วันศุกร์ ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 เป็นวาระครบรอบ 105 ปีแห่งการสถาปนาพรรคคอมมิวนิสต์จีน (Communist Party of China: CPC) นับเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนพัฒนาการของพรรคการเมืองซึ่งมีบทบาทในการกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศจีนมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1921 จากจุดเริ่มต้นของพรรคที่มีสมาชิกเพียงไม่กี่สิบคน สู่การเป็นพรรคการเมืองที่มีสมาชิกมากกว่า 100 ล้านคน และเป็นศูนย์กลางของการขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจด้านเศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม
ตลอดระยะเวลากว่าหนึ่งศตวรรษ พรรคคอมมิวนิสต์จีนได้ผ่านทั้งช่วงแห่งการปฏิวัติ การสร้างรัฐ การปฏิรูปและเปิดประเทศ ตลอดจนการยกระดับจีนสู่การเป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจและการเมืองโลก ภายใต้การนำของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง จีนได้กำหนดเป้าหมายการพัฒนาในระยะยาวผ่านแนวคิด "การสร้างประเทศสังคมนิยมที่ทันสมัยในทุกมิติ" ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนและการส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน
การครบรอบ 105 ปีของพรรคจึงเป็นทั้งโอกาสในการทบทวนบทเรียนแห่งความสำเร็จ และการประกาศทิศทางใหม่ของจีนในบริบทโลกที่กำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ปณิธานที่ไม่เคยเปลี่ยน: มุมมองในวันครบรอบ 105 ปีการสถาปนาพรรคคอมมิวนิสต์
ตลอดระยะเวลากว่า 105 ปี พรรคคอมมิวนิสต์จีนยืนยันว่าหัวใจของการบริหารประเทศยังคงอยู่ที่ "ปณิธานดั้งเดิม" (Original Aspiration) ได้แก่ การแสวงหาความผาสุกของประชาชน และการฟื้นฟูความยิ่งใหญ่ของชนชาติจีน (Great Rejuvenation of the Chinese Nation) ซึ่งเป็นหลักคิดที่ได้รับการสืบทอดและพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง
ในการกล่าวเนื่องในวันครบรอบการก่อตั้งพรรค สี จิ้นผิงย้ำว่า พรรคจะยังคงยึดมั่นในภารกิจดั้งเดิมของการรับใช้ประชาชน และเดินหน้าสร้างชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้กับประชาชนทุกคน แนวคิดดังกล่าวสะท้อนหลักการ "ประชาชนเป็นศูนย์กลาง" (People-centered Development) ซึ่งถือเป็นกรอบสำคัญของการกำหนดนโยบายสาธารณะในจีนยุคปัจจุบัน
หลักการดังกล่าวปรากฏผ่านนโยบายสำคัญหลายด้าน เช่น การขจัดความยากจนขั้นรุนแรง การขยายหลักประกันสุขภาพ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การยกระดับการศึกษา และการสร้างโอกาสในการพัฒนาอย่างทั่วถึง โดยมีเป้าหมายให้ประชาชนเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากการเติบโตของประเทศ
อีกประเด็นที่ได้รับความสำคัญคือ "การปฏิรูปตนเองของพรรค" (Self-revolution) ซึ่งสี จิ้นผิงมองว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้พรรคสามารถรักษาความเข้มแข็งและประสิทธิภาพในการบริหารประเทศได้อย่างต่อเนื่อง แนวคิดนี้นำไปสู่การเสริมสร้างธรรมาภิบาล การต่อต้านการทุจริต และการยกระดับมาตรฐานของเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบการบริหารประเทศ
ปาฏิหาริย์แห่งการพัฒนา มุ่งสู่ "ความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน"
การพัฒนาของจีนในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมาได้รับการกล่าวถึงในระดับนานาชาติว่าเป็น "ปาฏิหาริย์แห่งการพัฒนา" (China Miracle) จากประเทศกำลังพัฒนาที่มีรายได้ต่ำ สู่การเป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับสองของโลก พร้อมกับการยกระดับประชาชนหลายร้อยล้านคนให้พ้นจากความยากจน และการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัยครอบคลุมทั่วประเทศ
อย่างไรก็ตาม จีนมองว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียวไม่ใช่เป้าหมายสุดท้าย หากการพัฒนานำไปสู่ความเหลื่อมล้ำที่เพิ่มขึ้น ดังนั้น แนวคิด "ความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน" (Common Prosperity) จึงถูกกำหนดให้เป็นทิศทางสำคัญของการพัฒนาในยุคใหม่
สี จิ้นผิงอธิบายว่า ความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันมิใช่การทำให้ทุกคนมีรายได้เท่าเทียมกัน แต่เป็นการสร้างโอกาสให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงผลประโยชน์จากการพัฒนาอย่างเป็นธรรม ผ่านการพัฒนาชนบท การยกระดับระบบสวัสดิการ การเพิ่มคุณภาพการศึกษา การสร้างงาน และการขยายชนชั้นกลาง
ในขณะเดียวกัน จีนยังผลักดันการเปลี่ยนผ่านจากการเติบโตเชิงปริมาณสู่ "การพัฒนาคุณภาพสูง" (High-quality Development) โดยมุ่งเน้นนวัตกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ เศรษฐกิจดิจิทัล พลังงานสะอาด และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เพื่อยกระดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศในระยะยาว การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของจีนในการสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจ ความเป็นธรรมทางสังคม และความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม
ก้าวสู่การเป็นประเทศสังคมนิยมที่ทันสมัยในทุกมิติ
เป้าหมายสูงสุดของจีนในช่วงกลางศตวรรษที่ 21 คือการสร้าง "ประเทศสังคมนิยมที่ทันสมัยในทุกมิติ" ซึ่งเป็นแนวคิดที่ครอบคลุมการพัฒนาเศรษฐกิจ การเมือง สังคม วัฒนธรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม และความมั่นคงไปพร้อมกัน
ภายใต้แนวคิด Chinese Modernization จีนให้ความสำคัญกับการสร้างขีดความสามารถในการพึ่งพาตนเองด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ เซมิคอนดักเตอร์ เทคโนโลยีควอนตัม เทคโนโลยีอวกาศ ยานยนต์พลังงานใหม่ และเศรษฐกิจสีเขียว ซึ่งถูกมองว่าเป็นรากฐานของการพัฒนาประเทศในอนาคต
สี จิ้นผิงเคยกล่าวว่า "นวัตกรรมคือพลังขับเคลื่อนอันดับแรกของการพัฒนา" แนวคิดดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา การสร้างบุคลากรคุณภาพสูง และการยกระดับขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีของประเทศ
ในขณะเดียวกัน จีนยังให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความมั่นคงในหลายมิติ ทั้งด้านพลังงาน อาหาร ห่วงโซ่อุปทาน และเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มความสามารถในการรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและการแข่งขันระหว่างประเทศ พร้อมทั้งยังคงยืนยันแนวทางการเปิดประเทศ การขยายความร่วมมือระหว่างประเทศ และการส่งเสริมแนวคิด "ประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันสำหรับมวลมนุษยชาติ" ซึ่งสะท้อนบทบาทของจีนในฐานะผู้มีส่วนร่วมสำคัญต่อการพัฒนาและเสถียรภาพของประชาคมโลก
ทั้งนี้ผู้เขียนเห็นว่า การครบรอบ 105 ปีของพรรคคอมมิวนิสต์จีนมิได้เป็นเพียงการรำลึกถึงประวัติศาสตร์ขององค์กรทางการเมือง หากยังสะท้อนวิวัฒนาการของรูปแบบการพัฒนาประเทศที่ผสมผสานการวางแผนระยะยาว การปฏิรูปอย่างต่อเนื่อง และการกำหนดเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน โดยมีแนวคิดสำคัญ ได้แก่ "ประชาชนเป็นศูนย์กลาง" "ความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน" "การพัฒนาคุณภาพสูง" และ "การสร้างประเทศสังคมนิยมที่ทันสมัยในทุกมิติ" ได้กลายเป็นกรอบนโยบายหลักของจีนในยุคใหม่ และเป็นพื้นฐานของการขับเคลื่อนประเทศท่ามกลางความท้าทายของโลกในศตวรรษที่ 21 เมื่อพิจารณาในภาพรวม วาระครบรอบ 105 ปีของพรรคคอมมิวนิสต์จีนจึงสะท้อนทั้งความต่อเนื่องของอุดมการณ์ การปรับตัวเชิงนโยบาย และความมุ่งมั่นในการยกระดับการพัฒนาประเทศ โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการสร้างความมั่นคง ความเจริญรุ่งเรือง และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นสำหรับประชาชน ควบคู่กับการเสริมสร้างบทบาทของจีนในเวทีโลกภายใต้แนวคิดการพัฒนาที่เน้นความร่วมมือและผลประโยชน์ร่วมกัน
ผู้เขียน ดร.กฤตติกา เศวตอมรกุล ที่ปรึกษาทรงคุณวุฒิประจำคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ
และสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร/ รองคณบดีคณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี