533.jpg
เปิดยุทธศาสตร์ 'จีนยุคใหม่' ถอดรหัส 'แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 15' ผ่านเวที วทจ. รุ่น 8 ชี้ช่องไทยคว้าโอกาสทองการค้า-การลงทุนในจีนยุคใหม่

เปิดยุทธศาสตร์ 'จีนยุคใหม่' ถอดรหัส 'แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 15' ผ่านเวที วทจ. รุ่น 8 ชี้ช่องไทยคว้าโอกาสทองการค้า-การลงทุนในจีนยุคใหม่

วันพุธ ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 12.58 น.
Tag :

ท่ามกลางภูมิทัศน์เศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว “จีน” ยังคงเป็นมหาอำนาจเศรษฐกิจที่ทั่วโลกจับตา ทั้งด้านการค้า การลงทุน เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ขณะที่ความสัมพันธ์ไทย–จีน ซึ่งมีความแน่นแฟ้นยาวนานกว่า 50 ปี ก็กำลังก้าวเข้าสู่มิติใหม่ของความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ ที่ไม่ได้จำกัดเพียงด้านเศรษฐกิจ หากแต่ครอบคลุมถึงการพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรม และการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน บนพื้นฐานของมิตรภาพและความไว้วางใจระหว่างสองประเทศ

สถาบันวิทยาการผู้นำไทย–จีน มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ เปิดแนวรุกเชื่อมโยงยุทธศาสตร์สีเขียวและดิจิทัล รับมือโลกเปลี่ยนผ่านภายใต้ หลักสูตรวิทยาการผู้นำไทย–จีน (วทจ.) รุ่นที่ 8  ล่าสุดได้จัดงานสัมมนาวิชาการ “หลักสูตรวิทยาการผู้นำไทย–จีน (วทจ.) รุ่นที่ 8” ภายใต้หัวข้อ “ไทย–จีน พลวัตใหม่ของการค้าและการลงทุนในโลกที่เปลี่ยนแปลง” เพื่อเปิดเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ มุมมองเชิงนโยบาย และทิศทางเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ ตลอดจนเสริมสร้างความเข้าใจด้านโอกาสทางการค้า การลงทุน และความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างไทยและจีนในอนาคต
ภายในงานได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ จาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย กล่าวปาฐกถาพิเศษ โดยระบุว่ารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานสัมมนาและมีโอกาสพบปะผู้นำรุ่นใหม่ของไทยจากหลากหลายวงการ ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาความร่วมมือไทย–จีนในอนาคต  โดยได้แบ่งปันมุมมองสำคัญเกี่ยวกับ “แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 15 (ปี 2026–2030)” ของจีน ซึ่งถือเป็นกรอบยุทธศาสตร์สำคัญในการกำหนดทิศทางเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และเทคโนโลยีของจีนในระยะ 5 ปีข้างหน้า โดยเน้นการพึ่งพาตนเองด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การพัฒนาอุตสาหกรรมสมัยใหม่ และการเติบโตอย่างยั่งยืน


“แผนพัฒนาในอีก 5 ปีข้างหน้าของจีน มีความสอดคล้องอย่างยิ่งกับยุทธศาสตร์การพัฒนาของประเทศไทย และจะนำมาซึ่งโอกาสใหม่ ๆ สำหรับความร่วมมือจีน–ไทย ทั้งในด้านการค้า การลงทุน และการพัฒนาอุตสาหกรรม ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน ทั้งสองประเทศควรใช้เสถียรภาพและความสัมพันธ์อันยาวนานร่วมกันรับมือกับความไม่แน่นอนจากภายนอก เพื่อสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกัน” ฯพณฯ จาง เจี้ยนเว่ย กล่าว

นอกจากนี้ นักลงทุนต่างชาติควรติดตามและทำความเข้าใจทิศทางนโยบายของจีนอย่างใกล้ชิด เนื่องจากจีนกำลังเร่งขยายการเปิดกว้างในภาคบริการ เทคโนโลยีดิจิทัล การค้าสีเขียว (ESG) และอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน รวมถึงการเดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตล่วงหน้า เช่น อากาศยาน เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เชิงกายภาพ และเทคโนโลยี 6G พร้อมส่งเสริมให้อุตสาหกรรมไฮเทคของจีนเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้นเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างเป็นระบบ ตลอดจนร่วมมือกันเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีและพลังงานสีเขียว โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่ปัจจุบันบริษัทจีนได้เข้ามาสร้างฐานการผลิตในไทย ดันไทยสู่ศูนย์กลางการผลิตและส่งออกของภูมิภาค
อีกทั้งแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 15 นี้ ยังเปิดโอกาสอย่างไร้ขีดจำกัดให้ผู้ประกอบการไทยในการเข้าถึงตลาดจีน ซึ่งมีประชากรกว่า 1,400 ล้านคน และมีกลุ่มประชากรรายได้ปานกลางกว่า 400 ล้านคน ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 800 ล้านคนในอีก 10 ปีข้างหน้า โดยจีนกำลังกระตุ้นการบริโภคครั้งใหญ่ภายในปี 2027 โดยเฉพาะในตลาดรถยนต์อัจฉริยะ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ผลิตภัณฑ์สำหรับผู้สูงอายุ ตลาดเครื่องสำอาง เสื้อผ้าอัจฉริยะ และผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยง ซึ่งอุตสาหกรรมเหล่านี้เป็นจุดแข็งของประเทศไทยอยู่แล้ว จึงเป็นโอกาสดีที่ไทยจะส่งออกสินค้าคุณภาพสูงเข้าสู่ตลาดจีนผ่านช่องทางต่างๆ เช่น งานมหกรรมสินค้านำเข้านานาชาติจีน (CIIE) หรืองานกวางโจวแฟร์ โดยจีนพร้อมต้อนรับประเทศไทยในการคว้าโอกาสทางธุรกิจนี้ในฐานะคู่ค้าอันดับหนึ่งของไทยมาอย่างต่อเนื่อง

ด้านนายอรัญ เอี่ยมสุรีย์ ประธานกรรมการบริหารสถาบันวิทยาการผู้นำไทย–จีน กล่าวว่า ความสัมพันธ์ไทย–จีน เป็นความสัมพันธ์ที่แนบแน่นมาอย่างยาวนาน และยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นในโลกยุคปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลง ทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง และเทคโนโลยี 

“ตลอดระยะเวลากว่าครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา ไทยและจีนมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดเสมือนญาติมิตร เห็นได้จากความร่วมมือในหลากหลายมิติ ทั้งระดับภาครัฐ ภาคธุรกิจ และระดับประชาชน การจัดสัมมนาในครั้งนี้จึงเป็นเวทีสำคัญที่จะช่วยให้ทุกฝ่ายได้แลกเปลี่ยนมุมมอง และมองเห็นทิศทางใหม่ของความร่วมมือไทย–จีนในอนาคต” นายอรัญกล่าว
งานสัมมนาครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นเวทีวิชาการในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านเศรษฐกิจและการลงทุนเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงบทบาทสำคัญของ “หลักสูตรวิทยาการผู้นำไทย–จีน (วทจ.)” ในการบ่มเพาะบุคลากรและเครือข่ายผู้นำรุ่นใหม่ที่เป็นกำลังหลักของประเทศ พร้อมที่จะใช้ศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ในการส่งเสริมมิตรภาพ ขยายความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรม และขับเคลื่อนความสัมพันธ์ไทย-จีน ให้ก้าวหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืนเพื่อประโยชน์ของประชาชนทั้งสองประเทศ ผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมต่าง ๆ ที่น่าสนใจ สถาบันวิทยาการผู้นำไทย-จีน มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ได้ทาง Line: @tclhcu  เว็บไซต์: www.tclhcu.com และ Facebook:  tclhcu#วทจ #หลักสูตรวิทยาการผู้นำไทยจีน #TCL #สถาบันวิทยาการผู้นำไทยจีน #HUACHIEW #PEKINGUNIVERSITY #เรียนรู้จีนทุกมิติ #ผู้นำยุคใหม่ #ความสัมพันธ์ไทยจีน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top