วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ในยุคที่ภาวะเศรษฐกิจผันผวน ค่าครองชีพปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับเทคโนโลยียานยนต์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การเลือกซื้อรถยนต์สักคันที่สามารถตอบโจทย์ทั้งการใช้งานและไม่สร้างภาระทางการเงินในอนาคต จึงเป็นโจทย์ใหญ่ของผู้บริโภคในปี 2569 นี้

นายพัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ประธานจัดงาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2026” (FAST Auto Show Thailand 2026) ได้ให้มุมมองวิเคราะห์ปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อรถยนต์ให้เหมาะกับสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน โดยเน้นย้ำว่าผู้บริโภคจำเป็นต้องพิจารณาจาก "กระแสเงินสดในมือ" และ "ความคุ้มค่าในระยะยาว" เป็นหลัก พร้อมจำแนกแนวทางการเลือกซื้อรถออกเป็น 3 กลุ่ม เพื่อให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตและงบประมาณที่แตกต่างกัน ดังนี้
• กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เหมาะสำหรับคนที่ใช้รถเยอะในแต่ละวัน และต้องการล็อคต้นทุนพลังงาน เพราะต้นทุนต่อกิโลเมตรที่ถูกกว่าการใช้น้ำมันอย่างเห็นได้ชัด (เฉลี่ย 0.5 - 1 บาทต่อกิโลเมตร) แต่ควรต้องคำนึงถึงเรื่องต่อไปนี้
• ควรเลือกซื้อเมื่อมีความพร้อมในการติดตั้งเครื่องชาร์จ (Wall Charger) ที่บ้าน เพื่อความสะดวกและความคุ้มค่าสูงสุดในเรื่องค่าไฟฟ้า
• ควรวางแผนใช้รถคันดังกล่าวในระยะยาว 7-8 ปี ซึ่งถือเป็นช่วงปลอดภัย เพราะระยะการรับประกันแบตเตอรี่ ระบบขับเคลื่อน และมอเตอร์ของค่ายรถส่วนใหญ่อยู่ที่ 8 ปี หรือ 150,000-160,000 กิโลเมตร หากขายเร็วอาจจะขาดทุนจากค่าเสื่อมราคา และยังขับไม่นานพอที่จะเอาความประหยัดค่าน้ำมันมาคืนทุนค่าตัวรถ
• ยอมรับได้ว่าราคาขายต่ออาจตกลงเร็วกว่าปกติในช่วงปีแรก ๆ จากกลไกการแข่งขันในตลาดรถไฟฟ้า

• กลุ่มรถยนต์สันดาป (ICE) และไฮบริด (Hybrid) ทางเลือกสำหรับผู้บริโภคที่ชอบความสะดวกสบาย ต้องการประเภทรถที่หลากหลายกว่า ซ่อมบำรุงง่าย และหาอะไหล่ได้ทั่วไป หรือยังมีความกังวลด้านโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จไฟฟ้า และราคาขายต่อ ซึ่งมีให้เลือกทั้งรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปแบบดั้งเดิม (ICE) ที่ใช้เบนซินหรือดีเซล รถยนต์เครื่องยนต์ลูกผสม (HEV) และรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) คำแนะนำคือ
• เลือกแบรนด์ที่มีศูนย์บริการทั่วถึง เพื่อให้มั่นใจว่าในการใช้งานและการซ่อมบำรุงดูแลรักษาภายหน้าจะยังมีอะไหล่ซัพพอร์ตในราคาที่จับต้องได้ โดยไม่ต้องแบกรับค่าซ่อมแซมที่สูงเกินจริง
• กลุ่มรถยนต์ใช้แล้ว (Used Car) เหมาะสำหรับคนที่ต้องการ "ประหยัดเงินก้อนใหญ่" และไม่ต้องการแบกภาระหนี้สูง ทางเลือกที่คุ้มค่าที่สุดในเชิง "ค่าเสื่อมราคา" เพราะเจ้าของคนแรกได้จ่ายค่าเสื่อมในการครอบครองครั้งแรกไปให้แล้ว สามารถเลือกได้รถรุ่นใหญ่ในราคารถใหม่รุ่นเล็ก คำแนะนำคือ
• ซื้อตามงบประมาณที่มี และการใช้งาน
• สำรองงบซ่อมประมาณ 10% ของราคารถ เผื่อในกรณีต้องใช้
• เลือกซื้อรถที่อายุไม่เกิน 5 ปี หรือรถที่ยังมีการรับประกันเหลือจะช่วยลดความเสี่ยงได้มาก
• ปลดล็อคความกังวลจากการโดนหลอก ด้วยการเลือกซื้อจากผู้ประกอบการรถใช้แล้วที่เชื่อถือได้ หรือมาเลือกซื้อในงาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2026” ซึ่งมีการรับประกันซื้อคืนเต็มราคาหากคันที่ซื้อไปผิดจากเงื่อนไขกฎเหล็ก “ไม่ไฟไหม้ ไม่จมน้ำ ไม่ตัดต่อ ไม่ชนหนัก จดทะเบียนได้ และไมล์แท้”
ไม่ว่าจะเลือก "ล็อคต้นทุน" ไปกับนวัตกรรมรถ EV ยุคใหม่ เลือก "ความชัวร์ที่เข้าถึงง่าย" ของรถยนต์สันดาป/ไฮบริด หรือเลือก "เซฟเงินก้อนใหญ่" ไปกับรถมือสอง เป้าหมายคือความคุ้มค่าในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน มาร่วม “เลือกคันที่ชอบ ถอยคันที่ใช่” ในงาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2026” ที่มาพร้อมคอนเซปต์ “ดีลแรงจัดเต็มทั้งงาน อยากได้รถใหม่หรือมือสอง จัดให้ครบ จบในงานเดียว” วันที่ 1-5 กรกฎาคม ศกนี้ ณ ไบเทค บางนา เข้าชมฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย แถมลุ้นรับโชคตลอด 5 วันเต็ม ติดตามรายละเอียดของงานได้ที่ Facebook : FAST AUTO SHOW
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี