533.jpg
DPU เปิดห้องเรียนวิจัยขั้นสูง ป.เอก รัฐประศาสนศาสตร์ ถ่ายทอดประสบการณ์จริง สู่การออกแบบดุษฎีนิพนธ์คุณภาพ

DPU เปิดห้องเรียนวิจัยขั้นสูง ป.เอก รัฐประศาสนศาสตร์ ถ่ายทอดประสบการณ์จริง สู่การออกแบบดุษฎีนิพนธ์คุณภาพ

วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 17.34 น.
Tag :

มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) โดยหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขารัฐประศาสนศาสตร์ จัดการเรียนการสอนรายวิชา “แนวทางการวิจัยทางรัฐประศาสนศาสตร์ชั้นสูง” เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และทักษะด้านการวิจัยเชิงลึกให้แก่นักศึกษาระดับปริญญาเอก โดยมุ่งเน้นการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ควบคู่กับการฝึกปฏิบัติ เพื่อให้นักศึกษาสามารถนำองค์ความรู้ไปต่อยอดสู่การจัดทำดุษฎีนิพนธ์ที่มีคุณภาพ และสร้างประโยชน์ต่อสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม

การเรียนการสอนครั้งนี้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2569 โดย รองศาสตราจารย์ ดร.วลัยพร รัตนเศรษฐ คณบดีและรักษาการผู้อำนวยการหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขารัฐประศาสนศาสตร์ เป็นวิทยากรถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่นักศึกษา ด้วยประสบการณ์ด้านการวิจัยที่สั่งสมมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในฐานะนักวิชาการ ผู้บริหารหลักสูตร และผู้มีผลงานวิจัยเกือบ 30 เรื่อง โดยมีงานวิจัย 5 เรื่องที่ได้รับทุนวิจัยต่อเนื่องจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ หรือ วช. อีกทั้งยังได้รับรางวัลนวัตกรรมการวิจัยที่ตอบโจทย์ประเทศ ประจำปี พ.ศ. 2568 จาก วช. สะท้อนถึงความเชี่ยวชาญในการพัฒนางานวิจัยที่มีคุณภาพและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง


สำหรับสาระสำคัญของการเรียนการสอน ครอบคลุมวิธีวิทยาการวิจัยที่หลากหลาย โดยเฉพาะการวิจัยแบบผสมผสาน หรือ Mixed Methodology ซึ่งเป็นแนวทางที่นำจุดแข็งของการวิจัยเชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพมาใช้ร่วมกัน เพื่อให้การศึกษาปรากฏการณ์ทางรัฐประศาสนศาสตร์มีความรอบด้าน ลึกซึ้ง และตอบคำถามการวิจัยได้สมบูรณ์มากขึ้น นักศึกษาได้เรียนรู้ว่า การเลือกใช้ระเบียบวิธีวิจัยไม่ใช่เพียงการเลือกเครื่องมือเก็บข้อมูล แต่เป็นการตัดสินใจเชิงวิชาการที่ต้องสอดคล้องกับปัญหาวิจัย คำถามการวิจัย วัตถุประสงค์ และลักษณะข้อมูลที่ต้องการนำมาวิเคราะห์

นอกจากนี้ ยังมีการถ่ายทอดหลักการสำคัญของการวิจัย ตั้งแต่การกำหนดหัวข้อวิจัยให้มีความชัดเจน มีคุณค่าทางวิชาการ และเชื่อมโยงกับปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในสังคม โดยเฉพาะประเด็นด้านการบริหารภาครัฐ นโยบายสาธารณะ การจัดการองค์การภาครัฐ การพัฒนาท้องถิ่น และการบริการสาธารณะ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของรัฐประศาสนศาสตร์ การตั้งหัวข้อวิจัยจึงต้องคำนึงถึงทั้งความเป็นไปได้ในการศึกษา ความสำคัญของปัญหา และประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นจากผลการวิจัย

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือ การกำหนดคำถามการวิจัยและวัตถุประสงค์การวิจัยอย่างเป็นระบบ เนื่องจากคำถามการวิจัยเป็นตัวกำหนดทิศทางทั้งหมดของงานวิจัย ตั้งแต่การเลือกกลุ่มตัวอย่างหรือผู้ให้ข้อมูลสำคัญ การสร้างเครื่องมือวิจัย การเก็บรวบรวมข้อมูล ไปจนถึงการวิเคราะห์และสรุปผล ขณะเดียวกัน วัตถุประสงค์ของการวิจัยต้องสอดคล้องกับคำถามการวิจัย และนำไปสู่คำตอบที่มีน้ำหนักทางวิชาการ

ในชั้นเรียนยังเน้นเรื่องการออกแบบการวิจัย หรือ Research Design ซึ่งเป็นการวางโครงสร้างของงานวิจัยให้มีความสอดคล้องกัน ทั้งแนวคิด ทฤษฎี กรอบการวิจัย วิธีการเก็บข้อมูล และการวิเคราะห์ข้อมูล นักศึกษาได้ฝึกพิจารณาว่างานวิจัยของตนเหมาะสมกับแนวทางเชิงปริมาณ เชิงคุณภาพ หรือการวิจัยแบบผสมผสาน รวมถึงเรียนรู้ความสำคัญของกรอบแนวคิดการวิจัย หรือ Conceptual Framework ซึ่งช่วยเชื่อมโยงแนวคิด ทฤษฎี ตัวแปร และประเด็นศึกษาต่าง ๆ ให้เป็นเหตุเป็นผล และทำให้งานวิจัยมีทิศทางที่ชัดเจน

สำหรับกระบวนการเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล นักศึกษาได้เรียนรู้การเลือกแหล่งข้อมูล เครื่องมือ และวิธีการเก็บข้อมูลให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์การวิจัย ไม่ว่าจะเป็นแบบสอบถาม การสัมภาษณ์เชิงลึก การสนทนากลุ่ม การวิเคราะห์เอกสาร หรือการเก็บข้อมูลภาคสนาม โดยต้องคำนึงถึงความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ และจริยธรรมการวิจัย ขณะเดียวกัน การวิเคราะห์ข้อมูลต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบ ทั้งการเลือกใช้สถิติที่เหมาะสมในการวิจัยเชิงปริมาณ และการตีความ จัดหมวดหมู่ประเด็น และเชื่อมโยงข้อมูลกับแนวคิดหรือทฤษฎีในการวิจัยเชิงคุณภาพ

บรรยากาศการเรียนการสอนเป็นไปอย่างเข้มข้นและเป็นกันเอง นักศึกษาให้ความสนใจ ซักถาม แสดงความคิดเห็น และแลกเปลี่ยนประสบการณ์อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะช่วง Workshop ซึ่งเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ทดลองออกแบบงานวิจัยจากประเด็นที่สนใจ พร้อมนำเสนอแนวคิดต่อชั้นเรียน เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะและนำไปปรับปรุงให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น การเรียนรู้ในลักษณะนี้ช่วยให้นักศึกษาเข้าใจการวิจัยทั้งในเชิงทฤษฎีและการปฏิบัติจริง ตั้งแต่ต้นทางของการตั้งโจทย์ ที่ผู้วิจัยสามารถในการสร้างองค์ความรู้ใหม่ เข้าใจปัญหาสังคมและการบริหารภาครัฐอย่างลึกซึ้ง พร้อมผลิตงานวิจัยที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนานโยบาย องค์กร ชุมชน และสังคมได้อย่างยั่งยืน

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top