วันอังคาร ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ไทยกระหึ่มเวทีโลก! ทะยานคว้าอันดับ 7 ดัชนีสุขสภาพ ‘GZWI 2026’ ขึ้นแท่น 1 ใน 13 ประเทศกลุ่มสูงสุด Pure GoldenZone เผยมิติตัวเลข ‘อายุยืน’ แข็งแกร่งติดท็อป 5 โลก ย้ำภาพลักษณ์เมืองหลวงสุขภาพ
สถาบันการสร้างชาตินานาชาติ (NBII) ร่วมกับ ศูนย์การพัฒนาดัชนี สถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา (IFD) และ International Society of Wellness (ISW) ได้ร่วมกันแถลงผลการจัดอันดับประเทศทั่วโลกด้วย ‘ดัชนีสุวรรณภูมิแห่งสุขสภาพ’ (GoldenZone Wellness Index: GZWI) ประจำปี 2026 ซึ่งเป็นการประเมินผลลัพธ์สุขสภาพครอบคลุม 139 ประเทศทั่วโลก
แพทย์หญิงกัลยรัตน์ สุขเรือง จากสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะกรรมการผู้จัดการสมาพันธ์สุขสภาพนานาชาติ เปิดเผยว่า ดัชนี GZWI ถูกออกแบบขึ้นเพื่อเป็นเครื่องมือชี้วัดมาตรฐานใหม่ที่ไม่พึ่งพาเพียงตัวเลขอายุขัย (Life Expectancy) แต่ใช้ระบบคัดกรองแบบประตูลูกโซ่ (Sequential Gateway Rating System) แบ่งเกรดเป็น 5 ระดับ ได้แก่ Blue, Green, Rose, White และระดับสูงสุดคือ Pure GoldenZone โดยมุ่งวัดความสมดุลใน 3 มิติหลัก คือ อายุยืนยาว (Longevity) สุขภาพดี (Healthiness) และมีความสุข (Happiness)

จากการประเมินพบว่าในปี 2026 มีเพียง 13 ประเทศจากทั่วโลกเท่านั้นที่สามารถผ่านเกณฑ์หินในขั้นสูงสุดเข้าสู่กลุ่ม Pure GoldenZone ได้ โดยผลการจัดอันดับผู้นำระดับโลกและภูมิภาค มีดังนี้ อันดับ 1 ของโลก: ประเทศญี่ปุ่น , อันดับ 2 ของโลก: ประเทศอิสราเอล , อันดับ 3 ของโลก (อันดับ 1 อาเซียน): ประเทศสิงคโปร์ และอันดับ 7 ของโลก (อันดับ 2 อาเซียน): ประเทศไทย ทั้งนี้ในภูมิภาคอาเซียนมีเพียง สิงคโปร์ และ ไทย เท่านั้นที่สามารถทะลุเข้าสู่กลุ่ม Pure GoldenZone ได้ โดยทิ้งห่างอันดับ 3 ของภูมิภาคอย่าง ประเทศเวียดนาม ซึ่งจัดอยู่ในระดับ Rose อย่างมีนัยสำคัญ
เมื่อแยกพิจารณาคะแนนรายมิติของประเทศไทย พบข้อมูลเชิงสถิติที่น่าสนใจดังนี้ 1.มิติตัวเลขอายุขัย (Longevity): คว้าอันดับ 5 ของโลก มีจุดเด่นอย่างยิ่งในด้านอัตราการรอดชีวิตขั้นสุดโต่ง หรือกลุ่มประชากรที่มีอายุเกิน 110 ปีขึ้นไป (Supercentenarian) 2.มิติความสุข (Happiness): จัดอยู่ในอันดับที่ 23 ของโลก และ 3.มิติสุขภาพดี (Healthiness): จัดอยู่ในอันดับที่ 36 ของโลก

พญ.กัลยรัตน์ ระบุว่า ตัวเลขในมิติความสุขและสุขภาพคือ ‘โอกาสเชิงยุทธศาสตร์’ ที่สำคัญ ยุทธศาสตร์ของประเทศหลังจากนี้ไม่ใช่การรื้อระบบสาธารณสุขใหม่ทั้งหมด เนื่องจากโครงสร้างเดิมมีความแข็งแกร่งอยู่แล้ว แต่รัฐบาลควรพุ่งเป้านโยบายสาธารณะไปที่การอุดรอยรั่วในจุดอ่อนบางประการ เช่น การแก้ปัญหาโรควิถีชีวิตคนเมือง (NCDs) การแพทย์เชิงป้องกัน (Preventive Medicine) การส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต และการสร้างเป้าหมายในชีวิตให้แก่ผู้สูงวัย ซึ่งหากทำได้ อันดับของไทยจะก้าวขึ้นสู่ระดับ Top ของโลกได้อย่างแน่นอน
ข้อค้นพบสำคัญทางสถิติจากการวิเคราะห์ดัชนี GZWI ในครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า แม้รายได้ประชาชาติต่อหัว (GNI per capita) จะมีผลอย่างมากในการช่วยฉุดประเทศให้พ้นจากกลุ่มรั้งท้าย (ระดับล่าง) แต่เมื่อประเทศพัฒนาขึ้นมาถึงระดับหนึ่งแล้ว ปัจจัยด้านตัวเงินจะไม่มีนัยสำคัญทางสถิติต่อการเลื่อนระดับจากชั้น White ไปสู่ระดับสูงสุดอย่าง Pure GoldenZone

‘ผลการศึกษานี้สะท้อนชัดเจนว่า คุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนของประชาชนไม่สามารถซื้อได้ด้วยเม็ดเงินหรือการลงทุนด้านใดด้านหนึ่งเพียงลำพัง ประเทศที่มีจุดแข็งเพียงด้านเดียวแต่ละเลยมิติอื่นจะไม่สามารถสร้างสุขสภาพที่แท้จริงได้ การขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้าจึงจำเป็นต้องใช้นโยบายแบบบูรณาการที่สร้างความสมดุลระหว่าง อายุขัย สุขภาพ และความสุข ควบคู่กันไป’ พญ.กัลยรัตน์ กล่าวสรุป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี