ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา จีนได้รับการยอมรับในฐานะ “โรงงานของโลก” จากความสามารถด้านการผลิตที่มีประสิทธิภาพและห่วงโซ่อุปทานขนาดใหญ่ แต่ในยุคเศรษฐกิจใหม่ จีนกำลังเปลี่ยนบทบาทจากประเทศผู้ผลิตสินค้าไปสู่ประเทศผู้สร้างนวัตกรรม โดยมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงที่สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้
ภายใต้วิสัยทัศน์ของ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จีนให้ความสำคัญกับการสร้าง “พลังการผลิตใหม่ที่มีคุณภาพ” (New Quality Productive Forces) ซึ่งเป็นแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจที่ใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก
สี จิ้นผิงเน้นว่า จีนจำเป็นต้องเร่งพัฒนานวัตกรรมทางเทคโนโลยี ส่งเสริมอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์แห่งอนาคต และสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขันระดับโลก โดยเฉพาะในสาขาที่จะกำหนดเศรษฐกิจยุคใหม่ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์ เทคโนโลยีชีวภาพ และอุตสาหกรรมยาใหม่
จากแนวทางดังกล่าว จีนกำลังผลักดัน “สามสิ่งรุ่นใหม่” ได้แก่ หุ่นยนต์อัจฉริยะ ปัญญาประดิษฐ์ และยานวัตกรรม ให้กลายเป็นสินค้าและเทคโนโลยีที่มีบทบาทเพิ่มขึ้นในตลาดต่างประเทศ
หุ่นยนต์อัจฉริยะ กำลังเร่งขยายฐานสู่ตลาดต่างประเทศด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวกระโดด และ ต้นทุนที่สามารถแข่งขันได้
อุตสาหกรรมหุ่นยนต์จีนกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ จากเดิมที่เน้นหุ่นยนต์ในโรงงานอุตสาหกรรม สู่การพัฒนา หุ่นยนต์อัจฉริยะ (Intelligent Robots) ที่สามารถเรียนรู้ วิเคราะห์ และทำงานร่วมกับมนุษย์ได้
ทั้งนี้ จีนมีความได้เปรียบจากระบบอุตสาหกรรมที่ครบวงจร ตั้งแต่การผลิตชิ้นส่วน เซนเซอร์ ระบบควบคุม ไปจนถึงซอฟต์แวร์ปัญญาประดิษฐ์ ทำให้สามารถผลิตหุ่นยนต์ในต้นทุนที่แข่งขันได้ และนำไปใช้งานจริงในหลายภาคส่วน
ปัจจุบันหุ่นยนต์จีนกำลังขยายตลาดไปยังประเทศต่าง ๆ เช่น
รัฐบาลจีนมองว่าหุ่นยนต์เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจจาก “การผลิตจำนวนมาก” ไปสู่ “การผลิตอัจฉริยะ”
ปัญญาประดิษฐ์ขับเคลื่อนธุรกิจยุคใหม่ เร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลทั่วโลก
ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่รัฐบาลจีนให้ความสำคัญสูงสุด เนื่องจากสามารถเปลี่ยนแปลงรูปแบบการดำเนินธุรกิจ การผลิต และการบริการในทุกภาคส่วน
สี จิ้นผิงเคยกล่าวถึง AI ว่าเป็น
“เทคโนโลยียุทธศาสตร์ที่นำไปสู่การปฏิวัติทางเทคโนโลยีและการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมรอบใหม่”
แนวคิดดังกล่าวสะท้อนว่า จีนมอง AI ไม่ใช่เพียงเครื่องมือทางธุรกิจ แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจในอนาคต
ปัจจุบัน AI ของจีนถูกนำไปใช้ในหลายด้าน ได้แก่
จีนยังมีจุดแข็งจากตลาดผู้ใช้งานขนาดใหญ่ ฐานข้อมูลจำนวนมาก และบริษัทเทคโนโลยีที่มีศักยภาพ ทำให้สามารถพัฒนาและทดสอบระบบ AI ในระดับขนาดใหญ่ได้อย่างรวดเร็ว การเติบโตของ AI จึงกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลในหลายภูมิภาคทั่วโลก
นวัตกรรมยาใหม่ ๆ ยกระดับการรักษาโรค
อีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่จีนกำลังให้ความสำคัญคือ นวัตกรรมยา (Innovative Drugs) ซึ่งเป็นการเปลี่ยนผ่านจากการผลิตยาสามัญ ไปสู่การพัฒนายารักษาโรคที่มีเทคโนโลยีขั้นสูง
จีนกำลังลงทุนอย่างมากในด้าน
ความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีชีวภาพทำให้บริษัทจีนเริ่มมีบทบาทมากขึ้นในตลาดยาระดับโลก โดยเฉพาะการพัฒนายาที่ตอบโจทย์โรคที่มีความซับซ้อน และโรคที่ต้องการการรักษาเฉพาะบุคคล สำหรับรัฐบาลจีน อุตสาหกรรมชีวการแพทย์ไม่ได้เป็นเพียงธุรกิจ แต่เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ด้านคุณภาพชีวิต ความมั่นคงทางสุขภาพ และความสามารถทางวิทยาศาสตร์ของประเทศ
ผู้เขียนเห็นว่า จีนกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ จากประเทศที่เคยได้รับการยอมรับในฐานะ “ฐานการผลิตของโลก” ไปสู่การเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยมีวิสัยทัศน์ของผู้นำประเทศ การลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงระบบอุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทานขนาดใหญ่เป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญ ทั้งนี้ “สามสิ่งรุ่นใหม่ของจีน” ได้แก่ หุ่นยนต์อัจฉริยะ ปัญญาประดิษฐ์ และยานวัตกรรมนั้น กำลังกลายเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถทางเศรษฐกิจ และขยายบทบาทของจีนในระบบเศรษฐกิจโลก จากเดิมที่แข่งขันด้วยศักยภาพด้านการผลิตและต้นทุน สู่การแข่งขันด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยีขั้นสูง และนวัตกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่ม ซึ่งในอนาคตการแข่งขันระหว่างประเทศอาจไม่ได้ขึ้นอยู่เพียงว่า ประเทศใดสามารถผลิตสินค้าได้จำนวนมากที่สุด แต่จะขึ้นอยู่กับว่า ประเทศใดสามารถสร้างเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ความเปลี่ยนแปลงของโลกและสร้างผลกระทบในระดับสากลได้มากที่สุด ซึ่งจีนกำลังเดินหน้าอย่างจริงจังเพื่อก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในประเทศผู้นำด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมของโลก
ผู้เขียน ดร.กฤตติกา เศวตอมรกุล ที่ปรึกษาทรงคุณวุฒิประจำคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร - รองคณบดีคณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี