542.jpg
กองทุนสื่อ เชิญชมนิทรรศการศิลปะเพื่อเด็กไทยรู้ทันโฆษณาและการตลาด ปลุกกระแส ‘หนูรู้ หนูดูออก’ รู้ก่อนเลือก คิดก่อนซื้อ ป้องกันโรคอ้วนและ NCDs

กองทุนสื่อ เชิญชมนิทรรศการศิลปะเพื่อเด็กไทยรู้ทันโฆษณาและการตลาด ปลุกกระแส ‘หนูรู้ หนูดูออก’ รู้ก่อนเลือก คิดก่อนซื้อ ป้องกันโรคอ้วนและ NCDs

วันจันทร์ ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 11.37 น.

โครงการ "เด็กไทยรู้ทันโฆษณาและการตลาดอาหาร" ได้รับการสนับสนุนทุนจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กไทยที่เผชิญอิทธิพลของสื่อโฆษณาและการตลาดชักจูงบริโภคจนเสียสุขภาพ และเปิดตัวชุดสื่อแจกพ่อแม่และครู ใช้สอนเด็กรู้เท่าทันการตลาดในงานนิทรรศการศิลปะ “ALERT & AWARE” The Art for Food Advertising and Marketing Literacy ศิลปะเพื่อการรู้เท่าทันโฆษณาและการตลาดอาหาร วันที่ 8-12 กรกฎาคม นี้ ที่หอศิลป์ กรุงเทพฯ

ดร. ศุกร์สิริ อิสรชาญวาณิชย์ ประธานมูลนิธิสานสุข และหัวหน้าโครงการฯ เปิดเผยว่า จากงานวิจัยของ ดร.นงนุช จินดารัตนาภารณ์ และคณะ ในปี 2568 ระบุว่าเด็กไทยอายุ 6-18  ปี พบเห็นโฆษณาอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพผ่านสื่อสังคมออนไลน์สูงถึงร้อยละ 84 ตามมาด้วยทีวีดิจิทัลร้อยละ 76.7 และสื่อในร้านสะดวกซื้อใกล้บ้านหรือโรงเรียนร้อยละ 71.2 นอกจากนี้ เด็ก 1 ใน 4 คน พบเห็นโฆษณาเหล่านี้ผ่านแอปพลิเคชันเกมออนไลน์ ทั้งนี้ อิทธิพลของการตลาดโฆษณาที่พุ่งเป้ามายังเด็กส่งผลกระทบโดยตรงต่อพฤติกรรมการบริโภค เด็กไทยเกือบครึ่งหนึ่ง (ร้อยละ 45.4) มีความชอบต่ออาหารเพิ่มขึ้นหลังจากเห็นโฆษณา ร้อยละ 38.5 มีพฤติกรรมร้องขอให้ผู้ปกครองซื้ออาหารนั้น ร้อยละ 38.1 บริโภคอาหารดังกล่าวมากขึ้น ซึ่งหลักฐานทางวิชาการทั้งในและต่างประเทศยืนยันตรงกันว่า การได้รับอิทธิพลจากการตลาดอาหารอย่างสม่ำเสมอมีความสัมพันธ์กับการเพิ่มขึ้นของดัชนีมวลกาย และเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อการเกิดภาวะน้ำหนักเกิน โรคอ้วน และโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ในอนาคต  


ด้วยเหตุนี้ “โครงการเด็กไทยรู้ทันโฆษณาและการตลาดอาหาร” ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ร่วมกับ สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร, สมาคมโรคไม่ติดต่อไทย (NCD Alliance) และเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน ได้กำหนดจัดแสดงนิทรรศการ “ALERT & AWARE: The Art for Food Advertising and Marketing Literacy” ศิลปะเพื่อการรู้เท่าทันโฆษณาและการตลาดอาหาร ขึ้นภายใต้แนวคิด "โฆษณามีหน้าที่ขาย เด็กไทยมีหน้าที่คิด พ่อแม่มีหน้าที่ชวนเรียนรู้" ในวันที่ 8-12 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.00 – 20.00 น. ณ ลานนิทรรศการ ชั้น L หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC)

“เรามีหนังสือการ์ตูน วิดีโอแอนิเมชั่น คลิปสั้น และเพลงสำหรับเด็ก มากกว่า 1,000 รายการที่พ่อแม่และคุณครูเข้าถึงและนำไปสอนเด็กให้ตื่นรู้และดูออกว่าโฆษณามีเป้าหมายเพื่อขายสินค้า เด็กมีหน้าที่คิดวิเคราะห์ โดยพ่อแม่และครูมีหน้าที่ชวนลูกเรียนรู้เท่าทัน ผู้มาร่วมงานจะได้รับหนังสือการ์ตูนนำไปใช้สอนเด็ก และร่วมกิจกรรมรับของรางวัลมากมาย ” หัวหน้าโครงการฯกล่าว

ทั้งนี้ ในงานวันแรก (8 กรกฎาคม 2569) นางสาวพัชรพร พงษ์ทัดศิริกุล ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการรู้เท่าทันและเฝ้าระวังสื่อ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ร่วมเปิดงานและกล่าวถึงบทบาทและการสนับสนุนจากองทุนฯ  หลังจากนั้นจะเปิดเวทีเสวนาในหัวข้อ “การสร้างความรู้เท่าทันโฆษณาและการตลาดอาหารคู่ขนานกับการสร้างมาตรการทางกฎหมายเพื่อปกป้องสุขภาพเด็ก” โดยได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศร่วมแถลงข่าว ได้แก่

  • ทันตแพทย์หญิงปิยะดา ประเสริฐสม ผู้จัดการเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน และผู้เชี่ยวชาญในคณะกรรมการยกร่าง พ.ร.บ. ควบคุมการตลาดอาหารและเครื่องดื่มที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพเด็ก จะมาอัปเดตสถานการณ์โรคอ้วนในเด็กและความคืบหน้าของมาตรการทางกฎหมาย
  • ดร.แพทย์หญิงสุธี สฤษฎีศิริ ผู้อำนวยการกองสร้างเสริมสุขภาพ สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร เผยถึงผลกระทบต่อเด็กในเขตกรุงเทพฯ และมาตรการเชิงรุกที่ กทม. กำลังเร่งรัด
  • ดร. ศุกร์สิริ อิสรชาญวาณิชย์ ประธานมูลนิธิสานสุข และหัวหน้าโครงการฯ แถลงผลประเมินความรู้เท่าทันสื่อของนักเรียนมัธยม 20 แห่ง พร้อมแนะนำคลังสื่อสร้างสรรค์สำหรับครูและผู้ปกครองใช้สอนเด็กไทยให้รู้ทันโฆษณาและการตลาดอาหาร

สำหรับนิทรรศการ ALERT & AWARE จะจัดแสดงตั้งแต่วันที่ 8-12 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.00 – 20.00 น. โดยจำลองพื้นที่เป็น “ซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งการตื่นรู้และดูออก” (The Mart of Being Alert and Aware) เปลี่ยนประเด็นวิชาการให้เป็นศิลปะจัดวาง (Installation Art) ร่วมสมัยที่สนุกสนานผ่าน 12 จุดเช็กอินไฮไลท์ อาทิ:

1. ตะกร้าคิดก่อนซื้อ: เรียนรู้กลยุทธ์การตลาดที่พุ่งเป้าเด็ก เช่น การเบี่ยงความสนใจ การกล่าวอ้างสุขภาพ ผ่านงานศิลปะตกแต่งตะกร้าช้อปปิ้ง

2. Mini Theatre “นักสืบโฆษณา” & MV: ชมการ์ตูนแอนิเมชัน 3 ตอน และร่วมเต้นท่าสร้างภูมิคุ้มกันสื่อ

3. เกมท้าจับโป๊ะโฆษณา: สวมแว่นตา “หนูรู้ หนูดูออก” วิเคราะห์เทคนิคการตลาดในสื่อโฆษณาต่างๆและรับของรางวัลเมื่อตอบคำถาม “จับโป๊ะโฆษณา” ได้ถูกต้อง

4. โซนหนังสือการ์ตูน: เขาวงกตรูปเครื่องหมายคำถามที่เรียงรายด้วยหนังสือการ์ตูนชุด “แมวตื่นรู้ หนูดูออก” ซึ่งแจกให้ผู้เข้าชมฟรี

5. ประติมากรรมยักษ์ซองขนมและขวดน้ำอัดลม: ตีแผ่สิ่งที่ซ่อนอยู่ภายในบรรจุภัณฑ์ที่โฆษณาไม่ได้บอก เช่น แป้ง น้ำตาล โซเดียม และไขมัน

6. ฉลากจริงใจในเม็กซิโก: โซนพิเศษเปรียบเทียบบรรจุภัณฑ์จริงจากประเทศเม็กซิโกที่มีกฎหมายฉลากเตือนสีดำชัดเจนด้านหน้าซอง (น้ำตาลสูง, โซเดียมสูง) พร้อมเปิดให้ประชาชนร่วมโหวตเชิงสัญลักษณ์ว่าประเทศไทยควรมีฉลากเตือนลักษณะนี้หรือไม่

7. คนเสพสื่อ คนสร้างสื่อ: นำเสนอคลิปสั้นและเพลงกว่า 1,000 ชิ้น ผลงานเยาวชนไทย 20 โรงเรียนมัธยมที่ฝึกใช้เทคโนโลยี AI ผลิตสื่อให้ความรู้เรื่องเทคนิคโฆษณาและการตลาดที่เผชิญในชีวิตจริง

8. The Art of Saying NO: จำลองสถานการณ์จริงให้ผู้เข้าชมฝึกปฏิเสธไม่ซื้อ กับ "นักขายมือทอง" อย่างสุภาพและหนักแน่น เพื่อไม่ให้ถูกกดดันจากการตลาด

คณะผู้จัดงาน จึงขอเชิญชวนสื่อมวลชน ผู้ปกครอง ครู อาจารย์ และประชาชนทั่วไป ร่วมงานแถลงข่าวและพิธีเปิดนิทรรศการตามวันและเวลาดังกล่าว เพื่อร่วมกันผลักดันสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย และสร้างทักษะชีวิตให้เด็กไทย “ตื่นรู้และดูออก” เลือกอาหารจากความรู้ความเข้าใจมิใช่เพียงเพราะอิทธิพลการตลาด

กำหนดการโดยย่อสำหรับสื่อมวลชน (พุธที่ 8 กรกฎาคม 2569)

  • 13.00 - 14.00 น. ลงทะเบียนสื่อมวลชนและแขกผู้มีเกียรติ
  • 14.05 - 14.10 น. รับชมวิดีโอ “เด็กไทยรู้ทันโฆษณาและการตลาดอาหาร”
  • 14.10 - 14.25 น. พิธีเปิดแถลงข่าวและนิทรรศการ
  • 14.25 – 15.00 น. เสวนาและแถลงข่าว
  • 15.00.  สื่อมวลชนซักถามและถ่ายภาพร่วมกัน
  • 15.05 น. นำชมนิทรรศการรอบพิเศษ

ภาพจำลองการจัดนิทรรศการ (ผลิตด้วย AI)

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top