543.jpg
สสส.เดินหน้าสร้างภูมิคุ้มกัน ‘เด็ก-เยาวชน’ พ้นภัยบุหรี่ไฟฟ้า

สสส.เดินหน้าสร้างภูมิคุ้มกัน ‘เด็ก-เยาวชน’ พ้นภัยบุหรี่ไฟฟ้า

วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 11.17 น.
Tag :

นางสาวรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ระบุการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในปัจจุบันได้ขยายวงกว้าง โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชนซึ่งมีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หรืออยู่ที่ 17.6% ซึ่งเป็นผลมาจากบริษัทผู้ผลิตบุหรี่ไฟฟ้าได้พัฒนากลยุทธ์การตลาดอย่างต่อเนื่องเพื่อเจาะตลาดกลุ่มนี้ ขณะที่แรงจูงใจอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้เด็กและเยาวชนเริ่มใช้บุหรี่ไฟฟ้า มาจากการชักชวนของเพื่อนและการโฆษณา จะเห็นว่าภายในระยะเวลา 7 ปี อัตราการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเด็กและเยาวชนเพิ่มขึ้นถึง 11 เท่า ถือเป็นภัยคุกคามสำคัญต่อสุขภาวะและพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน

จากผลสำรวจรายงานผลิตภัณฑ์ยาสูบไฟฟ้ารูปแบบใหม่ครั้งล่าสุด โดยมหาวิทยาลัยมหิดล และผลสำรวจพอตเค-ยาเสพติดช่วงไตรมาสแรกปีนี้ โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พบว่ามีร้านค้าบุหรี่ไฟฟ้าในออนไลน์ถึง 88.3% มีเครือข่ายร้านค้าออนไลน์สูงถึง 282 บัญชี ใน 40 จังหวัด เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบและจับกุม โดยบุหรี่ไฟฟ้ารูปแบบใช้แล้วทิ้ง (Disposable pods) มียอดขายดีที่สุดคือ  89.3% และมีบุหรี่ไฟฟ้าผสมยาเสพติด(Cross-sell) 17.3% เช่น เคตามีน ไอซ์ และสารอีโทมิเดท รวมถึงพอดเค มักถูกแฝงมาในแบรนด์บุหรี่ไฟฟ้าชื่อดัง ผู้ปกครองและครูจึงไม่สามารถแยกแยะได้ว่าเด็กกำลังสูบบุหรี่ไฟฟ้าทั่วไปหรือยาเสพติด


ขณะที่กลุ่มตัวอย่างระบุว่ามีเพื่อนใช้บุหรี่ไฟฟ้า 75.9% เคยถูกชักชวนให้ลองใช้ 85.3% สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าเพื่อนมีผลต่อการลองใช้บุหรี่ไฟฟ้าของเยาวชน

“การขยายตลาดบุหรี่ไฟฟ้าโดยใช้ช่องทางออนไลน์ ทำให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น เพราะสามารถสั่งซื้อได้อย่างสะดวกรวดเร็ว แม้ในครอบครัวจะไม่มีผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าเลยก็ตาม และบริษัทผู้ผลิตบุหรี่ไฟฟ้ายังออกแบบผลิตภัณฑ์ให้มีรูปลักษณ์สวยงามน่าดึงดูด หรือมีรูปแบบคล้ายอาร์ตทอย หรือของเล่นสะสม เพื่อจูงใจกลุ่มเป้าหมายที่มีอายุน้อย ทำให้เด็กและเยาวชนเกิดความสนใจอยากซื้อและทดลองใช้บุหรี่ไฟฟ้า”

สสส. จึงมุ่งขับเคลื่อนการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันทางสุขภาวะของเด็กและเยาวชน ป้องกันพฤติกรรมเสี่ยงต่อการสูบบุหรี่ไฟฟ้า โดยร่วมมือกับผู้ปกครอง ครอบครัว ครู สถานศึกษา และชุมชน โดยสร้างเครือข่ายแกนนำเยาวชนคนรุ่นใหม่และครู 31,989 คน ครอบคลุมสถานศึกษาทั้งโรงเรียนประถม-มัธยม สังกัด สพฐ. 1,508 แห่ง โรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) 437 แห่ง กรมส่งเสริมการเรียนรู้ 928 แห่ง สถาบันอาชีวะศึกษา 60 แห่ง มหาวิทยาลัย 236 แห่ง  และศูนย์การเรียนรู้ 150 แห่ง มีกลุ่มเป้าหมายครอบคลุมทุกวัยเรียนตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงระดับอุดมศึกษา

ส่วนผลสำรวจความรอบรู้ด้านสุขภาพ ประเด็นปัจจัยเสี่ยงเหล้า บุหรี่ อุบัติเหตุ การพนัน ปี 2568 พบโรงเรียนในเครือข่าย สสส. มีความรอบรู้ทางสุขภาพ ตระหนักรู้ถึงอันตรายของปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ ในระดับสูงและเชี่ยวชาญรวมกันได้ 54.47% ขณะที่โรงเรียนนอกเครือข่าย มีความรอบรู้ทางสุขภาพในระดับสูงและเชี่ยวชาญต่ำกว่าอยู่ที่ 41%

“สสส. เตรียมขยายผลการดำเนินงาน โดยบูรณาการนวัตกรรมร่วมกับข้อมูล สื่อ ชุดความรู้บุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า นำไปออกแบบมุ่งเน้นการสร้างการเรียนรู้ได้จริง พร้อมเชื่อมประสานการทำงานร่วมกับโรงเรียนในสังกัด สพฐ. และโรงเรียนเครือข่าย เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางสุขภาวะให้กับเด็กและเยาวชนโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน สร้างการเรียนรู้และส่งต่อชุดความรู้ไปยังนักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน”

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top