วันศุกร์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
หอการค้าไทย-นอร์เวย์ (Thai-Norwegian Chamber of Commerce: TNCC) ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตนอร์เวย์ประจำประเทศไทยจัดงานเสวนา หลักจริยธรรมเชิงปฏิบัติพลิกโฉมอนาคตด้วยการบริหารที่รับผิดชอบต่อสังคม “Integrity in Practice Forum: Shaping the Future through Responsible Governance” ณ โรงแรม นิกโก้ กรุงเทพฯโดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 100 คน เพื่อประกาศเจตนารมณ์อันแน่วแน่ของกลุ่มธุรกิจไทย-นอร์เวย์ ในการเป็นผู้นำขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรมและความโปร่งใสในประเทศไทย
ในขณะที่ประเทศไทยเดินหน้าปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล งานเสวนาครั้งนี้ถือเป็นเวทีสำคัญที่เชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางการบูรณาการ หลักการต่อต้านคอร์รัปชันเข้าสู่วัฒนธรรมองค์กรและหลักสูตรการศึกษา โดยเชื่อมโยงกับกรอบมาตรฐานระดับโลกอย่าง Business Ready (B-READY) ของธนาคารโลก และกรอบการดำเนินงานด้านการต่อต้านคอร์รัปชันและธรรมาภิบาลของ OECD
ประเทศนอร์เวย์ได้รับการยอมรับในระดับโลกด้านดัชนีคอร์รัปชันที่ต่ำมาก ซึ่งเป็นผลมาจากความเข้มแข็งของสถาบันตรวจสอบ การบริหารงานที่โปร่งใส และการยึดถือหลักความรับผิดชอบต่อสาธารณะเป็นสำคัญ การจัดงานในครั้งนี้จึงเป็นการแบ่งปันแนวทางความสำเร็จเพื่อส่งเสริมให้สภาพแวดล้อมทางธุรกิจในประเทศไทยมีความเข้มแข็ง ยืดหยุ่น และเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกัน

คุณอัสตริด เอมีเลีย เฮลเล (H.E. Mrs. Astrid Emilie Helle) เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรนอร์เวย์ประจำประเทศไทย ได้ให้เกียรติเป็นผู้กล่าวเปิดงานและปาฐกถาพิเศษ โดยได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือระหว่างประเทศ ในการบริหารจัดการภาครัฐ
ความร่วมมือระหว่างนอร์เวย์และประเทศไทยยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง บนรากฐานของความไว้วางใจ ตลอดจนความมุ่งมั่นร่วมกันในการสร้างความโปร่งใสและความยั่งยืน เราเชื่อว่าการปฏิบัติตามมาตรฐานสากลจะช่วยเปิดประตูสู่โอกาสการเติบโต และสร้างผลประโยชน์ที่เกื้อกูลกัน ซึ่งไม่เพียงแต่จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในระยะยาว แต่ยังช่วยดึงดูดนักลงทุนคุณภาพจากทั่วโลก

ภายในงานมีการเสวนาครั้งสำคัญโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Powerhouse Panel Discussions) รวม 2 ช่วงด้วยกัน โดยเริ่มต้นที่หัวข้อ “จากวิสัยทัศน์สู่การปฏิบัติ: แผนที่นำทางสู่ความโปร่งใส” (From Vision to Practice: Transparency Roadmap) ซึ่งได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ อาทิ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI), องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT, แนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC) พร้อมด้วยตัวแทนเสียงสำคัญจากภาคธุรกิจชั้นนำ
คุณธิปไตร แสละวงศ์ นักวิจัยอาวุโส จากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เน้นย้ำถึงความเสี่ยงด้านคอร์รัปชันที่ผู้ประกอบการ SMEs ไทยยังคงเผชิญ พร้อมชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการส่งเสริมความโปร่งใสเชิงสถาบัน การปฏิรูปต่อต้านคอร์รัปชันในระยะยาว โดยเฉพาะระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ขณะที่ประเทศไทยเดินหน้าสู่การยกระดับมาตรฐานให้สอดคล้องกับ OECD ด้านคุณกิตติเดช ฉันทังกูล ผู้อำนวยการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันประเทศไทย (ACT) เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเสริมสร้างระบบตรวจสอบและความรับผิดชอบที่เข้มแข็ง กลไกการแจ้งเบาะแสที่มีประสิทธิภาพ และการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน เพื่อลดความเสี่ยงด้านคอร์รัปชัน โดยผู้ร่วมเสวนาเห็นพ้องกันว่า ความซื่อสัตย์สุจริตต้องถูกปลูกฝังให้เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กร ผ่านผู้นำที่เข้มแข็ง การบังคับใช้อย่างต่อเนื่อง และสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เป็นธรรม
ในโอกาสนี้ คุณกลอยตา ณ ถลาง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ งานบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในฐานะหนึ่งในผู้ร่วมเสวนาและตัวแทนผู้นำภาคอุตสาหกรรมไทย กล่าวว่า
“สำหรับบางจากฯ ESG เป็นส่วนหนึ่งของ DNA ขององค์กร และเป็นเข็มทิศในการตัดสินใจดำเนินงานในทุก ๆ วัน มากกว่าจะเป็นเพียงกรอบในการจัดทำรายงานผลประกอบการ เพราะธรรมาภิบาลที่ดีต้องสร้างขึ้นบนพื้นฐานของความชัดเจน ความสม่ำเสมอ และความโปร่งใส ขณะเดียวกัน การยึดมั่นในความถูกต้อง (Integrity) ในภาคปฏิบัติ คือการมองให้ไกลกว่าสิ่งที่กฎหมายกำหนด และพร้อมลงมือจัดการเชิงรุกทันทีเมื่อพบสัญญาณเตือนหรือความเสี่ยงด้านจริยธรรม
ในฐานะผู้นำ เราเองก็ต้องเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติจริง (walk the talk) และช่วยสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้าง ให้พนักงานกล้าตั้งคำถาม กล้าสะท้อนความกังวล และตัดสินใจบนพื้นฐานของความถูกต้อง ไม่ใช่เพียงการปฏิบัติตามกฎระเบียบเท่านั้น เพราะหลักการเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างความเชื่อมั่น การดึงดูดเงินลงทุน และการสร้างความแข็งแกร่งให้องค์กรสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว”
ในมุมมองของภาคธุรกิจระหว่างประเทศ คุณอันเดรส สตาฟเนส ฮัลลัน (Mr. Andreas Stavnes Hallan) รองประธานฝ่ายวิศวกรรมภูมิภาคเอเชีย บริษัท ไอเบล (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะผู้ร่วมเสวนาหลักและตัวแทนผู้นำภาคอุตสาหกรรมนอร์เวย์ ได้กล่าวสนับสนุนในประเด็นดังกล่าวว่า “ความโปร่งใสไม่ได้เป็นเพียงหน้าที่ทางจริยธรรมอีกต่อไป แต่คือปัจจัยพื้นฐานสำคัญในการขับเคลื่อนประสิทธิภาพงานของเรา การนำหลักธรรมาภิบาลและความโปร่งใสมาเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์หลักขององค์กร ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถแข่งขันและเติบโตได้อย่างยั่งยืนในเศรษฐกิจโลกยุคปัจจุบัน สำหรับเราสิ่งเหล่านี้คือ ปัจจัยสำคัญในการดำเนินธุรกิจและส่งมอบงานจากประเทศไทย”

การเสวนาในช่วงที่สองภายใต้หัวข้อ “อนาคตแห่งคุณธรรมและความโปร่งใส” (Future of Integrity) ได้มุ่งเน้นไปที่บทบาทของการศึกษาและความคาดหวังของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป โดยได้รับเกียรติจากตัวแทนองค์กรชั้นนำ ได้แก่ บริษัท ยารา (ประเทศไทย) จำกัด (Yara (Thailand) Co., Ltd) บริษัท โจตันไทย จำกัด (Jotun Thailand Ltd.), และโรงเรียนบางกอกพัฒนา ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์
ในระหว่างการเสวนาคุณคริสทีน่า แอนวิค ลีช (Ms. Kristine Anvik Leach) กรรมการผู้จัดการ บริษัท โจตันไทย จำกัด ได้ร่วมแบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับการบริหารจัดการธุรกิจภายใต้ความคาดหวังด้านความซื่อสัตย์และต่อต้านการคอร์รัปชันโดยเน้นย้ำ ถึงความสำคัญของบทบาทผู้นำและการฝึกอบรมด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบ (Compliance) รวมถึงแนวทางการ ปลูกฝังจิตสำนึก ด้านจริยธรรมที่เข้มแข็งให้แก่บุคลากร เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ซับซ้อน หรือคลุมเครือในโลกธุรกิจในทิศทางเดียวกัน คุณนันทิยา พิทักษ์วงษ์ดีงาม กรรมการผู้จัดการ บริษัทยารา (ประเทศไทย) จำกัด ได้กล่าวถึง แนวทางที่ยาราเสริมสร้าง ความซื่อสัตย์สุจริตในการ ดำเนินธุรกิจ รวมถึงการบ่มเพาะผู้นำรุ่นใหม่ให้มีความพร้อมในการตัดสินใจบนพื้นฐานของจริยธรรม ท่ามกลางความท้าทาย ทางธุรกิจในปัจจุบัน ทางด้านตัวแทนของภาคการศึกษาคุณเจมี่ โอเว่น (Mr. Jamie Owen) ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจ โรงเรียนบางกอกพัฒนา ได้ชี้ให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของโรงเรียนนานาชาติในการส่งเสริมค่านิยม ด้านความซื่อสัตย์ และความเป็นผู้นำให้แก่เยาวชน เพื่อส่งต่อคุณค่าเหล่านี้จากรุ่นสู่รุ่น

กิจกรรมในช่วงบ่ายปิดท้ายด้วยเวิร์กชอป “การขับเคลื่อนคุณธรรมสู่การปฏิบัติ” (Integrity in Practice Workshop) ซึ่งจัดขึ้นโดยคุณภิญญ์ ศิรประภาศิริ ผู้จัดการอาวุโส แนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC) เพื่อเปลี่ยนมาตรฐานด้านจริยธรรมระดับโลกให้เป็นแนวทางปฏิบัติจริง ในทางธุรกิจ ผ่านการจำลองสถานการณ์เสมือนจริงที่เข้มข้น อาทิ การเผชิญหน้ากับแรงกดดันทางการเมือง ปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน การแจ้งเบาะแสการทุจริต (Whistleblowing) และการบริหารจัดการกลุ่มลูกค้าที่มีความเสี่ยงสูงโดยกิจกรรมนี้เน้นการมีส่วนร่วม เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์พร้อมชี้ให้เห็นว่าการยึดมั่นในความโปร่งใสและแนวปฏิบัติด้านการต่อต้านคอร์รัปชัน มีบทบาทสำคัญต่อประสิทธิภาพทางธุรกิจ ชื่อเสียงองค์กร และการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
งานปิดท้ายด้วยกิจกรรมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและสร้างเครือข่าย (Networking Session) เพื่อส่งเสริมความร่วมมือและการดำเนินกิจกรรมร่วมกันในระยะยาวระหว่างประชาคมธุรกิจนอร์เวย์และไทยต่อไป
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมและการอัปเดตเกี่ยวกับโครงการ โปรดเยี่ยมชมที่เว็บไซต์ www.norcham.com
เกี่ยวกับหอการค้าไทย-นอร์เวย์ (Thai-Norwegian Chamber of Commerce: TNCC): ในโอกาสฉลองครบรอบปีที่ 30 หอการค้าไทย-นอร์เวย์ (TNCC) มุ่งส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศนอร์เวย์และประเทศไทย พร้อมทั้งเป็นเวทีให้บริษัทและบุคลากรจากนอร์เวย์ได้สร้างเครือข่ายและมีส่วนร่วมกับชุมชนธุรกิจไทย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี