542.jpg
คอลัมน์ Dream for ALL : ชัยชนะของ‘ฟุตบอล’

คอลัมน์ Dream for ALL : ชัยชนะของ‘ฟุตบอล’

วันอังคาร ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 12.39 น.

 

เจ้าภาพ 3 ชาติยุติเส้นทางที่แตกต่างกันออกไปในรอบ 16 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลก 2026


 

แคนาดา พ่ายยับเยินให้กับ โมร็อกโก 0-3 ต่อด้วย เม็กซิโก แพ้ให้กับ อังกฤษ สุดมันส์ 2-3 และเป็น สหรัฐอเมริกา แพ้ เบลเยี่ยม 1-4

 

การตกรอบของ แคนาดา แทบจะไม่ได้มีอะไรพูดถึง ขณะที่ เม็กซิโก ที่มีเรื่องของเกมการเล่นสุดระทึกใจ และสถิติต่าง ๆ มากมายกับสนามศักดิ์สิทธิ์อย่าง “อัซเตก้า”

 

แต่ลงท้ายไม่มีอะไรหนักไปกว่าการตกรอบของสหรัฐอเมริกา

 

ประเด็นคือเรื่องของ “ใบแดง” ของ โฟลาริน บาโลกุน กองหน้าดาวเด่นของสหรัฐฯ ที่โดนไล่ออกในรอบ 32 ทีม ในเกมที่ทีมชนะ บอสเนีย แอนด์ ฮอร์เซโกวีนา  2-0 ตามกฎก็คือ ทำให้เขาจะพลาดเกมกับ เบลเยี่ยม ในรอบ 16 ทีมแบบอัตโนมัติ เมื่อคุณโดนใบแดงแล้วก็ต้องติดโทษแบน

 

นับตั้งแต่มีการนำใบเหลืองและใบแดงมาใช้ในการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 1970 ไม่มีผู้เล่นคนใดที่ได้รับใบแดงแล้วยังลงเล่นในนัดต่อไปของทีมในฟุตบอลโลก ได้เลย แต่..........

 

แต่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เข้าไปล้วงลูก ด้วยการโทรคุยกับประธานฟีฟ่าอย่าง จานนี่ อินฟานติโน่ ให้ทบทวนการโทษแบนอีกครั้ง และกลายเป็นว่า ฟีฟ่า อนุญาตให้ลงสนาม 

 

บาโลกุน ถูกปรับเงิน 40,000 ดอลลาร์ โดยคณะกรรมการวินัยฟีฟ่า แต่การแบนหนึ่งนัดของ บาโลกุน ถูกพักไว้หนึ่งปี และเขาสามารถลงเล่นนัดกับ เบลเยียม ได้ จนสร้างกระแสแอนตี้ไปทั่วโลก ทั้งองค์กรฟุตบอลอย่าง ยูฟ่า และบรรดาคนในวงการลูกหนัง ที่ไม่เห็นด้วยแทบจะร้อยเปอร์เซนต์

 

มันบีบให้ ฟีฟ่า ที่ตอนแรกไม่มีการแถลงอะไรออกมาเลย ยกเว้นการแถลงจากตัวของประธานฟีฟ่าที่ออกมาแบบ “กำกวม” สุดท้ายก็ต้องการการยืนยันออกมาจาก คณะกรรมการวินัย 

โดยแถลงการณ์จากประธานคณะกรรมการวินัยของฟีฟ่า เกี่ยวกับใบแดงของ ก็ไม่ได้ระบุเหตุผลเฉพาะเจาะจงว่า ‘ทำไม’ คณะกรรมการอิสระจึงเลือกที่จะพักการใช้ใบแดง เว้นแต่ "ดุลยพินิจ"

 

ไทม์ไลน์สำคัญก็คือ เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2026 ฟีฟ่า ได้เปิดการดำเนินการทางวินัยต่อ บาโลกุน สำหรับการละเมิดที่เป็นไปได้ตามมาตรา 66 ของประมวลวินัยฟีฟ่า (การไล่ออกและการพักแข่งขันที่เกี่ยวข้องกับใบแดง) และมาตรา 14 ของประมวลวินัยฟีฟ่า(พฤติกรรมไม่เหมาะสมของผู้เล่น)

 

จากนั้นในวันที่ 5 กรกฎาคม คณะกรรมการวินัยฟีฟ่า พบว่า บาโลกุน มีความผิดทั้งสองข้อหาและกำหนดโทษแบนหนึ่งนัด โดยพักการบังคับใช้แบบรอลงอาญาเป็นเวลา 1 ปี และปรับเงิน 40,000 ดอลลาร์

 

คณะกรรมการวินัยฟีฟ่า เลือกที่จะใช้มาตรา 27 ของประมวลวินัยฟีฟ่า "ซึ่งให้ดุลยพินิจในการพักการบังคับใช้นโยบายวินัยใดๆ"

 

แล้วมาตรา 27 คืออะไร????

 

ความหมายมาตรานี้ก็คือ อนุญาตให้ฟีฟ่า "ระงับการบังคับใช้มาตรการทางวินัยทั้งหมดหรือบางส่วน" ซึ่งเป็นกฎที่ครอบคลุมค่อนข้างกว้าง และอนุญาตให้ฟีฟ่า สามารถตัดสินใจอะไรก็ได้ตามที่ต้องการ โดยไม่ต้องปฏิบัติตามเกณฑ์อื่นๆ

 

ที่สำคัญก็คือ มาตรา 27 ไม่เคยถูกนำมาใช้ในฟุตบอลโลกมาก่อน

 

ดังนั้นโทษแบนของ บาโลกุน อยู่ในช่วงเวลารอลงอาญา และจะถูกพิจารณาใหม่ทันที ในกรณีที่เขาทำผิดอีกครั้งที่มีลักษณะและความรุนแรงคล้ายคลึงกัน ซึ่งคณะกรรมการวินัยฟีฟ่า ย้ำถึงความเป็นอิสระของตน

 

คณะกรรมการวินัยฟีฟ่า เพิ่มเติมว่าพวกเขา "ไม่ได้ยกเลิกการตัดสินไล่ออกจากสนามของกรรมการต่อ บาโลกุน" จึงปรับเงินไปด้วย โดยเหตุผลเดียวของพวกเขาคือว่า "ตามมาตรา 27 คณะกรรมการวินัยฟีฟ่า มีดุลยพินิจในการพักการบังคับใช้นโยบายวินัยใดๆ ตราบใดที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผลการแข่งขัน"

 

"การใช้อำนาจดุลยพินิจดังกล่าวสอดคล้องอย่างสมบูรณ์กับหลักการแนวทางทั่วไปสำหรับการกำหนดโทษวินัยที่ใช้ได้ตามมาตรา 25 ของประมวลวินัยฟีฟ่า"

 

ที่ผ่านมาจากอดีตถึงปัจจุบันฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย มีการแจกใบแดงมาแล้ว 189 ใบ มีเพียงรายเดียวก่อนหน้านี้เท่านั้นที่ไม่ถูกลงโทษแบน คนแรกและคนเดียวของโลกคือ "นกน้อย" การ์รินชา ของบราซิล ในปี 1962 ซึ่งถูกไล่ออกในเกมรอบรองชนะเลิศกับ ชิลี แต่ได้ลงเล่นในเกมรอบชิงชนะเลิศ กับ ทีมชาติเชโกสโลวาเกีย

 

ในตอนนั้นไม่มีการลงโทษแบนโดยอัตโนมัติ การตัดสินขึ้นอยู่กับคณะกรรมการโดยพิจารณาจากหลักฐานที่ผู้ตัดสินให้ไว้

การตัดสินของคณะกรรมการวินัยของฟีฟ่าในปี 1962 ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากข้อกล่าวหาเรื่องการแทรกแซงทางการเมือง ซึ่งเป็นเหตุผลจากปัจจัยภายนอก และเป็นเช่นนั้นอีกครั้งในหนนี้

 

เนื่องจากความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างทำเนียบขาวและฟีฟ่า การตัดสินใจที่ผิดปกติอย่างมากซึ่งเอื้อประโยชน์ให้กับเจ้าภาพร่วมจึงเป็นสิ่งที่ต้องตั้งคำถาม ทั้งที่รู้คำตอบกันดีอยู่แล้ว

 

อย่างไรก็ตาม ไม่จำเป็นต้องเดือดร้อนสวรรค์ต้องมีตา เพราะโลกใบนี้ยังมีความยุติธรรมอยู่เสมอ

 

สหรัฐอเมริกา ลงสนามเจอกับ เบลเยี่ยม และเล่นแบบ “ผิดฟอร์ม” จากทุกนัดที่้ผ่านมา ทั้งที่้นักเตะอยู่กันครบทีม โดยมี บาโลกุน ยืนกองหน้า แต่แทบจะไม่สามารถทำอะไร เบลเยี่ยม ที่ไม่ค่อยจะมีอะไรได้เหมือนกัน

 

สุดท้ายบอลจบแบบทุกอย่างเป็นใจให้ เบลเยี่ยม เพราะได้ประตูขึ้นนำเร็วตั้งแต่ 9 นาทีแรก จากนั้นโดน สหรัฐ ตีเสมอก็จริงด้วยลูกแฉลบในนาทีที่ 31 แต่แค่ไม่ถึง 2 นาทีก็กลับมานำอีกครั้ง และมาได้สองประตูที่ง่ายเหมือนแถมให้ในครึ่งหลัง 

 

สกอร์จบ อเมริกา ยับเยินทั้งในสนาม 1-4 และ โดนัลด์ ทรัมป์ ยับเยินอีกครั้งที่นอกสนาม

 

ท่าเต้นแบบ ทรัมป์ ที่ โรเมลู ลูกากู คนยิงประตูปิดท้ายเต้นกับเพื่อนร่วมทีม มันเหมือนกับบอกทุกสิ่ง และฟุตบอลได้รับการปกป้องอีกครั้ง

 

ด้วยตัวของมันเอง........

 

บี แหลมสิงห์ 

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top