542.jpg
เจาะลึกป้ายทางหนีไฟ มาตรฐาน มอก. และ วสท. เลือกอย่างไรให้ผ่าน

เจาะลึกป้ายทางหนีไฟ มาตรฐาน มอก. และ วสท. เลือกอย่างไรให้ผ่าน

วันอังคาร ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 11.29 น.
Tag :

เปรียบเทียบมาตรฐานป้ายทางหนีไฟ มอก. vs วสท. เจาะลึกระยะติดตั้งและสเปกกฎหมายล่าสุด เพื่อให้ผ่านการตรวจรับรองอาคารได้อย่างถูกต้องและมั่นใจ

การติดตั้งป้ายทางหนีไฟในอาคารเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่เพียงแต่ช่วยนำทางผู้คนให้ปลอดภัยในยามวิกฤต แต่ยังเป็นหนึ่งในข้อกำหนดทางกฎหมายที่ต้องได้รับการตรวจสอบอย่างเข้มงวด บทความนี้ได้รับคำแนะนำเรื่องกฎระเบียบและการเลือกใช้งานที่ถูกต้องโดย Sunny Emergency Light ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฉุกเฉินชั้นนำของไทย ซึ่งจะช่วยไขข้อข้องใจระหว่างความแตกต่างของป้ายนำทางหนีภัยตามเกณฑ์ของ มอก. และ วสท. เพื่อให้ผู้ประกอบการและวิศวกรผู้ควบคุมงานเลือกซื้อและวางระบบได้อย่างถูกต้องผ่านเกณฑ์ตรวจอาคารอย่างไร้อุปสรรค

ทำความรู้จักมาตรฐาน ป้ายทางหนีไฟ ในประเทศไทย

ในการออกแบบและก่อสร้างอาคารทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นอาคารสูง อาคารขนาดใหญ่พิเศษ โรงงานอุตสาหกรรม หรือห้างสรรพสินค้า ระบบความปลอดภัยและการป้องกันอัคคีภัยถือเป็นหัวใจสำคัญอย่างยิ่ง และหนึ่งในอุปกรณ์ช่วยชีวิตที่ขาดไม่ได้เลยคือ ป้ายทางหนีไฟ ที่ต้องแสดงสัญลักษณ์อย่างชัดเจนเพื่อนำทางผู้ใช้อาคารออกสู่ทางออกสุดท้ายได้อย่างปลอดภัย


อย่างไรก็ตาม ผู้รับเหมา วิศวกร และเจ้าของอาคารหลายรายมักมีความสับสนเกี่ยวกับ "มาตรฐานการรับรอง" ของอุปกรณ์ชนิดนี้ เนื่องจากในประเทศไทยมีการใช้ข้อกำหนดหลัก 2 รูปแบบ ได้แก่ มาตรฐาน มอก. และมาตรฐาน วสท. ซึ่งแท้จริงแล้วทั้งสองหน่วยงานนี้ทำหน้าที่ควบคุมดูแลในแง่มุมที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ดังนี้

มาตรฐาน มอก. (มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม) คืออะไร?

มาตรฐาน มอก. ออกโดยสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) โดยเป็นเกณฑ์ที่เน้นควบคุม "คุณภาพการผลิตของตัวผลิตภัณฑ์" เป็นหลัก เช่น มาตรฐาน มอก. 1955 หรือมาตรฐาน มอก. อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทดสอบขีดความสามารถด้านไฟฟ้า ความทนทานต่อความร้อน ความเข้ากันได้ทางแม่เหล็กไฟฟ้า และความปลอดภัยในการใช้งานของชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อรับรองว่าอุปกรณ์ดังกล่าวผ่านขั้นตอนการผลิตที่ได้คุณภาพและมีความปลอดภัยเมื่อจ่ายกระแสไฟฟ้าเข้าสู่ระบบ

มาตรฐาน วสท. (วสท. 021004-22) คืออะไร

มาตรฐาน วสท. ออกโดยสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งฉบับล่าสุดคือ มาตรฐาน วสท. 021004-22 (ปรับปรุงครั้งที่ 5 พ.ศ. 2565) เป็นมาตรฐานที่เน้นควบคุม "การออกแบบ การติดตั้ง การคำนวณระบบ และการบำรุงรักษาเชิงวิศวกรรม" เพื่อความปลอดภัยต่อชีวิตของผู้ใช้อาคาร โดยจะระบุรายละเอียดตั้งแต่รูปร่างสัญลักษณ์ สี ความสว่าง ตำแหน่งการติดตั้ง ตลอดจนระยะห่างของจุดติดตั้ง เพื่อให้ระบบไฟส่องสว่างนำทางสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับกฎหมายควบคุมอาคารในประเทศไทย

สรุปความต่าง ป้ายทางหนีไฟ มาตรฐาน มอก. และ วสท.

เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นสำหรับการจัดเตรียมเอกสารและการผ่านตรวจรับรองอาคาร ตารางด้านล่างนี้เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างมาตรฐานทั้งสองรูปแบบในมิติต่างๆ

หัวข้อเปรียบเทียบ

มาตรฐาน มอก. (สมอ.)

มาตรฐาน วสท. (021004-22)

บทบาทหลัก

ควบคุมคุณภาพการผลิตและชิ้นส่วนของอุปกรณ์ (Product Standard)

ควบคุมการคำนวณ ออกแบบ ระยะติดตั้ง และภาพรวมระบบ (System Standard)

เป้าหมายการประเมิน

ความปลอดภัยทางไฟฟ้า ความทนทานของวัสดุ และอายุการใช้งาน

ความส่องสว่าง ความสม่ำเสมอของแสง และความถูกต้องของตำแหน่งติดตั้งเพื่อการหนีภัย

การตรวจรับรองอาคาร

ผลิตภัณฑ์ต้องได้รับการรับรองคุณภาพเพื่อเป็นเอกสารยืนยันสเปกสินค้า

ระบบติดตั้งจริง (As-built) ต้องเป็นไปตามสเปกความสูงและระยะห่างที่ถูกต้อง

ความเกี่ยวเนื่องทางกฎหมาย

ควบคุมผู้ผลิต/ผู้นำเข้าสินค้าตามกฎหมายอุตสาหกรรม

ใช้ตรวจประเมินร่วมกับกฎหมายควบคุมอาคารและระบบป้องกันอัคคีภัย

ข้อควรระวังหลักคือ การซื้ออุปกรณ์ที่ผ่าน มอก. เพียงอย่างเดียว ไม่ได้เป็นหลักประกันว่าอาคารจะผ่านการตรวจรับรอง หากอุปกรณ์เหล่านั้นถูกนำไปติดตั้งในตำแหน่งที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือมีระยะห่างและความสว่างที่ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่ วสท. กำหนด

เจาะลึกข้อกำหนด ป้ายทางหนีไฟ ตามมาตรฐาน วสท. ล่าสุด

มาตรฐาน วสท. 021004-22 มีข้อกำหนดทางเทคนิคที่ละเอียดและเข้มงวดสำหรับการติดตั้งระบบนำทางฉุกเฉิน ซึ่งผู้รับผิดชอบงานระบบไฟฟ้าควรยึดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดดังต่อไปนี้

ลักษณะป้าย รูปทรง และสีที่ถูกต้องตามมาตรฐาน

  • ต้องส่องสว่างตลอดเวลา: ป้ายทางออกฉุกเฉินต้องเป็นชนิดส่องสว่างจากภายในตัวเอง (Internally Illuminated Exit Sign) เพื่อให้เห็นเด่นชัดทั้งในภาวะปกติและภาวะฉุกเฉิน
  • รูปร่างป้าย: กำหนดให้เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าหรือสี่เหลี่ยมจัตุรัสเท่านั้น
  • รูปแบบสัญลักษณ์: ห้ามใช้ตัวอักษร "EXIT" หรือ "ทางออก" เป็นป้ายหลักตามลำพัง (แต่สามารถติดตั้งเป็นป้ายเสริมที่แยกอิสระได้) ป้ายหลักต้องใช้สัญลักษณ์มาตรฐานตามรูปคนวิ่งผ่านประตูร่วมกับลูกศรนำทาง (Pictorial Element)
  • สีป้ายเพื่อความปลอดภัย: กำหนดให้สีของสัญลักษณ์ลูกศร และประตูขององค์ประกอบภาพต้องเป็นสีขาว ฉากหลังขององค์ประกอบภาพและพื้นที่เพิ่มเติมของโคมไฟฟ้าป้ายทางออกฉุกเฉินต้องเป็นสีเขียว ซึ่งต้องมีค่าโคออร์ดิเนตสีที่ถูกต้องตามข้อกำหนดวัสดุโปร่งแสง

ช่วงเวลาการส่องสว่างในภาวะฉุกเฉิน

เมื่อแหล่งจ่ายไฟฟ้าปกติล้มเหลว หรือเครื่องป้องกันกระแสเกินเปิดวงจร แหล่งจ่ายไฟฉุกเฉินจากแบตเตอรี่หรือยูพีเอส (UPS) ของป้ายทางออกจะต้องทำงานโดยอัตโนมัติทันที และต้องสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าเพื่อคงความสว่างของป้ายได้อย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 120 นาที (2 ชั่วโมง)

มาตรฐานความสูงและตำแหน่งในการติดตั้ง

การติดตั้งป้ายทางออกฉุกเฉินด้านบน (ซึ่งเป็นป้ายหลัก) ต้องควบคุมความสูงดังนี้

  • ป้ายทางออกด้านบน (ป้ายหลัก): ขอบล่างของป้ายต้องมีความสูงจากระดับพื้นสำเร็จระหว่าง 2.0 เมตร ถึง 2.7 เมตร
  • ป้ายทางออกด้านล่าง (ป้ายเสริม): ในกรณีที่ต้องการเสริมความปลอดภัยเพื่อเลี่ยงปัญหาควันบดบังสายตา ขอบล่างของป้ายเสริมต้องสูงจากพื้น 15 ถึง 20 เซนติเมตร และตัวป้ายต้องอยู่ห่างจากขอบประตูไม่น้อยกว่า 10 เซนติเมตร

ระยะห่างการติดตั้งระหว่างป้ายที่กฎหมายกำหนด

ระยะห่างสูงสุดในการติดตั้ง ป้ายทางหนีไฟ จะแปรผันตามขนาดขององค์ประกอบภาพสัญลักษณ์ (Pictorial Element) บนหน้าปัดป้าย โดยสูตรคำนวณคือ $2.4 imes a$ (เมื่อ $a$ คือความสูงขององค์ประกอบภาพหน่วยเป็นเซนติเมตร)

  • ขนาดสัญลักษณ์สูง 10 เซนติเมตร ระยะห่างระหว่างป้ายสูงสุดไม่เกิน 24 เมตร
  • ขนาดสัญลักษณ์สูง 15 เซนติเมตร ระยะห่างระหว่างป้ายสูงสุดไม่เกิน 36 เมตร
  • ขนาดสัญลักษณ์สูง 20 เซนติเมตร ระยะห่างระหว่างป้ายสูงสุดไม่เกิน 48 เมตร

นอกจากนี้ จะต้องติดตั้งป้ายในจุดสำคัญต่างๆ เสมอ เช่น ทางเดินร่วม ทางแยก ทางเลี้ยว จุดเปลี่ยนระดับหรือขั้นบันได และเหนือประตูทางออกสุดท้าย (Final Exit) โดยหากเป็นจุดทางแยกหรือทางเลี้ยว ต้องติดตั้งป้ายให้อยู่ห่างไม่เกิน 2 เมตรในแนวระดับจากจุดเปลี่ยนทิศทางเหล่านั้น

เทคนิคการเลือกซื้อและติดตั้งให้ผ่านการตรวจรับรองอาคาร

เพื่อให้การตรวจรับรองและบำรุงรักษาอาคารเป็นไปอย่างราบรื่น ผู้ควบคุมงานและเจ้าของอาคารสามารถใช้เทคนิคเหล่านี้ร่วมกับการพิจารณา

  • ใช้วัสดุต้านทานเปลวไฟ: โครงสร้างป้ายและกรอบวัสดุต้องผ่านคุณสมบัติต้านทานการติดไฟและการลามไฟ
  • ระบบชาร์จอัตโนมัติ: เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีชุดควบคุมและเครื่องประจุแบตเตอรี่ (Charger) ประสิทธิภาพสูง ที่สามารถประจุไฟกลับคืนเต็มความจุได้ภายในเวลา 24 ชั่วโมงหลังจากใช้งาน
  • ติดตั้งระบบป้องกันกระแสเกิน: การเชื่อมต่อสายไฟต้องแยกออกจากวงจรแสงสว่างทั่วไป และอุปกรณ์ป้องกันระบบ (เช่น สวิตช์ตัดตอน หรือฟิวส์) ควรเก็บไว้ในตู้คอนโทรลที่จำกัดสิทธิ์เฉพาะเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลเท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลภายนอกปิดการทำงานโดยไม่ตั้งใจ
  • เก็บบันทึกผลและตรวจสอบ: จัดเก็บแบบแปลนติดตั้งจริง (As-built Drawing) รายการระบุสเปกสินค้า และสมุดบันทึกผลการตรวจสอบการทำงานรายเดือน (ทดสอบไม่น้อยกว่า 30 วินาที) และรายปี (ทดสอบ 120 นาที) ไว้ที่ศูนย์สั่งการดับเพลิง (Fire Command Centre) ของอาคารอย่างสม่ำเสมอ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับป้ายทางหนีไฟ

สามารถใช้ป้ายที่มีเฉพาะตัวอักษรภาษาอังกฤษ เช่นคำว่า "EXIT" แทนป้ายทางหนีไฟที่เป็นรูปภาพได้หรือไม่

ตามมาตรฐาน วสท. ฉบับล่าสุด ไม่อนุญาต ให้ใช้ป้ายตัวอักษรเดี่ยวๆ เป็นป้ายทางออกฉุกเฉินหลัก ป้ายมาตรฐานจะต้องใช้สัญลักษณ์รูปภาพ (เช่น รูปคนวิ่งผ่านประตูและลูกศรนำทาง) ส่วนป้ายตัวอักษรสามารถนำมาใช้ติดตั้งเสริมประกอบแยกต่างหากได้เท่านั้น

ป้ายทางหนีไฟแบบส่องสว่างในตัว (ใช้ไฟฟ้า) กับป้ายแบบเรืองแสง แตกต่างกันอย่างไรในแง่กฎหมายอาคาร

มาตรฐาน วสท. กำหนดให้ป้ายหลักในเส้นทางหนีภัยต้องเป็นโคมไฟฟ้าชนิด "ส่องสว่างจากภายในตัวเอง" (Internally Illuminated) ที่ต่อเข้ากับระบบไฟปกติและมีแบตเตอรี่สำรองฉุกเฉิน ส่วนระบบป้ายเรืองแสง (Phosphorescent) หรือระบบนำทางแบบไม่ใช้ไฟฟ้า ถือเป็นเพียง "ระบบส่วนเสริม" เพื่อเพิ่มความปลอดภัยเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนป้ายไฟหลักได้

ป้ายสัญลักษณ์รูปคนวิ่งผ่านประตูสีขาว-เขียว แต่มีเส้นขีดทับสีแดง หมายถึงอะไร

ในระบบเครื่องหมายนำทางฉุกเฉิน ป้ายที่มีสัญลักษณ์คนวิ่งผ่านประตูแต่มีเส้นขีดทับสีแดง ถือเป็นป้ายเสริมที่ใช้เพื่อสื่อความหมายระบุชัดเจนว่า "ไม่ใช่ทางผ่าน" หรือ "ไม่ใช่ทางออกสุดท้าย" เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้หนีภัยหลงเข้าไปในพื้นที่อันตรายหรือทางตันในขณะเกิดเหตุฉุกเฉิน

การติดตั้งป้ายทางหนีไฟเสริมใกล้ระดับพื้นดิน (Low-Level Exit Sign) มีข้อกำหนดความสูงอย่างไร

ป้ายเสริมใกล้พื้น (สำหรับกรณีมีควันไฟหนาแน่นลอยขึ้นสูง) มีข้อกำหนดคือ ขอบล่างของป้ายต้องอยู่สูงจากระดับพื้นดินระหว่าง 15 ถึง 20 เซนติเมตร และตำแหน่งของขอบป้ายจะต้องอยู่ห่างจากขอบประตูไม่น้อยกว่า 10 เซนติเมตร

เจ้าของอาคารต้องทำการทดสอบและตรวจสอบป้ายทางหนีไฟบ่อยแค่ไหนจึงจะถูกต้องตามมาตรฐาน

ตามข้อกำหนด วสท. ต้องมีการทดสอบ 2 ส่วน คือ 1) การตรวจสอบรายเดือน: ทำการทดสอบฟังก์ชันการทำงานทั่วไป โดยป้ายต้องส่องสว่างสลับไปใช้ไฟแบตเตอรี่ได้อย่างถูกต้องไม่น้อยกว่า 30 วินาที และ 2) การตรวจสอบรายปี: ต้องจำลองสถานการณ์ไฟดับเต็มรูปแบบ โดยป้ายต้องสามารถส่องสว่างฉุกเฉินต่อเนื่องได้ไม่น้อยกว่า 120 นาที (2 ชั่วโมง) พร้อมทั้งบันทึกประวัติลงในสมุดบันทึกของอาคาร

สรุปบทความ

การเลือกซื้อและติดตั้งป้ายทางหนีไฟให้มีประสิทธิภาพและผ่านการตรวจอาคารนั้น จำเป็นต้องอาศัยทั้งการเลือกผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองวัสดุการผลิตตามมาตรฐาน มอก. ควบคู่ไปกับการออกแบบจุดติดตั้งและคุณสมบัติทางวิศวกรรมให้สอดคล้องกับมาตรฐาน วสท. อย่างเคร่งครัด สำหรับผู้ที่กำลังมองหาระบบนำทางฉุกเฉินที่ได้มาตรฐานระดับสากลและตรงตามข้อกำหนดกฎหมายอย่างแนบเนียนในทุกขั้นตอน Sunny Emergency Light ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฉุกเฉินชั้นนำของไทย พร้อมให้บริการด้วยผลิตภัณฑ์เพื่อความปลอดภัย ทั้งโคมไฟฉุกเฉิน ป้ายทางหนีไฟ ตู้ควบคุมระบบไฟฉุกเฉิน และอุปกรณ์เสริมคุณภาพสูงที่สามารถตอบโจทย์งานระบบความปลอดภัยในอาคารทุกประเภทได้อย่างมั่นใจ ดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมบนเว็บไซต์ได้เลย

สนใจสั่งซื้อสินค้าออนไลน์จาก SUNNY ได้ที่

  • ร้านค้า ShopeeMall บน Shopee
  • ร้านค้า LazMall บน LAZADA
  • Line Official @SunnyThailand
  • Email sunny@sunnyemergencylight.com

หรือเลือกซื้อสินค้าผ่านร้านโมเดิร์นเทรดอย่าง ไทวัสดุ โฮมโปร เมกะโฮม Bean & Beyond หรือ ตัวแทนจำหน่ายไฟฉุกเฉิน SUNNY ใกล้บ้านคุณ และหากคุณมีคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับไฟฉุกเฉิน และอุปกรณ์อื่น ๆ สามารถติดต่อเราได้ที่ 02-378-1034

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top