นนำของไทยที่ดำเนินธุรกิจครอบคลุมประเทศไทย เมียนมา และญี่ปุ่น ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญด้านประสิทธิภาพการจองตรงและการบริหารจัดการ หลังนำแพลตฟอร์มเทคโนโลยีสำหรับธุรกิจโรงแรมแบบครบวงจรของ Profitroom มาใช้งานในหลายโครงการภายใต้กลุ่มบริษัท
ความร่วมมือครั้งนี้ส่งผลให้มูลค่าธุรกรรมเฉลี่ยต่อผู้ใช้งานเพิ่มขึ้น 293% และอัตรา Session Conversion เพิ่มขึ้น 149% ขณะที่ Bounce Rate ลดลง 55% มูลค่าธุรกรรมเฉลี่ยต่อการจองเพิ่มขึ้น 50% อัตราการมีส่วนร่วมของผู้ใช้งาน (Engagement Rate) เพิ่มขึ้น 46% และจำนวนการเข้าชมหน้าต่อเซสชัน (Page Views per Session) เติบโต 69% โดยผลลัพธ์ดังกล่าววัดจากโรงแรมทุกแห่งในเครือ Chatrium หลังใช้งานครบ 12 เดือน และยังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญเชิงกลยุทธ์ของ Chatrium ในการลดการพึ่งพาตัวแทนจำหน่ายการท่องเที่ยวออนไลน์ (OTAs) พร้อมยกระดับการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้าแบบครบวงจร ผ่านการใช้ข้อมูล First-Party Data และช่องทางการจองตรงของโรงแรมเอง
“Profitroom ถือเป็นตัวเปลี่ยนเกมสำคัญสำหรับ Chatrium Hotels & Residences แพลตฟอร์มที่ใช้งานง่ายและข้อมูลเชิงลึกที่ขับเคลื่อนด้วย Data ช่วยให้เราสามารถเพิ่มยอดการจองตรงได้อย่างมีนัยสำคัญ พร้อมยกระดับการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น”

ศุภสิน ลิ้มเจริญ, Director of Data Analytics, Chatrium Hotels & Residences
แพลตฟอร์มเดียวที่เข้ามาแทนที่ระบบแยกส่วนจากผู้ให้บริการหลายราย
ก่อนร่วมงานกับ Profitroom ทาง Chatrium Hotels & Residences ใช้งานระบบจองห้องพักออนไลน์(Booking Engines) ระบบจัดการช่องทางการขาย (Channel Manager) ระบบบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า (CRM) และแพลตฟอร์มสมาชิก (Loyalty Platform) จากผู้ให้บริการหลายรายแยกกันในแต่ละประเทศที่ดำเนินธุรกิจ ส่งผลให้ข้อมูลลูกค้ากระจัดกระจาย และเพิ่มภาระงานที่ต้องดำเนินการด้วยตนเองให้กับทีมปฏิบัติการอย่างมาก
“ที่ผ่านมา เราต้องบริหารหลายระบบที่ไม่สามารถเชื่อมต่อหรือสื่อสารกันได้ ทีมงานต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงในการอัปเดตข้อมูลด้วยตนเอง และยังพลาดโอกาสในการสร้างรายได้ที่ควรเกิดขึ้นได้แบบอัตโนมัติ” ศุภสิน กล่าว
Chatrium ตัดสินใจนำแพลตฟอร์มแบบครบวงจรของ Profitroom มาใช้งานในโรงแรมทั้ง 11 แห่งในประเทศไทย เมียนมา และญี่ปุ่น โดยระบบดังกล่าวประกอบด้วย 6 โมดูลหลัก ได้แก่ Booking Engine 360, เว็บไซต์ที่ออกแบบเพื่อเพิ่มอัตราการจอง (Conversion-Optimised Websites), ระบบข้อเสนอเฉพาะบุคคล (Personalised Offers), Extras, โปรแกรมสมาชิก (Loyalty Programme) และ Corporate Connect ซึ่งทุกองค์ประกอบสามารถเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลกันแบบเรียลไทม์ ช่วยพลิกโฉมการบริหารช่องทางการขาย การกำหนดราคา และการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าในระดับกลุ่มโรงแรมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานในทุกสาขา
นอกเหนือจากผลลัพธ์เชิงพาณิชย์ Chatrium Hotels & Residences ยังสามารถนำเวลาทำงานที่แต่ละโรงแรมเคยใช้กับการอัปเดตข้อมูลและตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลด้วยตนเอง เฉลี่ยประมาณ 3 ชั่วโมงต่อวันต่อโรงแรม กลับมาใช้เพื่อยกระดับการบริการลูกค้าและเพิ่มประสิทธิภาพด้านรายได้ได้มากยิ่งขึ้น ภายในระยะเวลาเพียง 6 เดือนหลังเริ่มใช้งาน ระบบการทำงานแบบ Manual แทบทั้งหมดถูกยกเลิก รายงานที่เคยต้องรวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่งถูกแทนที่ด้วยแดชบอร์ดแบบเรียลไทม์ ขณะที่การปรับราคาและการตอบสนองต่อแคมเปญส่งเสริมการขาย ซึ่งเดิมใช้เวลาหลายวัน ปัจจุบันสามารถดำเนินการได้ภายในไม่กี่นาที
“ทีมงานของเราเปลี่ยนจากการบริหารระบบ มาเป็นการบริหารกลยุทธ์อย่างแท้จริง วันนี้เราสามารถมุ่งเน้นในสิ่งที่สร้างรายได้โดยตรง ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาแพ็กเกจ การปรับกลยุทธ์ราคา และการยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า” ศุภสิน กล่าวเพิ่มเติม

ต้นแบบใหม่สำหรับอุตสาหกรรมโรงแรมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
สำหรับ Profitroom ผู้ให้บริการเทคโนโลยีสำหรับธุรกิจโรงแรมระดับโลกที่ดูแลโรงแรมมากกว่า 4,500 แห่งในกว่า 50 ประเทศ ความร่วมมือกับ Chatrium Hotels & Residences ถือเป็นตัวอย่างสำคัญของการติดตั้งระบบแบบครบวงจรในหลายโรงแรม ซึ่งกำลังเป็นแนวทางที่กลุ่มโรงแรมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้ความสนใจมากขึ้น ท่ามกลางความท้าทายจากระบบเดิมที่แยกการทำงานออกจากกัน
“ในทุกสัปดาห์ ฉันได้พูดคุยกับกลุ่มโรงแรมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จำนวนมาก ซึ่งกำลังเผชิญปัญหาความไม่เชื่อมโยงของระบบเช่นเดียวกับที่ Chatrium เคยเจอ เรื่องราวของพวกเขาคือต้นแบบที่ชัดเจน ความท้าทายที่แท้จริงไม่ใช่เรื่องของเทคโนโลยี แต่คือการตัดสินใจเลือกใช้แนวทางแบบบูรณาการเพียงหนึ่งเดียว และ Chatrium ได้พิสูจน์แล้วว่าการตัดสินใจนั้นสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้”
.jpg)
Marisa Nolan, Regional Director APAC, Profitroom
ต่อยอดความสำเร็จสู่ตลาดใหม่
หลังจากแพลตฟอร์มได้รับการติดตั้งและใช้งานอย่างเต็มรูปแบบในโรงแรมปัจจุบันของเครือ Chatrium Hotels & Residences กำลังเตรียมเปิดตัว “Chatrium Rawai Phuket” รีสอร์ตเต็มรูปแบบแห่งแรกของกลุ่มภายในปี 2569 โดยแทนที่จะต้องใช้เวลาหลายเดือนในการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีใหม่ Chatrium จะสามารถนำระบบนิเวศของ Profitroom ที่ผ่านการพิสูจน์แล้วมาใช้งานได้ทันทีตั้งแต่วันแรก ซึ่งช่วยสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันด้านความรวดเร็วในการเข้าสู่ตลาดอย่างชัดเจน
Chatrium Rawai Phuket รีสอร์ตเต็มรูปแบบแห่งแรกของกลุ่ม Chatrium Hotels & Residences ซึ่งมีกำหนดเปิดให้บริการในปี 2569
กรณีศึกษาฉบับเต็มเผยแพร่แล้วที่ Profitroom Case Study - Chatrium Hotels & Residences โดยการประกาศครั้งนี้มีขึ้นในช่วงเดียวกับงาน Hospitality Tech Conference 2026 หรือ HTC 2026 งานเทคโนโลยีด้านธุรกิจโรงแรมชั้นนำของประเทศไทย ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-14 พฤษภาคม 2569 ณ กรุงเทพมหานคร
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี