วันพฤหัสบดี ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
สายตรงสอบสวนกลาง! ชาวตากยื่น บก.ปปป. จี้สางปม ‘วัดดอยข่อยเขาแก้ว’ แฉพิธีกรรมปริศนาลอบตั้งวัดฮุบโบราณสถาน ทวงคืนสมบัติชาติสมเด็จพระเจ้าตากสินสู่ของสาธารณะ
ตัวแทนภาคประชาชนจากตำบลแม่ท้อ อำเภอเมือง จังหวัดตาก พร้อมด้วยสมาชิกชมรมตามรอยเจ้าตาก ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เพื่อติดตามความคืบหน้าในการสืบสวนสอบสวนกรณีปัญหาการบุกรุกครอบครองพื้นที่โบราณสถาน ‘วัดดอยข่อยเขาแก้ว (ร้าง)’ ซึ่งเป็นศาสนสถานสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่มีความเกี่ยวเนื่องกับองค์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชครั้งทรงรั้งตำแหน่งพระยาตาก
แม้ในปัจจุบัน สถานการณ์ทางกายภาพของโบราณสถานจะเริ่มคลี่คลายจากการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่ไม่ได้ขออนุญาตออกไปเป็นส่วนใหญ่แล้ว หลังจากที่กรมศิลปากรได้แจ้งความดำเนินคดีกับผู้เข้ามาใช้ประโยชน์มิชอบมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 ประกอบกับคณะกรรมการดูแลรักษาและบริหารจัดการชุดเก่าได้สิ้นสุดวาระลง แต่ภาคประชาชนยังคงแสดงความกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับ ‘ทิศทางและกลไกการบริหารจัดการพื้นที่ในระยะยาว’ ที่อาจมีกลุ่มอิทธิพลบางกลุ่มพยายามใช้ช่องว่างทางกฎหมายเข้ามาเปลี่ยนแปลงสถานะของโบราณสถานแห่งนี้
เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำรอยเดิม ทางตัวแทนชุมชนได้ยื่นเอกสารข้อมูลต่อ บก.ปปป. เพื่อให้ร่วมตรวจสอบกระบวนการทำงานในอดีตที่สุ่มเสี่ยงต่อการสร้างเงื่อนไขผูกพันในระยะยาว โดยมี 3 ประเด็นหลักดังนี้ 1.ตั้งข้อสังเกตกรณีคณะกรรมการฯ ชุดเดิม มีพฤติการณ์ทบทวนมติเพื่อชะลอการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่ล่วงล้ำแนวเขตโบราณสถาน ขัดต่อหลักธรรมาภิบาลและความจำเป็นเร่งด่วนในการปกป้องสมบัติของชาติ
ต่อมา 2.มีการตรวจสอบพบการประกอบพิธีทางศาสนา (พิธีสมมุติเสมา) ภายในพระอุโบสถโบราณเมื่อช่วงปลายปี พ.ศ. 2568 โดยไม่ได้ขออนุญาตจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติและกรมศิลปากร ภาคประชาชนตั้งข้อสังเกตว่านี่อาจเป็นแผนการขั้นบันไดเพื่อยกฐานะวัดร้างขึ้นเป็นวัดที่มีพระสงฆ์จำพรรษาเพื่อครอบครองสิทธิ์ในที่ดิน ซึ่งไม่มีความจำเป็นเนื่องจากในพื้นที่ติดกันมี ‘วัดกลางสวนดอกไม้’ ซึ่งเป็นวัดที่ถูกต้องตามกฎหมายและมีประวัติศาสตร์เชื่อมโยงกับสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชอยู่แล้ว และ 3.มีความพยายามจัดกิจกรรมขนาดใหญ่ในพื้นที่วัดร้างที่ไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์การอนุรักษ์ จนกรมศิลปากรต้องออกคำสั่งระงับ ชุมชนหวั่นใจว่าหากขาดการกลั่นกรองที่ดีในอนาคต โบราณสถานจะถูกนำไปใช้ประโยชน์ในทางที่เสื่อมเสียคุณค่าดั้งเดิม
ตัวแทนชาวบ้านตำบลแม่ท้อ เน้นย้ำว่า เป้าหมายสูงสุดของการมาร้องเรียนที่ บก.ปปป. ในวันนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การดำเนินคดีทางกฎหมายเท่านั้น แต่ต้องการเปลี่ยนผ่านโบราณสถานแห่งนี้ให้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ที่มีชีวิตและสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
‘พวกเราชาวตำบลแม่ท้อและคนจังหวัดตาก อยากเห็นพื้นที่ตรงนี้เปิดกว้างเป็นพื้นที่สาธารณะเพื่อประโยชน์ของชุมชนอย่างแท้จริง โดยต้องการให้เกิดกลไกใหม่ที่มีการบูรณาการร่วมกัน 4 ฝ่าย คือ สำนักงานพระพุทธศาสนาฯ, กรมศิลปากร, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาชน เพื่อร่วมกันดูแล พัฒนาพื้นที่อย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และถูกหลักวิชาการ เพื่อปิดช่องว่างไม่ให้กลุ่มทุนหรือกลุ่มผลประโยชน์ใดเข้ามาเร่งรัดเปลี่ยนแปลงสถานะวัดร้างเพื่อผลประโยชน์ส่วนตนเมื่อกระแสสังคมเงียบหายไป’ ตัวแทนภาคประชาชนระบุ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี