วันอังคาร ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2569
บริษัท จีไอเอส จำกัด ผู้นำด้านระบบภูมิสารสนเทศแบบครบวงจร ในกลุ่มบริษัทซีดีจี เร่งเสริมศักยภาพด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชนของประเทศ ผ่านธุรกิจ NOSTRA LOGISTICS (นอสตร้า โลจิสติกส์) ด้วยการยกระดับแพลตฟอร์ม NOSTRA LOGISTICS TMS จากระบบบริหารจัดการขนส่งอัจฉริยะ Transportation Management System (TMS) เดิม สู่ TMS Plus+ ขยายบทบาทงานที่เชื่อมโยงข้อมูล และทุกกระบวนการตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ พร้อมด้วยการบริหารจัดการต้นทุนแบบครบวงจร ลดต้นทุนทรัพยากรงานขนส่งได้มากถึง 15% หนุน SME จนถึง Enterprise ด้วยราคาเริ่มต้นตามการใช้งานของธุรกิจ ฝ่าความท้าทายของตลาดน้ำมัน เศรษฐกิจ แรงกดดันด้านภูมิรัฐศาสตร์ เพิ่มความคล่องตัว และความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว เปิดตัวสู่ตลาดรองรับการใช้งานจริงแล้ว

ดร.ธนพร ฐิติสวัสดิ์ ประธานบริษัท จีไอเอส จำกัด เปิดเผยว่า “ปัจจุบันการขนส่งไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงงานปฏิบัติการที่สนับสนุนโลจิสติกส์อีกต่อไป แต่กำลังก้าวสู่บทบาทของเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ในการบริหารธุรกิจและซัพพลายเชน ทั้งในมิติการตัดสินใจ การควบคุมต้นทุน และความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งต้องอาศัยการบูรณาการข้อมูลและการมองเห็นธุรกิจแบบองค์รวมอย่างแท้จริง การผลักดันTMS Plus+ สู่ตลาด จึงไม่ใช่แค่การปรับปรุงระบบ แต่เป็นการเปลี่ยนผ่านจากการควบคุมกลุ่มรถไปสู่แพลตฟอร์มการบริหารโลจิสติกส์และซัพพลายเชนแบบบูรณาการ ขับเคลื่อนบทบาทของเทคโนโลยีจากส่วนสนับสนุน สู่กลไกหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้บริบทการแข่งขันที่มีความซับซ้อนมากขึ้น”
ทิศทางดังกล่าวสอดคล้องกับแรงกดดัน และความไม่แน่นอนรอบด้าน โดย World Economy Forum (WEF) ระบุว่า 74% ขององค์กรชั้นนำทั่วโลกเพิ่มการลงทุนเพื่อเสริมความสามารถในการรับมือความแปรปรวนและปรับตัวทางธุรกิจ จากปัจจัยด้านกฎระเบียบการค้าที่เปลี่ยนแปลงต่อเนื่องที่ส่งผลโดยตรงต่องบประมาณด้านโลจิสติกส์ เกิดความจำเป็นในการบริหารค่าใช้จ่ายหลายปัจจัยพร้อมกัน โดยหนึ่งในความท้าทายสำคัญคือการขาดการเชื่อมโยงทุกกระบวนการของซัพพลายเชนให้ทำงานร่วมกันแบบ IT Ecosystem จึงทำให้ไม่เห็นภาพรวม นำไปสู่ข้อจำกัด และความเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจตามมา ดังนั้นการพลิกโฉมครั้งนี้จึงถือเป็นการต่อยอดสู่โซลูชันที่ประสานข้อมูลทั้งซัพพลายเชน เพื่อการตัดสินใจที่แม่นยำในสภาพแวดล้อมการแข่งขันที่ผันผวน

ด้วยเหตุนี้ NOSTRA LOGISTICS จึงเดินหน้าพลิกโฉมการดำเนินงาน โดยเสริมศักยภาพให้ TMS Plus+ พร้อมเชื่อมต่อทุกกระบวนการในซัพพลายเชน เพื่อแก้ไขข้อจำกัดจากการทำงานแบบแยกส่วน และช่วยให้องค์กรมองเห็นการดำเนินงานในภาพรวมได้อย่างชัดเจน อีกทั้งเพิ่มศักยภาพด้านการบริหารจัดการต้นทุนแบบครบวงจร อันเป็นพื้นฐานสำคัญของของการตัดสินใจในสภาวะที่ไม่แน่นอน และตอบสนองการทำงานแบบ Multi-party Network ครอบคลุมหลายฝ่ายในกระบวนการเดียว ก้าวสู่การบริหารงานแบบเรียลไทม์เกิดผลลัพธ์เชิงธุรกิจที่จับต้องได้หลายมิติ ได้แก่
“โซลูชันด้านโลจิสติกส์ในระยะถัดไปต้องสร้างความคุ้มค่าเชิงธุรกิจได้จริง โดยไม่ใช่มุ่งเพียงการเพิ่มประสิทธิภาพ แต่ต้องเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้องค์กรกำกับการดำเนินธุรกิจได้อย่างมีระบบและพร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนอย่างต่อเนื่อง บนความยืดหยุ่นที่สามารถเลือกแพ็กเกจตามรูปแบบของการใช้งานของแต่ละธุรกิจ และปรับเพิ่ม-ลดขนาดได้ รองรับตั้งแต่ธุรกิจ SME จนถึงระดับ Enterprise ภายใต้งบประมาณที่เหมาะสม เพื่อให้การลงทุนด้านเทคโนโลยีแปลงเป็นผลลัพธ์ที่วัดได้ ทั้งประสิทธิภาพ ความคล่องตัว และความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว” ดร ธนพร กล่าวทิ้งท้าย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี